ตอนที่ 15 ครอบครัว
รถม้าของถังชิงหลวนวิ่งเข้าตามตรอก จากนั้นก็เลี้ยวเข้าทางเล็กๆ ไปหยุดอยู่หน้าประตูข้างติงเซียงก้าวลงไปก่อน จากนั้นสาวใช้าุโที่รออยู่ตรงหน้าประตูจึงรีบเดินเข้ามารับถังชิงหลวนที่กำลังก้าวลงมาแล้วช่วยประคองนางลงจากรถม้า
มีคนช่วยยกกล่องยาให้ ถังชิงหลวนจึงเดินตรงเข้าไปด้านในทันทีเพิ่งจะเดินมาถึงบริเวณลานบ้าน สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม “คุณหนูกลับมาแล้วหรือเ้าคะ ฮูหยินใหญ่กำลังเป็ห่วงเลยถามตั้งหลายรอบแล้วว่าคุณหนูกลับมาหรือยัง ข้าน้อยจะรีบไปรายงานเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
ถังชิงหลวนตอบ “ข้าไปด้วยเลยก็แล้วกัน” ฮูหยินใหญ่ของบ้านนี้ก็คือมารดาของนางนั่นเอง
บิดามารดาของนางมีบุตรทั้งหมดสามคน ถังชิงหลวนเป็บุตรสาวคนเดียวมีพี่ชายและน้องชายอย่างละหนึ่ง
ฮูหยินใหญ่ถังไม่้าให้นางไปตรวจรักษาโรคให้กับเหล่าสตรีในจวนจงจิ้งโหว นางมักบอกเสมอว่าการที่บุตรสาวของตนไปอยู่ในจวนซึ่งเป็ครอบครัวใหญ่แบบนั้นโดยไม่มีคนประคับประคองหากเกิดเื่ขึ้นย่อมไร้ซึ่งคนช่วยเหลือ ไม่ว่าอย่างไรก็เสียเปรียบอย่างชัดเจน
เื่นี้ต้องตำหนิสามีของนางด้วย
ถังชิงหลวนเดินมาถึงห้องโถงหลักของจวน พอเข้ามาด้านในก็พบบิดาและมารดานั่งอยู่ในห้องบิดากำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวรูปสี่เหลี่ยม ส่วนมารดานั่งอยู่บนตั่งข้างหน้าต่างในมือถือเข็มและด้าย
พอเห็นนาง ฮูหยินใหญ่ถังก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยขึ้นทันที “กลับมาได้แล้วหรือ! เื่มงคลของบ้านอื่นแท้ๆแต่กลับจงใจดึงเ้าไปลำบากจนฟ้ามืดเช่นนี้ พวกเรามิใช่ครอบครัวทาสสักหน่อย!”พูดจบก็วางเข็มและด้ายลงแล้วรีบเดินออกไปสั่งสาวใช้ให้เตรียมมื้อค่ำ
ถังตงโจวเองก็ดีใจที่เห็นบุตรสาวกลับมาแล้ว แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของภรรยาสีหน้าก็นิ่งลงไปเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ถังชิงหลวนอย่างรู้สึกผิด “คุณหนูกลับมาแล้วหรือ”
ถังชิงหลวนหัวเราะ เดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างบิดาแล้วรินน้ำชาให้ตัวเอง “กลับมาแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ พวกท่านกินมื้อค่ำกันหรือยัง”
“ยังเลย รอเ้าอยู่นั่นละ” ถังตงโจวกล่าวแล้วมองไปที่หน้าประตูเมื่อแน่ใจว่าภรรยาของตนกำลังสั่งจัดเตรียมอาหารอย่างละเอียดกับสาวใช้อยู่จึงเอ่ยถามเบาๆ “ที่จวนจงจิ้งโหวเป็อย่างไรบ้าง วันนี้คงครึกครื้นมากใช่หรือไม่ฮูหยินผู้เฒ่าสบายดีหรือไม่”
ถังชิงหลวนพยักหน้า กระซิบตอบเช่นกัน “ฮูหยินผู้เฒ่าถูกเสียงดังรบกวนเ้าค่ะเมื่อตอนเที่ยงจึงไม่ค่อยสบาย ได้เชิญท่านหมอหลวงซ่งให้เข้าไปดูอาการด้วย”
ถังตงโจวได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “หือเชิญหมอหลวงซ่งไปอย่างนั้นหรือ อาการของฮูหยินผู้เฒ่าหนักมากหรืออย่างไรเป็อะไรกัน”
ฮูหยินใหญ่ถังเดินกลับมาพอดี เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ย “เหตุใดจึงสนใจแต่ฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็อย่างไร! ไยไม่สนใจว่าบุตรสาวของเราต้องพบเจอเื่ลำบากใจหรือไม่” แล้วถามถังชิงหลวนต่อทันที “บรรดาฮูหยินของท่านโหวทำให้เ้าต้องลำบากอีกแล้วใช่หรือไม่เห็นเ้าเป็ที่รองรับอารมณ์อีกหรือเปล่า ฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเขาเกิดไม่สบายแต่ละคนคงร่วมใจกันแสดงความกตัญญูด้วยการใช้เ้าจนหัวหมุนเลยละสิ พวกนางตำหนิเ้าบ้างหรือไม่”
ที่ถังตงโจวถามถึงอาการของฮูหยินผู้เฒ่าก็เป็ไปตามนิสัยคนเป็หมอเท่านั้นพอได้ยินภรรยาตนเอ่ยออกมาแบบนี้ก็หันมาสนใจบุตรสาวของตัวเองแทน
ถังชิงหลวนยิ้มแล้วส่ายหน้า “มิได้ทำให้ข้าลำบากอะไรหรอกเ้าค่ะเื่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่น่าเป็ห่วง แต่มีเื่บางอย่าง...”
