ทันทีที่ผู้บังคับบัญชาสาวก้าวเข้ามาในห้อง จ่าหม้านก็ตกใจ และรีบถอนแก่นกายออก พร้อมยกมือขวาขึ้นตะเบ๊ะ
“ ขอโทษที่เปิดประตูช้าครับ เพราะผมกำลังซั่มอยู่ เฮ้ย! ไม่ใช่ สอบสวนผู้ต้องหาต่างหาก ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจ่าหม้านหื่นจับ หรือตัณหาจัด เลยทำให้ดวงตาเลื่อนไปที่เป้าตรงกึ่งกลางกายของตำรวจสาว ที่ตอนนี้ขึ้นเป็นรูปทรงอย่างชัดเจน เนื่องจากกางเกงสีกากีที่สวมใส่เป็นแนวรัดเข้ารูป
“ ว้าว แม่เจ้าโว้ย ทำไมผู้หมวดถึงได้โหนกนูนขนาดนี้ ”
ด้วยความเร้าใจทางอารมณ์ ประกอบกับจ่าหื่นกำลังอยู่ในภาวะจิตเตลิด จึงทำให้เลือดกำเดากระฉูด และพุ่งตรงไปหาตำรวจสาว
“ เฮ้ย!” ผู้หมวดหน้าสวยตกใจ เพราะจู่ๆก็ถูกโจมตีด้วยน้ำคาว แต่ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว เธอจึงถีบตัวถอยห่าง ทำให้รอดพ้นจากการถูกคราบโสมมอย่างหวุดหวิด
“ อึก อัก ” เสือเฒ่าพยายามฝืนไม่ให้แสดงความทุเรศออกมา แต่ยิ่งทำ ความอุบาทว์ก็ยิ่งทะลักแรงและไกลกว่าเดิม ไม่ช้านาน ทุกสิ่งก็เป็นอันจบ
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……”
เสียงหอบกระเส่าของหมวยสาวและจ่าหม้านดังประสานกันแผ่วเบา บ่งบอกว่าพวกเขาเพิ่งผ่านเกมกามที่โคตรหนัก แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือดันมีตำรวจสาวยืนเป็นกรรมการอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา สีหน้าฟ้องว่าโกรธจัด
“ จ่าหม้านอธิบายเดี๋ยวนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมามีอะไรกันในห้องสอบสวน ” ตำรวจสาวไถ่ถามไม่หยุด น้ำเสียงเครียดขึ้ง ประดุจดังปืนกลมือที่รัวใส่อริอย่างเอาเป็นเอาตาย
ด้านซิ้มเองก็ไปไม่เป็นเช่นกัน เพราะไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ แต่อีกใจก็นึกตำหนิตัวเองที่แอบคล้อยตาม สองมือจัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่ ท่าทางงกๆเงิ่นๆ
“ ทำไมนา ทั้งที่ไอ้ตำรวจบ้านั่นทั้งแก่ทั้งเหี่ยว แต่ยังเผลอมีอารมณ์ร่วมกับมันได้ เรานี่ทุเรศชะมัด ” แต่ไม่ทันก่นด่าจนสมใจ ตำรวจสาวก็หันมาเล่นงาน
“ แล้วตกลง คุณเป็นใคร ทำไมถึงไม่ตอบชั้นซักที ”
“ เอ่อ ดิชั้นแค่โนบอดี้คนนึงเท่านั้นเองค่ะ ผู้หมวดอย่าสนใจเลย ” ซิ้มเลือกที่จะถอย พร้อมเดินหนี แต่ตำรวจเฒ่ายังคงอาวรณ์ จึงปรี่มาขวางทาง
“ เดี๋ยวก่อนสิ จะไปไหนล่ะ คุณผู้หญิง ผมยังสอบสวนไม่เสร็จเลย ”
“ หยุดเลยนะ ตาเฒ่า ปล่อยเธอไปเดี๋ยวนี้ ” ตำรวจสาวหน้าสวยออกคำสั่ง ทำให้จ่าหม้านรีบทำปฏิบัติ
