第 二十三 章
第 二十三 章
ภายในราชวังสูงตระหง่านภายนอกแลดูสง่างดงามราวกับสรวง์ชั้นเก้า แต่หารู้ไม่ ผู้ที่อยู่ภายในราชวังแห่งนี้ล้วนต่างแก่งแย่งชิงดีเข่นฆ่ากันไม่มีเว้น ผู้ที่แข็งแกร่งและรู้จักเอาตัวรอดต่างหากจึงจะเป็ผู้อยู่รอดที่แท้จริง เสียงผ้าแพรเสียดสีกันไปมาเสียงไพเราะดุจดนตรีบรรเลงเพลง ร่างอรชรในชุดสีชมพูงดงามเดินช้าๆ อยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมละมุนนิ้วเรียวยาวปลายนิ้วสีแดงสดค่อยบรรจงแตะลงบนกลีบดอกไม้บอบบางน่าทะนุถนอม
"ดูสิมันสวยมากเลยใช่ไหม"น้ำเสียงของนางใสราวระฆังแก้วอ่อนหวานจนใครที่ได้ยินเคลิ้มไปไม่น้อย ต่างกับกลุ่มคนที่นั่งคุกเข่าทั้งหญิงและชายสิบคนแต่ละคนใบหน้าซีดเผือดเหงื่อแตกพลั่กทั่วใบหน้าไม่มีเว้น ตัวสั่นระริกเพียงได้ยินเสียงนางผู้นี้เอ่ยปาก คนที่ยืนเสมอกันใบหน้าซีดเผือดอยู่ในชุดสีน้ำเงินปักดิ้นเงินรูปดอกโบตั๋นงดงาม ถึงแม้ว่าใบหน้าเผือดจนไร้สีแต่มิอาจกลบความงามล่มเมืองของนางได้สักนิด
"องค์หญิง"
"หุบปาก เ้าเป็แค่กุ้ยเฟยบังอาจมายืนเทียบเคียงข้าหรือ"องค์หญิงฉางตวาดด้วยท่าทีดุดัน
"หม่อมฉันขออภัยเพคะ แต่ตรงนี้หม่อมฉันยืนชมดอกไม้ก่อน"
"ลู่กุ้ยเฟย เ้าคิดว่าเสด็จพ่อจะไม่ลงโทษเ้าอย่างนั้นหรือ ฮองเฮาอาจไม่เห็นด้วยนะหรือเ้าคิดว่าอย่างไร"ลู่ หลินเอ๋อร์เม้มปากกระจับแน่นนึกเจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรองค์หญิงท่านนี้ได้
"หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยเพคะ ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันทูลลา"นางประสานมือไว้ตรงตักย่อกายลงด้วยท่าทีอ่อนช้อย แต่ดูเหมือนว่าองค์หญิงฉางไม่ยอมเลิกราคิดลงมือต่อนาง
"หยุดนะ! ใครบอกให้เ้าไป เด็กๆ โบกนางสิบที"ลู่กุ้ยเฟยถึงกับใบหน้าซีดเผือดไม่ต่างกับบ่าวไพร่ที่คุกเข่าทุกคนรู้ชะตากรรมตนเองว่าตกอยู่ในสภาพใด ว้ายก็ผิดขวาก็ผิดหากมิยอมโบกตามบัญชาก็มีความผิด โบกก็ผิดเช่นกัน ทุกคนต่างอ้ำอึ้งไม่รู้จะปฏิบัติตัวเช่นไร
"เอะอะอะไรกันองค์หญิง"สุรเสียงเข้มบ่งบอกถึงอำนาจบารมีดังอยู่เื้ัสตรีทั้งคู่
"เสด็จพ่อ"
"ฝ่าา"ลู่กุ้ยเฟยสีหน้าแจ่มใสขึ้นเมื่อรู้ว่าใครเสด็จมา
"ว่าอย่างไรพวกเ้าคุยเื่ใดกันแล้วนี่ทำไมบ่าวไพร่ถึงต้องคุกเข่าขนาดนี้"องค์ฮ่องเต้เสด็จมายืนเคียงข้างลู่กุ้ยเฟยเอื้อมมือมาจับมือเรียวงามที่เย็นจนเกือบเป็น้ำแข็ง
"ว่าอย่างไรกุ้ยเฟยตอบข้ามา"
"ฝ่าา ไม่มีอะไรเพคะเพียงแค่องค์หญิงชมดอกไม้ว่ามันงดงามยิ่ง"มีหรือผู้เป็โอรส์จะไม่ทราบว่าเกิดเื่ใดขึ้น คนทั้งหมดในวังหลวงกว้างใหญ่ก็คือคนของเขาทำไมจะไม่มีผู้ใดรายงานให้ทรงทราบ
"อ่อ องค์หญิงฉางชอบหรือ"
"พะ..เพคะ"
