“แส่หาเรื่องจนได้นะครับคุณลูกค้า”พนักงานหนุ่มผู้กระทำการอุกอาจรีบปิดประตูเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตและหันกลับมาแสยะยิ้มพร้อมทั้งใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างไร้สติของทีปกรที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังมองการกระทำนี้อยู่
“เฮ้ย! แล้วผู้หญิงอยู่ไหนวะ”พนักงานหนุ่มแสดงท่าทีเลิ่กลั่กเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะมีคู่ขาของชายร่างบอบบางอยู่ในห้องนี้ด้วยเช่นกันเจ้าตัวได้แต่เดินวนหาอยู่ในห้องพักแต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอจึงทำให้รู้สึกคลายความกังวลใจได้บ้าง “อยู่คนเดียวก็ดีจะได้จัดการง่าย ๆ หน่อย แส่หาเรื่องดีนัก อย่ามาโทษว่าผมใจร้ายเลยนะครับคุณลูกค้าผมบอกให้คุณย้ายห้องคุณก็ไม่เชื่อ เป็นไงล่ะตายฟรีเลย หึ”
แสงไฟสีส้มจากกระบอกไฟฉายที่อยู่ในมือของพนักงานหนุ่มส่องบอกทางให้รถคันหรูสีบรอนเงินเลี้ยวเข้าห้องพักภายในโรงแรมซึ่งเจ้าของรถนี้เป็นแขกขาประจำที่พนักงานหนุ่มอยากให้บริการอย่างเต็มที่เนื่องจากเป็นผู้ที่มีกระเป๋าหนักมากถ้าวันไหนอารมณ์ดีก็จะจ่ายทิปให้มากกว่าค่าห้องเสียด้วยซ้ำ
“สวัสดีครับเสี่ยพงษ์ศักดิ์วันนี้ชั่วคราวหรือค้างคืนดีครับ”พนักงานหนุ่มยกมือไหว้โค้งหัวลงต่ำจนแทบจะติดพื้นอย่างประจบประแจงพลางถามชายร่างหนาพุงพลุ้ยที่เพิ่งเดินลงจากรถด้วยประโยคที่คุ้นเคยเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับความเปล่งประกายของสร้อยทองที่เสี่ยพงษ์ศักดิ์ใส่อยู่บนคอซึ่งมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าห้าบาทเตะตาเข้าอย่างจังจึงทำให้เผลอคิดไปว่าถ้าได้มาอยู่บนคอของตนบ้างก็คงจะดีไม่น้อย แต่ความฝันลม ๆแล้ง ๆ เป็นอันต้องจบลงเมื่อเจ้าตัวได้ยินเสียงตอบกลับของเสี่ยพงษ์ศักดิ์
“สงสัยคืนนี้ท่าจะยาวค้างคืนไปเลยละกัน”ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเสี่ยหยิบธนบัตรสีเทาออกมาสองใบออกจากกระเป๋าสตางค์พร้อมทั้งยื่นให้กับพนักงานหนุ่มซึ่งกำลังทำตาเป็นประกายเพราะเป็นไปตามที่คาดไว้ตั้งแต่แรก
“เอาของเหมือนเดิมนะแต่ขอเข้มข้นกว่าเดิมหน่อยส่วนที่เหลือก็เอาไว้เป็นค่าขนมก็แล้วกัน” เสี่ยพงษ์ศักดิ์ยิ้มอย่างมีเลศนัยและตบบ่าพนักงานหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถอีกฝั่ง
“ขอบคุณครับเสี่ย”พนักงานหนุ่มยิ้มหวานพลางเดินไปปิดม่านทิ้งให้ชายร่างหนาประคองสาวสวยลงจากรถด้วยตัวเอง
“เสี่ยขาหนูไม่ไหวแล้วค่ะ”หญิงสาวร่างบอบบางยืนโซเซเหมือนคนไม่ได้สติอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเสี่ยพงษ์ศักดิ์
“อีกนิดเดียวนะหนูบัวเดี๋ยวเราก็จะมีความสุขกันแล้วนะ” เสี่ยพงษ์ศักดิ์ยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ก่อนจะประคองหญิงสาวให้เดินเข้าห้องและค่อย ๆ วางลงบนเตียงประหนึ่งว่าไม่อยากให้ของบอบช้ำ
‘ก๊อกๆ ๆ’ เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เสี่ยพงษ์ศักดิ์ต้องละสายตาจากสาวสวยตรงหน้าเดินไปแง้มประตู
“ของที่สั่งได้แล้วครับเสี่ยเหมือนเดิมแต่เข้มข้นกว่าเดิม” พนักงานหนุ่มกระซิบกระซาบบอกคนที่อยู่ในห้องพร้อมทั้งยื่นขวดน้ำให้ “ขอให้มีความสุขกับค่ำคืนนี้นะครับ”ผู้รับขวดน้ำพยักหน้าตอบรับและปิดประตูลง
เสี่ยพงษ์ศักดิ์วางขวดน้ำลงบนโต๊ะพร้อมทั้งหยิบรีโมตที่วางอยู่บนนั้นกดเปิดโทรทัศน์ที่มีแต่การแสดงบทสวาทจนเสียงดังกระหึ่มลั่นห้องเพื่อปลุกความฮึกเหิมในตัวให้ออกมาก่อนจะเดินกลับไปหาผู้ที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้งมือหยาบหนาเริ่มลูบไล้และปลดเปลื้องผ้าบนร่างของหญิงสาวทีละน้อย
“เสี่ยจะทำอะไรหนู”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อรับรู้ได้ว่ากำลังถูกลวนลามจากอาการเมามายเมื่อครู่ถึงกับสร่างเมาในทันที เจ้าตัวพยายามพยุงตัวขึ้นและขยับให้ออกห่างจากมือปลาหมึกนั้น“เสี่ย… ไหนบอกว่าจะไปส่งหนูไง ทำไมพาหนูมาที่นี่ล่ะ” หญิงสาวมองไปรอบ ๆห้องก็พบว่าตนกำลังนอนอยู่ในโรงแรม
“ก็หนูบัวไม่ได้บอกว่าให้เสี่ยไปส่งที่ไหนเสี่ยก็เลยพามาพักที่นี่ยังไงล่ะจ๊ะ” เสี่ยพงษ์ศักดิ์ขยับเข้าใกล้หญิงสาวและกระชากให้กลับมาอยู่กึ่งกลางเตียงดังเดิมมือหนานั้นยังคงลูบคลำเรือนร่างของหญิงสาวที่กำลังพยายามปัดป้องความชั่วร้ายนั้นให้ออกไปแม้จะพยายามดิ้นเท่าไรก็ไม่สามารถสู้แรงของชายที่อยู่ด้านบนได้จึงส่งสายตาอ้อนวอนและพูดขอร้องเพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นใจบ้าง
“หนูขอร้องล่ะเสี่ยอย่าทำหนูเลย ปล่อยหนูไปเถอะนะ”