“ คะ ครับ ”
พอเห็นหนทางเปิดโล่ง ซิ้มก็เร่งฝีเท้า เพื่อไปให้พ้นจากที่นี้ และในขณะที่ก้าวยาวๆถึงหน้าประตู ก็พบหนุ่มคนนึงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ ดวงตาดูล่องลอย หมวยสาวจึงตกใจ
“ ว้าย! นั่นมัน ”นายคิด” นี่นา ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ ”
“ อ๋อย ไม่เป็นไรครับ ผะ ผมแค่ยะ ยังปรับโฟกัสสายตาไม่ได้ ” คิดพูดจบ ก็พยายามบังคับลูกตาที่กลิ้งกลอกไปมา แต่ก็ยังไม่สำเร็จซักที ด้วยหนุ่มผมทองเพิ่งโดนหมัดขวาลุ่นๆต่อยเข้าไปที่ใบหน้า
ซิ้มไม่แน่ใจว่าควรทำยังไง ครั้นจะพาไปด้วย ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย เพราะเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา จะมีแรงอุ้มผู้ชายได้ยังไง ครั้นจะปล่อยไป ก็แล้งน้ำใจไปหน่อย ทว่าต้องเร่งรีบ เนื่องจากตอนนี้ติดพันกับภารกิจช่วยเพื่อนสาวให้รอดพ้นจากการโดนรุมข่มขืน
“ เอาใงดีนะ ไอ้เราก็รีบซะด้วย ช่วยไม่ได้ ลองพยุงมันก่อนดีกว่า หวังว่าจะพอไหว ” เมื่อเป็นเช่นนี้ หมวยสาวก็ค่อยๆช้อนแขนเข้าใต้หัวไหล่ แล้วพยายามยกกายที่สูงกว่าใหญ่กว่าของบุรุษ
“ อึ้บ ลุกขึ้นยืน เราต้องรีบไปช่วยยัยหมอน ”
“ อ่า ครับ ใช่แล้ว เราต้องไปช่วยพี่หมอนสุดสวย ” แม้ท้ายประโยคที่นายคิดเพ้อออกมา จะดูแปลกๆ แต่ซิ้มไม่มีเวลาสนใจ และเหมือนคุณนายศรีสมรยังมีบุญ หนุ่มผมทองจึงพอประคองตัวเองได้เล็กน้อย
“ เอ๊ะ! มันเดินไหวนี่หว่า ดีล่ะ ต้องรีบพาไปที่รถ ” ซิ้มแย้มยิ้มเล็กน้อย เพราะนี่คือความสำเร็จแรกที่เธอพบเจอในวันนี้ แต่ปัญหาก็คือ……หมอนี่จอดรถที่ไหน
……………………..
ตัดกลับมาทางด้านตำรวจสาว ซึ่งตอนนี้กำลังยืนกอดอก ดวงตาจ้องเขม็งไปยังตำรวจสูงวัยที่กำลังก้มหน้าสำนึกผิด ตัวหดลีบจนเหลือไม่กี่เซน ด้วยไม่กี่นาทีก่อน เขาดันทำบางสิ่งที่เลวร้ายขั้นสุด นั่นก็คือ….มีอะไรกับผู้หญิงในห้องสอบสวน
“ เออ ผมแค่จะสืบค้นความจริงจากผู้หญิงคนนั้นครับ ” นี่คือข้อแก้ตัว ที่มองจากดาวอังคาร ก็รู้เลยว่ามันไม่เมคเซ็นส์โดยสิ้นเชิง
“ ไม่เชื่อ จ่าคิดว่าชั้นโง่นักรึไง……….” และนั่นคือการเปิดฉาก ก่อนที่สารพันคำด่าจะถูกส่งมาแบบไม่หยุด ทว่าสิ่งที่เข้าหูของจ่าสูงวัยมีแต่เพียง บลา บลา บลา ด้วยโฟกัสสายตานั้นมุ่งไปยังจุดเดียว นั่นก็คือ “หน้าอกหน้าใจ” ที่กระเพื่อมน้อยๆตามจังหวะเคลื่อนตัว
“ โอ้ว แต่จะว่าไป ทรวดทรงของผู้หมวดก็ไม่เบาเลย ดูสิ ขนาดก็ได้มาตรฐาน แถมยังเต่งตึงอีก นี่ถ้าได้ลูบคลำ คงจะเด้งสู้มือ ”