"ถ้าเช่นนั้นเจิ้นจะยกให้เ้า เด็กๆ นำดอกไม้นั่นไปส่งยังตำหนักองค์หญิงนำเสด็จนางกลับตำหนักด้วยจะได้ไปชื่นชมดอกไม้ให้สมใจนาง"ฮ่องเต้เขม้นมองด้วยสายพระเนตรดุดันทำให้องค์หญิงฉางหลบสายพระเนตรทันที
"พ่ะย่ะค่ะ"ขันทีที่ตามเสด็จค้อมกายลงรับคำสั่งจากนั้นจึงช่วยกันยกกระถาง องค์หญิงฉางยากจะปฏิเสธได้แต่ถลึงตาใส่ลู่กุ้ยเฟยกระทืบบาทแล้วหันมาย่อกายถวายพระพรก่อนจะเดินนำขันทีจากไป
"เ้านี่นะ อะไรที่มันเกินทนเ้าจะทนทำไมกัน"
"หม่อมฉันมิต้องทนเพคะ เพียงแค่องค์หญิงทรงเอาแต่พระทัยเื่นี้จึงไม่กระไรมาก"นางยิ้มอ่อนโยนให้กับฮ่องเต้ ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะมากชันษาแต่ก็ไม่ได้แก่ชราทั้งยังดูสง่าผ่าเผย
"เห็นว่าเ้าไม่ค่อยสบายมิใช่หรือ"
"หม่อมฉันเพียงแค่อ่อนเพลียเพคะไม่เป็อะไรมาก ตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็นหากฝ่าาไม่ทรงราชกิจเชิญเสด็จที่ตำหนักหม่อมฉันดีไหมเพคะ เมื่อเช้าหม่อมฉันเตรียมขนมเอาไว้คิดว่าฝ่าาน่าจะทรงชอบ"
"อืม ดีเหมือนกัน เหลียงกงกงเจิ้นจะไปตำหนักกุ้ยเฟย เ้าไปทูลฮองเฮากับหวงกุ้ยเฟยว่าวันนี้ไม่ไปเสวยของค่ำล่ะนะ"
"พ่ะย่ะค่ะ"เหลียงกงกงหันไปบอกกับขันทีเด็กให้ส่งรายงานตามสั่ง จากนั้นก็นำเสด็จทั้งสองพระองค์ไปที่ตำหนักด้านในแทน ภายในตำหนักมิได้ตกแต่งเลิศหรูอลังการเช่นตำหนักอื่น แต่กลับมีกลิ่นหอมหวานของขนมและชาโชยมาเป็ระยะ
"เ้าน่ะจะตระหนี่ไปถึงไหน เครื่องเรือนที่เจิ้นสั่งให้กงกงนำมาเหตุใดจึงไม่ใช้"
"ของพวกนั้นล้วนแต่มีราคาเพคะ ราษฎรที่อดอยากมีมากมายหม่อมฉันเห็นว่าควรส่งคืนพระคลังน่ะเพคะจะได้เอาไว้ใช้ยามเกิดเภทภัยจะได้นำมาใช้ได้"
"กุ้ยเฟยของเจิ้นช่างห่วงใยประชาราษฎร์ช่างดีจริงๆ "ฮ่องเต้ดึงนางมานั่งที่ตักสวมกอดเอาไว้เบาๆ ทรงสรวลออกมาเบาๆ
"จริงสิเจิ้นมีข่าวดีอยากฟังหรือไม่"
"เื่ใดเพคะ"นางเงยหน้าขึ้นมองปลายพระหนุที่เต็มไปด้วยเครา
"เสนาลู่น้องชายของเ้าตอนนี้ปราบโจรชั่วได้สำเร็จแล้ว ถ้าเขากลับมาเจิ้นจะมอบรางวัลให้อีกทั้งจะถวายพระราชทานสมรสให้เ้าว่าดีหรือไม่"ครั้งแรกที่ได้ยินนางยิ้มอย่างยินดีแต่ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าน้องชายของนางจะได้รับพระราชทานสมรส
"หม่อมฉันถามได้หรือไม่เพคะว่าจะประทานผู้ใด"
"องค์หญิงฉาง เ้าคิดเห็นประการใด"
"ฝ่าา...ได้โปรดไตร่ตรองก่อนเถอะเพคะ หม่อมฉันมิได้รังเกียจองค์หญิงเพียงแต่ถ้าฝ่าาให้ฟ่านเสวียนเข้าพิธีเหล่าขุนนางจะไม่พอใจตระกูลลู่ได้ เพราะทั้งหม่อมฉันและฟ่านเสวียนต่างต้องเข้ามาอยู่ในรั้ววัง พวกเขาคงระแวงมิใช่น้อย"
"อืมจริงอย่างเ้าพูดข้าเองครั้งแรกก็คิดเช่นนั้นหากแต่องค์หญิงฉางปักใจรักใคร่น้องชายเ้าแน่นแฟ้น เจิ้นไม่รู้จะแยกนกยวนยางออกจากกันได้อย่างไร"ลู่กุ้ยเฟยสีหน้าไม่ดีนักร้อนถึงฮ่องเต้ต้องเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการสิ่งที่รายงานทำให้ฮ่องเต้ปลื้มปีติเหนือสิ่งใด