เพิ่งจะเริ่มพูด ม่านประตูก็ถูกเปิดออก ผู้ที่เดินเข้ามาคือเด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาสง่างามอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี พอเข้ามาถึงก็เอ่ยทัก“น้องรองกลับมาแล้วหรือ”แล้วเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม
เป็ถังจื่อถิงพี่ชายของถังชิงหลวนนั่นเอง
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่กลับมาั้แ่เมื่อไร” ถังชิงหลวนถามด้วยรอยยิ้ม
ถังจื่อถิงตอบ “เพิ่งกลับมาถึงนี่ละ”
ฮูหยินใหญ่ถังยังคงเป็ห่วงถังชิงหลวนกับเื่ที่จวนจงจิ้งโหวอยู่ จึงถามต่อ “เมื่อครู่เ้าบอกว่ามีเื่บางอย่าง...เื่อะไรกันหรือว่าจวนจงจิ้งโหวคิดหาเื่ทำให้เ้าต้องลำบากอีก”
นางไม่พอใจจวนจงจิ้งโหวมากทีเดียว นางเป็แม่แท้ๆ ของถังชิงหลวนจึงเป็ห่วงอยู่เสมอว่าถ้าออกไปข้างนอกบุตรสาวของนางจะตกระกำลำบากหรือถูกกลั่นแกล้งถึงแม้ถังชิงหลวนจะไม่ค่อยพูดถึงเื่ของจวนจงจิ้งโหว แต่นางก็ยังสามารถสอบถามจากติงเซียงและจื่อซูสองสาวใช้ที่ติดตามบุตรสาวของนางไปบ่อยๆได้ เื่ที่บางครั้งถังชิงหลวนถูกสาวใช้ในจวนจงจิ้งโหวกลั่นแกล้ง หรือต้องรองรับอารมณ์คนในจวนนั้นฮูหยินใหญ่ถังรับรู้รับทราบ เพราะเหตุนี้ถึงได้เ็ปใจ
ถังชิงหลวนเข้าใจดี การทำหน้าที่ในจวนจิ้งโหวมิไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับตัวนางเองเท่านั้นแต่ยังสร้างความทุกข์ใจให้กับมารดาด้วย เพราะอย่างนั้นถึงได้รีบเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกนางมิได้ทำอะไรให้ข้าลำบากหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่วันนี้ได้พบท่านโหว”นางหันไปมองบิดาแล้วกล่าวต่อ “ท่านพ่อ ข้าได้บอกเื่ที่จะขอออกจากหน้าที่ในจวนของพวกเขาต่อท่านโหวแล้วเ้าค่ะข้าแจ้งว่าจะไม่รักษาเฉพาะกับญาติสตรีของจวนพวกเขาอีกต่อไปและเงินที่ให้ในทุกเดือนข้าก็ไม่ขอรับอีกเ้าค่ะ”
ทั้งบิดา มารดาและพี่ชายต่างพากันตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ถังตงโจวถามอย่างใ “แล้วท่านโหวว่าอย่างไร”
ถังชิงหลวนตอบ “ท่านตกลงเ้าค่ะ แน่นอนว่าข้าได้ให้คำมั่นว่าหากเหล่าสตรีในจวนโหวเกิดไม่สบายขึ้นมาก็ยังสามารถเรียกข้าไปตรวจรักษาได้ เพียงแต่ข้าจะไม่รับเงินเดือนจากพวกเขา และมิใช่หมอประจำจวนของพวกเขาอีกต่อไป”
ตอนนี้เองฮูหยินใหญ่ถังจึงเพิ่งร้องขึ้นด้วยความยินดี “โธ่เอ๋ย แบบนี้ก็ดีน่ะสิ! วันหน้าถ้าพวกเขามาเรียกเ้าก็ไม่ต้องไปหรอก! จวนจงจิ้งโหวใหญ่โตจะตายไป จะเรียกหมอหลวงเวลาไหนก็ได้มิใช่หรือไม่เห็นจำเป็ต้องมาดึงตัวเ้าไปเลย!”