ด้านผู้หมวดสาวเองก็เอะใจอยู่เหมือนกัน เพราะดวงตาของจ่าหม้านดูลอยๆ แถมยังชอบเลื่อนมาจับแถวทรวงอกของเธอเป็นระยะ
“ ตาเฒ่านี่ฟังเราอยู่มั้ยเนี่ย ทำไมถึงดูใจลอยชอบกล ท่าทางคล้ายพวกโรคจิตที่ชอบส่องหุ่นของสาวๆ ”
และในอึดใจต่อมา ผู้หมวดสาวก็หมดความอดทน ด้วยพบว่าสายตาชั่วๆองตาแก่ตัณหาได้ขยับมาจับจ้องกายช่วงล่าง ซึ่งเป็นส่วนที่ต่ำกว่าใต้เข็มขัด นั่นก็คือเป้ากางเกง กับโคนขาที่กระชับได้รูป ฝ่าเท้าที่ว่องไวเลยตวัดเข้าที่ก้นของอีกฝ่ายเต็มแรง
“ โอ๊ย อะไรกันครับเนี่ย ผู้หมวดเตะผมทำไม ” จ่าหม้านกลับมาได้สติ เพราะเพลงเท้านั่นรุนแรงไม่เบาเลยทีเดียว โครมเดียวถึงกับสะโพกคราก
“ ก็แล้วแกตั้งใจฟังชั้นมั้ยเล่า ” ผู้หมวดสาวตวาดกลับ
“ ผมก็ฟังอยู่ไม่ใช่เหรอ แถมไม่เถียงอะไรเลยซักคำ ” สีหน้าของตาเฒ่ายังคงเหยเก มือขวาลูบคลำจุดที่ถูกเตะ
“ ก็ถ้าฟังจริง บอกมา ชั้นพูดอะไรไปบ้าง ”
“ อ่อ เอ่อ ก็คงจะประมาณตักเตือนว่าอย่ารุ่มร่ามอีก และถ้าฝ่าฝืน ครั้งต่อไปจะให้ราง….เฮ้ย! ไม่ใช่ จะลงโทษให้หนักกว่าเดิม ”
สิ้นคำตอบ ผู้หมวดสาวก็ยิ้มรับเล็กน้อย ทำเอาใจของเสือเฒ่าแทบละลาย ด้วยไมตรีนั้นมาจากสาวสวยคมแนวลูกครึ่งที่เข้าขั้นประกวดนางงามได้
“ โอ้ ทำไม ผู้หมวดถึงได้สวยจัง หรือว่าเธอคิดจะให้รางวัลแก่เราจริงๆ แล้วอาการแบบนี้ถือว่าทอดสะพานได้มั้ย ”
แต่ไม่ทันได้เพ้อซักเท่าไหร่ เสือเฒ่าก็เป็นอันจบ วิมานพังทลายทันควัน เมื่อมีมะเหงกก้อนโตประเคนใส่กระบาลเล็กๆของเขา
“ โป้ก ”
“ เจี้ยก ” จ่าหม้านร้องไม่เป็นภาษา เพราะเจ็บจนน้ำตาไหล และเจ้าของกำปั้นที่ตอกลงมา ย่อมต้องเป็นผู้หมวดสาวอย่างแน่นอน
“ ไม่ต้องมาตอแหลเลย ตาเฒ่า แก่แล้วยังไม่เจียม ดันทะลึ่งมาส่องนมของชั้นอีก และเพื่อสำนึกผิด แกต้องถูกลงโทษทางวินัย ด้วยการถูกสั่งขัง 15 วัน ”
“ ฮ้า ทำงั้นเลยเหรอ ผู้หมวดรุนแรงไปมั้ย ” จ่าหม้านร้องเหวอ แต่ผู้หมวดสาวไม่สนใจ และขู่ต่อไปอีก
“ จะยอมหรือไม่ยอม นี่แค่ลงโทษเบื้องต้นนะ ถ้าระหว่างนั้น เจ้าทุกข์(หมายถึงซิ้ม)เขาเอาเรื่อง แกก็เตรียมติดคุกยาวๆได้เลย ”
“ อ่า ครับ ” จ่าหม้านเริ่มยอมจำนน เพราะดูจากสถานการณ์ที่เป็น เขาน่าจะไม่รอดร้อยเปอร์เซ็นต์
“ แล้วจะเข้าคุกได้หรือยัง ” ผู้หมวดสาวตามเรื่องต่อ สายตาดุดันเป็นที่สุด
“ โอ้ โอ้ โอ้ ครับ ทันทีเดี๋ยวนี้เลย ” จ่าหม้านรีบสนองความต้องการ พร้อมยื่นตราและปืนพกให้ผู้หมวดสาว ปิดท้ายด้วยการก้าวเข้าไปในห้องขัง แล้วปิดประตูลูกกรงทันควัน เพื่อรับโทษทัณฑ์