"ทรงครรภ์พ่ะย่ะค่ะ"
"ข่าวดี ข่าวดีจริงๆ เหลียงกงกงให้คนนำผ้าแพรยี่สิบพับทองร้อยตำลึงและโสมพันปีมาให้นาง ฮ่าฮ่าฮ่า ส่วนเื่น้องชายของเ้าและองค์หญิงฉางเจิ้นยังยืนยันคำเดิมเ้าเองก็อย่าคิดมากให้กระทบกระเทือนพระโอรสในครรภ์ มาพักผ่อนๆ คืนนี้ข้าจะค้างที่ตำหนักนี้ พวกเ้าไปเตรียมตัวเถอะ"
ท่านราชครูฉงกำลังอ่านหนังสือในมือพร้อมกับฟังเพลงที่ไห่เปียวศิษย์คนที่สี่ที่เขารับเข้ามาใหม่บรรเลงฉิน เสียงพุ่มไม้ส่ายไหวเบาๆ ไม่ได้ทำให้ผู้ชราเงยหน้าจากหนังสือในมือแม้แต่น้อย
"ปลอดภัยเ้าออกมาเถอะ"น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางเสียงฉิน บริเวณโดยรอบบัดนี้มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงโคมไฟส่องสว่างที่โต๊ะกลางลานสนามเท่านั้น
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์"ร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดสีดำปกปิดใบหน้าด้วยผ้าพันรอบมิดชิดคุกเข่าสองข้างตรงหน้า สองมือยาวประสานกันแล้วก้มลงโขกศีรษะกับพื้น
"ลุกขึ้นเถอะ ออกมาได้เช่นนี้คิดว่าถึงเวลาแล้วหรือ"
"ศิษย์คิดว่าถึงเวลาแล้วขอรับ ทางด้านโน้นก็จัดการจนเรียบร้อยแล้ว"อาจารย์ฉงถอนหายใจเฮือก โบกมือให้ไห่เปียวหยุดบรรเลง
"มานั่งก่อนเถอะ ไห่เปียวยกน้ำชามา"
"ขอรับท่านอาจารย์"เด็กหนุ่มวัยไม่เกินสิบหน้าดวงหน้าสะอาดสะอ้านรูปร่างโปร่งลุกขึ้นแล้วเดินหายไปในเรือน
"ศิษย์น้องเล็กของเ้า ข้ายกให้เ้าเอาไปสั่งสอนกันเอง"
"แต่ว่า"
"หรือเ้าจะไม่ดูแล"
"หาเช่นนั้นไม่ขอรับ ศิษย์ยินดี"
"อืม"อาจารย์ฉงลูบเครายาวของตัวเองไปมา
"ข้ารู้เื่หมดแล้ว เื่ของอวี้หนี่ข้าต้องขอโทษแทนนางด้วย"
"อาจารย์เป็ศิษย์ต่างหากที่ดูแลศิษย์น้องทั้งสองไม่ดี"
"เฮ่ย! เหลวไหล ข้ารู้นิสัยลูกข้าดี เอาเถอะแค่เ้าดูแลนางจนเรียบร้อยข้าก็เบาใจฝากพวกเขาไว้กับเ้าแล้ว"
"ท่านอาจารย์อย่ากล่าวเช่นนี้เลยขอรับ"
"ไห่เปียวมานี่ มาคุกเข่าต่อหน้าศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า นับจากนี้เขาจะเป็คนดูแลเ้าเองเข้าใจหรือไม่"
"คารวะศิษย์พี่ใหญ่"
"ลุกขึ้นๆ เ้ามานั่งนี่เถอะ"จื่อหลงตบเก้าอี้ให้มานั่งข้างๆ เล่าถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับอาจารย์ฉงฟัง
"เ้านี่ใจร้อนไม่เบา คุณชายลู่คงลำบากใจไม่น้อย"
"ข้ามิอาจเห็นเขาต้องออกเรือนนี่ขอรับ"อาจารย์ฉงถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังดื่ม
"ออกเรือน! เขามิใช่บุรุษเ้าสับสนไปใหญ่แล้ว"
"เขานับเป็ภรรยาของข้าแล้วนะขอรับ"