ถังชิงหลวนยิ้ม
แต่ถังตงโจวกลับยิ้มไม่ค่อยออก สีหน้าเขาดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย ถังจื่อถิงถาม “ก่อนหน้านี้เื่ราวภายในจวนมิใช่ว่าฮูหยินใหญ่ของท่านโหวเป็ผู้จัดการหรอกหรือเ้าก้าวข้ามหน้าฮูหยินใหญ่ไปพูดกับท่านโหวเลยเช่นนี้ แล้วฮูหยินใหญ่ของท่านโหวว่าอย่างไรบ้าง”
ถังชิงหลวนตอบ “ตอนพูดกับท่านโหวฮูหยินใหญ่เองก็อยู่ด้วย...ที่จริงเื่นี้ข้าเคยพูดกับฮูหยินใหญ่ไว้แล้วแม้นางจะไม่ค่อยพอใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ท่านโหวก็ตอบตกลงต่อหน้านาง...ฮูหยินใหญ่คงไม่ทำให้ท่านพ่อต้องเดือดร้อนหรอกเ้าค่ะ”
พูดจบนางก็ลอบมองไปที่หน้าประตูครู่หนึ่ง ติงเซียงยืนอยู่ตรงนั้นพอเห็นสายตาของผู้เป็นาย สาวใช้คนสนิทก็เข้าใจได้ทันที ในเมื่อคุณหนูมิได้เอ่ยถึงเื่ที่เกิดขึ้นในจวนโหววันนี้ย่อมหมายความว่าไม่้าให้นางเอ่ยถึงเช่นกัน นางจึงรีบพยักหน้าให้ทันที
สิ่งที่ถังตงโจวอยากถาม บุตรชายก็ได้ช่วยถามไปแล้ว เขาจึงกล่าวต่อ “ถ้าหากแน่นอนเช่นนี้ก็ดี...” พูดจบก็หันไปมองภรรยา
เป็เพราะฮูหยินใหญ่ถังเป็ห่วงว่าบุตรสาวจะถูกคนในจวนจงจิ้งโหวรังแกนางจึงรู้สึกเ็ปใจมาตลอด ด้วยเหตุนี้จึงไม่พอใจสามีตนที่จริงใช่ว่านางจะคิดไม่ได้ จวนจงจิ้งโหวมีอำนาจมาก ไม่สมควรที่จะไปมีเื่ด้วยสามีเองก็ต้องคุ้มครองรักษาตระกูลของตนให้อยู่รอดปลอดภัย จึงทำได้แค่จำยอมตอบตกลงเท่านั้นดังนั้นเมื่อได้ยินเช่นนี้จึงพยักหน้าเห็นพ้อง “แบบนี้ก็ดีแล้ว! พวกเราก็อย่าไปยุ่งกับพวกเขาอีกเลยหลีกหนีให้ห่างก็พอ”
แล้วหันไปเอ่ยกับสามี “วันหน้าหากมีตระกูลขุนนางผู้สูงส่งคนไหนมาหาท่านแล้วเรียกให้บุตรสาวของเราไปเป็หมอประจำจวนคอยรักษาโรคให้กับเหล่าสตรีในจวนอีกท่านจะตอบตกลงไม่ได้เด็ดขาดเชียวนะ”
ถังตงโจวพยักหน้า “แน่นอน ก่อนหน้านี้เป็เพราะไม่มีทางเลือกต่างหาก...”
ถังชิงหลวนจึงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้ไม่มีเื่แล้วท่านพ่อท่านแม่ ต่อไปพวกท่านก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วนะเ้าคะ”
ฮูหยินใหญ่ถังอารมณ์ดีขึ้นมาทันที จึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ิเอ๋อร์ ไปบอกให้คนส่งผ้าไหมไปที่หอจังจิ่งทีจะได้ตัดเย็บชุดดีๆ ให้คุณหนูสักสองชุด”
ถังตงโจวยิ้มแล้วพยักหน้า “ดีพวกเ้าเองก็ตัดด้วยสิ ฮูหยินใหญ่เองก็ตัดสักสองชุด จื่อถิงและจื่อหยวนก็ตัดคนละชุด”
ฮูหยินใหญ่ถังเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “พวกเราก็ทำกันหมดนั่นละเ้าค่ะแล้วนี่ท่านจะแสดงสีหน้าว่าเป็คนเดียวที่ไม่ได้รับความยุติธรรมทำไมกัน”
ถังตงโจวทั้งใทั้งอยากหัวเราะ “ข้ามิได้ทำสีหน้าเช่นนั้นสักหน่อยของข้าไม่ต้องตัดหรอก” เขาดื่มชาอีกแก้ว “ดูแลเด็กๆ มิใช่เื่ง่ายเลย เ้าที่เป็คนจัดการเื่ในเรือนคงลำบากไม่น้อย”
ฮูหยินใหญ่ถังกลอกตาใส่สามีราวกับมิได้ซาบซึ้งกับถ้อยคำนั้นแต่เหมือนมีบางอย่างอยากจะพูด แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83