หลังจากเสร็จเรื่องกับลูกน้องวัยดึก ตำรวจสาวก็เดินออกไปสูดอากาศนอกอาคาร เลยพบว่าเริ่มมีเจ้าหน้าที่คนอื่นเข้ามาใน สน.บ้างแล้ว เธอจึงอาศัยจังหวะนี้ ทบทวนความคิดของตัวเอง เพื่อเดินงานขั้นต่อไป
“ อืม เราต้องยื่นเรื่องไปให้สารวัตร เพื่อตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษ และคงต้องภาวนาต่อพระคริสต์ซักหลายๆที ไม่ให้เจ้าทุกข์เขาฟ้องร้องมา กรมตำรวจจะได้ไม่เสียชื่อเสียง ทำไมนา ตาเฒ่านั่นถึงไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจไว้บ้าง ”
แต่นึกทบทวนได้ประเดี๋ยวเดียว มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นอย่างรุนแรง ตำรวจสาวจึงรีบล้วงมันขึ้นมา แล้วมองไปที่หน้าจอ ทำให้รู้ว่าใครโทรมา
“ เอ๊ะ! สิงห์นี่นา มีอะไรรึเปล่า เพราะตามปกติ ตานี่จะไม่โทรหาใครในเวลาราชการ เว้นแต่จะมีเรื่อง…..งาน ” และในอึดใจต่อมา ตำรวจสาวก็รับสาย พร้อมทักทายห้วนๆ
“ ไง สิงห์ นายโทรมาหาชั้นทำไม ”
ปลายสายดูจะนิ่งซะอย่างงั้น คล้ายอึ้ง แต่พอตั้งหลักได้ เสียงห้าวใหญ่ของชายหนุ่มก็ตอบกลับ
“ นี่พูดจาให้มีหางเสียงหน่อยก็ดีนะ เพราะตามมารยาทคนไทยเขาถืออาวุโสกัน ดังนั้นเธอควรเรียกชั้นว่าพี่สิงห์ อีกอย่างนึง ชั้นก็มียศสูงกว่า ”
“ เชอะ ก็นั่นมันธรรมเนียมของพวกนาย แต่ที่บ้านชั้นเขาไม่ได้ยึดหลักนี้ ” ตำรวจสาวเถียงกลับ ทำเอาปลายสายต้องเวียนเฮด
“ ก็รู้ว่าเด็กลูกครึ่งเรียนจบนอกอย่างเธอจะไม่สนใจ แต่ที่อเมริกาไม่เคยมีสุภาษิต “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” รึไง ”
“ ไอ้ที่นายว่าไม่มีในสารบบของบ้านชั้น แต่ถ้าคำว่า….สกิลสำคัญกว่าอายุ เรื่องนี้ได้ยินเป็นประจำ ” ตำรวจสาวเถียงทันควัน ซึ่งก็นับว่าคมเลยทีเดียว
“ เฮ้อ…..” ปลายสาวถอนหายใจยาว เป็นเชิงระอา ก่อนจะเข้าเรื่องที่ตนต้องการสื่อสารจริงๆ
“ เอาล่ะ ที่โทรมา ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบอกว่าเธอถูกผู้กำกับเลือกให้เข้าร่วมทีมจู่โจมของชั้น ”
“ อืม ก็นับว่าผู้เฒ่านั่นมีตานะ ว่าแต่เริ่มภารกิจเมื่อไหร่ล่ะ ” ตำรวจหญิงยิ้มเยือกเย็น บ่งบอกว่าสิ่งที่เธอจะได้ทำ น่าจะเป็นเรื่องอันตราย
“ อาทิตย์หน้า เรื่องที่จะพูด มีแค่นี้แหละ ”
“ โอเค งั้นเลิกกัน ” ตำรวจสาวก็ง่ายเช่นกัน แต่ก่อนที่เธอจะวางหู ชายหนุ่มได้พูดทิ้งท้าย
“ ได้เลย แต่ก่อนไป อยากขอเตือนอีกครั้ง อย่าซ่าให้มากนัก เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับกะลาแลนด์ เข้าใจมั้ย ผู้หมวดเมย่า ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