"เฮ้อหนุ่มสาวสมัยนี้ช่างใจด่วนใจเร็วเสียจริง แล้วเ้าคิดอ่านประการใด"อาจารย์ฉง ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
"ข้าคิดจะกลับมายังเมืองหลวง ตอนนี้ร้านและสถานที่พักอาศัยข้าตระเตรียมเอาไว้หมดแล้ว"
"เ้าน่ะทุกอย่างดีหมดยกเว้นเื่คุณชายลู่"ไห่เปียวได้ยินถึงกับอมยิ้ม หากไม่บอกเกรงว่าไม่มีใครเชื่อว่าผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้าจะมีใจภักดิ์แค่ผู้ชายคนเดียว น่าสงสารเหล่าสตรีทั้งหลายเสียจริงๆ โดยเฉพาะศิษย์พี่สามท่านอาจารย์ถึงกับนั่งกุมหน้าผากมาหลายครั้งหลายหน
"ได้ ข้าจะปูทางให้ แต่เื่ที่เ้าจะล้างมลทินให้กับสกุลเหวิน คงต้องทอดเวลาจะใจร้อนวู่วามไม่ได้เป็อันขาด เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจแล้วขอรับ ศิษย์ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยเหลือ"
"ฟ้าย่อมมีตา ผู้ผิดสักวันจะต้องได้รับโทษ เอาเถอะเ้าอย่าอยู่ที่นี่ให้นานนัก รีบกลับไปเถอะหากเ้าเข้ามาในเมืองหลวงได้ ข้าจะให้ไห่เปียวไปคอยติดตามเ้า"
"ขอรับ..."จื่อหลงรับคำด้วยท่าทีของศิษย์ที่สั่งสอนมากับมือมีหรืออาจารย์อย่างเขาจะจับเื่ผิดสังเกตไม่ได้
"เกิดเื่อะไรขึ้นโดยที่เ้ายังไม่บอกข้าอีกหรือเปล่า"
"ข้า.."
"พูดมาเถอะ"น้ำเสียงของอาจารย์ฉงอ่อนลงพอเดาได้หกส่วนว่าเื่นี้คงไม่แคล้วเกี่ยวกับบุตรีแต่หากเื่ใดนั้นเขามิอาจคาดเดาได้
"บุตรบุญธรรมของข้าจิวฮุยถูกวางยาพิษขอรับ"
"หืม? เกิดเื่เช่นนี้"
"....."
"อวี้หนี่งั้นหรือ นางทำไปเพื่อสิ่งใด นี่ใจร้ายถึงขั้นคิดวางยาพิษเด็กทารกไร้เดียงสาแล้วงั้นหรือ"อาจารย์ฉงถึงกับตบโต๊ะพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ไป ไปตามศิษย์พี่หยิงของเ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เรียกศิษย์พี่รองของเ้ามาด้วย"น้ำเสียงเกรี้ยวกราดทำให้ไห่เปียวใั้แ่เขามาเป็ศิษย์ยังมิเคยท่าทีเช่นนี้จากผู้เป็อาจารย์เลยสักครั้ง
"ท่านอาจารย์ใจเย็นก่อนเถอะขอรับ จิวฮุ่วปลอดภัยดี ยานั้นแค่ทำให้เกิดอาการตัวร้อนใบหน้าเขียวคล้ำเท่านั้น"จื่อหลงรีบบอก
"นี่นางเอาซานตู๋ให้กินเชียวรึ เ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันอันตรายแค่ไหน จริงอยู่ตอนนี้อาจจะไม่แสดงอาการแต่โตขึ้นเขาจะไม่สามารถสืบสกุลได้ เ้านี่นะต่อให้เ้าเห็นแก่หน้าข้าแต่ก็ไม่ควรเห็นผิดเป็ถูกเช่นนี้"
"ข้าทราบดีขอรับ แต่โชคดีแล้วที่เขาไม่ถึงแก่ชีวิตเื่สืบสายนั้นข้าไม่คิดว่าจะเป็ปัญหา"
"เหลวไหล เหลวไหลใหญ่แล้ว เ้านี่มัน! "อาจารย์ฉงก่นด่าจนร่างกายหอบ หน้าอกเจ็บแปลบถึงขั้นต้องยกมือกุมอกเอาไว้ ร่างกายเซเกือบล้มหงายหลังดีที่จื่อหลงปราดเข้าไปประคองเอาไว้ทัน
"ท่านพ่อ! อาจารย์! "สี่เสียงประสานขึ้นพร้อมเพรียงด้วยความใ