ลู่กว่างซินและลู่จี้หลันชะเง้อคอมองเข้ามาด้านในห้องผู้ดูแล
“ท่านพี่?”
มู่ไป๋หลิงซึ่งกำลังกุมขมับอยู่ ละฝ่ามือวางลงบนโต๊ะ ปรับท่าทางโดยยืดกายนั่งหลังตรงอย่างมั่นคงอีกครั้ง
“มีอะไรก็ว่ามาเถอะ”
ทั้งคู่เดินตรงไปหามู่ไป๋หลิงเพื่อหารือ ลู่กว่างซินเอ่ยถาม
“ในเมื่อรู้ที่ซ่อนตัวศิษย์คนสุดท้ายของวิหารเอกะวิถีแล้ว ท่านพี่คิดจะทำเช่นไรต่อไป?”
“ข้าเองก็มีคำถามข้อหนึ่ง จำเป็ต้องไปพบศิษย์ของวิหารเอกะวิถีผู้นั้นสักครั้ง แต่คงต้องรอหลังได้คัมภีร์วิชากายาจำแลงลักษณ์มาเสียก่อน จะได้ทำเื่สำคัญโดยไม่ต้องกังวลอีก เมื่อตอนกลางวัน เสี่ยวลิ่วเพิ่งแจ้งข้าเื่เบาะแสที่ซ่อนคัมภีร์พอดี”
“ฝ่ายพรรคใต้ดินกำลังถูกจับตามอง คงไม่สามารถสร้างปัญหาอย่างโจ่งแจ้งได้ชั่วคราว นับว่าคลายกังวลไปเื่นึง ดีนัก”
ลู่จี้หลันเอ่ย
“แต่พวกเขายังมีอีกห้าขุนพลที่ร้ายกาจยิ่งกว่า จะประมาทไม่ได้”
มู่ไป๋หลิงหรี่ตาอย่างตระหนักถึงเื่นั้น แค่ต้านคลื่นลมระลอกแรกได้ ไม่ได้หมายความว่าคลื่นลูกอื่นจะไม่ถาโถมตามมา และอาจร้ายแรงยิ่งกว่า
ลู่จี้หลันเอ่ยต่อ
“อย่างน้อยวันนี้ก็สะใจนัก พวกฝ่ายพรรคใต้ดินมักปกปิดเื่ที่ทำ ข่มขู่คนที่รู้เห็นได้ง่ายดาย ครานี้ดันหัวหดเสียได้ แถมผู้มาจับกุมยังเป็ถึงใต้เท้าสองผู้ลึกลับที่สุดในบรรดาใต้เท้ายอดฝีมือ อันดับสองเช่นนางแทบไม่เคยปรากฏตัวนอกจากเหตุการณ์วิกฤต แต่ในเมื่อปรากฏตัว อาชญากรพวกนั้นก็หนีไม่รอดแล้ว”
ลู่จี้หลันตอบลู่กว่างซิน
“พวกฝ่ายพรรคใต้ดินอาจไม่ได้เกรงกลัว แต่ใต้เท้าเ่าั้ฝีมือสูงส่ง สู้ไม่ไหวต่างหาก”
นางทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ก่อนลู่จี้หลันจะกล่าวอย่างมั่นใจ
“ต่อให้คราวหน้า โยวเสวียนหานส่งคนมาถามเื่เทพกระบี่อีก หรือกระทั่งเขามาด้วยตนเอง ที่จริง การล่อโยวเสวียนหานออกมา ก็นับเป็หนึ่งในแผนการของท่านพี่อยู่แล้ว ปรมาจารย์แห่งศาสตร์ลับเช่นเขา เก่งกาจศาสตร์ลี้ลับพิสดารต่าง ๆ ที่สุด หากหาคัมภีร์ไม่เจอ เขาก็เป็ความหวังสุดท้าย ซึ่งอาจมีวิธีอื่นที่ทำให้ร่างกายของท่านพี่เสถียร”
“ไม่สู้ ไปม่านฮวงกันเลยเถอะ จะได้นำคัมภีร์กลับมาพิสูจน์”
มู่ไป๋หลิงพยักหน้า
“งั้นพวกเราก็ย้ายไปที่ม่านฮวง….”
เหตุการณ์ความวุ่นวายที่ในหอน้ำชาเก้ามงคล นอกจากจะเล่าลือเกี่ยวกับสองจอมยุทธ์หนุ่มวัยดรุณรุ่นใหม่ที่กล้าเผชิญหน้ากับฝ่ายพรรคใต้ดิน ความวุ่นวายครั้งนี้ ยังทิ้งเมล็ดพันธุ์ความเคลือบแคลงใจต่อทุกฝ่าย
แท้จริงแล้ว เทพกระบี่ที่เปรียบดั่งเสาหลักฝ่ายคุณธรรมยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
ผู้ที่้าให้ทำลายชื่อเสียงของพรรคใต้ดินคือฝ่ายใด?
อีกทั้ง ที่ตั้งของหอน้ำชาเก้ามงคล จากเดิมอยู่ที่เมืองผิงอัน ก็ถูกย้ายไปยังชานเมืองม่านฮวง
_____________________________
เมืองว่านอิงเฉิน สำนักปราณเที่ยงธรรม
ฤดูกาลคาบเกี่ยวระหว่างปลายฤดูหนาว ย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ
ต้นไม้แผ่กิ่งก้านแตกใบ เช่นเดียวกับความหวังในยุทธภพที่เริ่มผลิบานอีกครั้ง
ท่ามกลางโถงห้องประชุมส่วนหน้าของหมู่อาคารสำนักเจิ้งชี่ ทันทีที่ทราบข่าวเื่ที่เกิดขึ้น ณ หอน้ำชาเก้ามงคล เหล่ารองเ้าสำนักและศิษย์ ต่างพากันหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติในรอบหลายปี ความห่อเหี่ยวที่เกาะกินจิตใจมาเกินกว่าครึ่งศตวรรษ ราวกับกำลังร่วงโรยและถูกแทนที่ด้วยความมีชีวิตชีวา
เซี่ยงจิ้งชุน รองเ้าสำนักลำดับที่สองแห่งสำนักปราณเที่ยงธรรม ออกคำสั่งในบัดดล
“ส่งคนทั้งหมดออกไป ตามหาท่านเ้าสำนัก!”
ศิษย์ในสำนักน้อมรับคำสั่ง
“ขอรับ!”
เซี่ยงจิ้งชุนเหลือบมองเก้าอี้ประธานใจกลางโถงประชุมของเ้าสำนัก ก่อนจะลดสายตาลงหนึ่งระดับ มองเก้าอี้ด้านข้างที่ตั้งอยู่ติด ๆ กัน เก้าอี้สองตำแหน่งนี้ ต่างก็ว่างเว้นมาอย่างยาวนาน
“หากเ้าสำนักยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ล่ะก็…”
รองเ้าสำนักทั้งสาม บัดนี้เหลือเพียงสองบุรุษที่เฝ้ารักษาการณ์สำนัก
รองเ้าสำนักลำดับที่หนึ่ง นามถังจื่อเยี่ยน ด้วยนิสัยรักสันโดษ เคารพนับถือเพียงหลี่เจี้ยนชิง มองว่าหากปราศจากเขา สำนักเจิ้งชี่ย่อมไม่ใช่สำนักเจิ้งชี่ จึงปลีกตัวออกเดินทางแรมปี ปฏิญาณไม่เจอเ้าสำนักจักไม่หวนกลับ
“แปดปีแล้วสินะ…”
รองเ้าสำนักสามที่าุโน้อยที่สุด เจิ้งชิงหลาง เอ่ยทั้งน้ำตา
“ช่างเป็เวลาที่ยาวนานเหลือเกิน บางที จื่อเยี่ยนต้าเกอ(พี่ใหญ่) อาจจะตามหาเจี้ยนชิงเกอ(พี่ชาย) จนพบแล้วก็ได้… พวกเขาอาจจะกำลังร่ำสุราด้วยกันใต้ฟ้าอันไร้พันธนาการ”
เซี่ยงจิ้งชุนตบไหล่น้องเล็กเจิ้งชิงหลางเบา ๆ
“พรรคฝ่ายใต้ดินเคลื่อนไหว ทั้งตำหนักสดับสหัสสาสน์ก็ไม่ได้กล่าวปฏิเสธออกมา เป็ไปได้ ว่าท่านเ้าสำนักจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจริง ๆ”
เจิ้งชิงหลางปาดน้ำตา แววตาปรี่ล้นความมุ่งมั่นสมกับเป็รองเ้าสำนักผู้นำฝ่ายคุณธรรม
“ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะต้องสืบหาความจริงเื้ัของศึกแปดดาราร่วงหล่นเมื่อแปดปีก่อน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแน่… เพื่อทวงความยุติธรรมให้เจี้ยนชิงเกอจงได้”
ห่างออกไปจากเมืองว่านอิงเฉินหนึ่งร้อยลี้ ที่ตั้งของสำนักถัง
บุรุษในชุดดำที่ปกปิดตัวตนและเฝ้าดูเหตุการณ์รอบหอน้ำชาเก้ามงคล กลับมารายงานผู้เป็นาย
“ข้าพบนายน้อยเดินออกมาจากที่นั่น ข้างเอวพกกล่องอาวุธลับทรงแปดเหลี่ยม… ไม่ผิดแน่ขอรับ”
“หึ! ไอ้ลูกไม่รักดี”
เ้าสำนักถัง ผู้เป็นายใหญ่ปาจอกชาทิ้งอย่างหัวเสีย
“หลายปีบ้านช่องไม่รู้จักกลับ แต่พอได้ยินข่าวลือของหลี่เจี้ยนชิงนิดหน่อย ก็โผล่หัวไปอย่างไวเชียวนะ” ตามด้วยผายมือพร้อมลั่นวาจา “ส่งคนไปลากตัวมันกลับมา!”