บทที่ 23 การกรรโชก? นี่คือการข่มขวัญ!
พระราชวังเว่ยยาง ตำหนักกลาง
เหล่าขุนนางอยู่ในวันหยุดพักผ่อน ส่วนหลิวปังเลือกที่จะฟังดนตรีเพื่อความเพลิดเพลิน พระสนมชีร่ายรำอย่างอ่อนช้อย ท่วงท่าอันเย้ายวนทำให้ตาแก่จอมเ้าชู้เกิดความหวั่นไหวในใจ
"ฝ่าา! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" โจวชางวิ่งกระหืดกระหอบมา ั้แ่ช่วยหลิวอิ๋งรักษาตำแหน่งรัชทายาทไว้ได้ เสนาบดีตรวจการผู้นี้ก็ยุ่งวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
"มีอะไรอีก?" หลิวปังรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ฮ่องเต้ที่กำลังอยู่ในอารมณ์สุนทรีย์และกำลังจะทำเื่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ กลับถูกโจวชางขัดจังหวะ
"ก้วน... ก้วนอิงยื่นฟ้องโหวแห่งเมืองไหวอินพ่ะย่ะค่ะ!"
"เื่นี้มีอะไรแปลก? แม่ทัพนายกองกัดกันกับขุนนางผู้มีความชอบ ให้พวกเขาเล่นกันเองไปเถอะ!" หลิวปังโบกมือเป็สัญญาณให้โจวชางรีบไสหัวไป อย่ามาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของเขา
"ยังมีเื่ที่ฟ้องรัชทายาทว่ากรรโชกทรัพย์จากขุนนางผู้มีความชอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
"อะไรนะ? ลูกทรพีผู้นี้ช่างกล้าดีนัก!"
หลิวปังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง สบถออกมาว่า "เื่ที่ข้ายังไม่เคยทำ แต่มันกลับทำเสียแล้ว!"
โจวชางถึงกับงุนงง ดูเหมือนฝ่าาเองก็มีความคิดที่จะกรรโชกทรัพย์จากขุนนางผู้มีความชอบเช่นกัน?
นับั้แ่การต่อสู้ระหว่างฉู่และฮั่นจนกระทั่งราชวงศ์ต้าฮั่นก่อตั้งขึ้นใหม่ ในหมู่ราษฎรกลับมีสิทธิ์ในการหล่อเหรียญกษาปณ์
นี่เป็เื่ที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง แต่ความจริงแล้วมันคือทางเลือกที่ไร้หนทางของหลิวปัง เพราะชีวิตความเป็อยู่ของราษฎรตกต่ำ ต้องทำให้ชาวบ้านมีเงินในมือ พวกเขาจึงจะมีกำลังซื้อ
แต่สิ่งที่ราชสำนักขาดคืออะไร? เงิน!
ในขณะที่อำนวยความสะดวกให้ราษฎรซื้อขายได้ ก็ทำให้เหล่าขุนนางผู้มีความชอบเห็นโอกาสในการสร้างความร่ำรวย จนแต่ละคนมั่งคั่งจนล้นเหลือ
หลิวปังคิดจะลงมือกับเหล่าขุนนางเหล่านี้ โดยเฉพาะหมูที่เลี้ยงจนอ้วนพีมานาน ถึงเวลาที่ต้องเชือดเสียที ใครจะรู้ว่าเขายังไม่ทันลงมือ หลิวอิ๋งกลับชิงกรรโชกทรัพย์จากก้วนอิงก่อน!
"เ้าเด็กบ้าคนนี้ ใช้การกรรโชกเป็ข้ออ้าง เพื่อทำการข่มขวัญอย่างนั้นหรือ?"หลิวปังยิ่งไม่เข้าใจการกระทำของลูกทรพีผู้นี้มากขึ้นไปอีก
เป็ถึงรัชทายาทแห่งต้าฮั่น กลับไปกรรโชกทรัพย์จากขุนนาง หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปจะไม่กลายเป็เื่ตลกให้ผู้คนหัวเราะเยาะหรือ?
แต่การกระทำนี้กลับเป็การเตือนสติเหล่าขุนนางผู้มีความชอบ ทำให้หลิวปังรู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ
"ไปตามลูกทรพีกับหานซิ่นมา ให้พวกเขามาเผชิญหน้ากับก้วนอิง! วันหยุดมีเื่สนุกให้ดูแล้ว แบบนี้มันน่าสนใจกว่าการฟังดนตรีตั้งเยอะ!"
ตาแก่จอมเ้าชู้นั่งลงกับพื้น จากนั้นสั่งให้คนนำขนมและถั่วคั่วมา พร้อมท่าทางเตรียมชมงิ้วฉากใหญ่
ส่วนพระสนมชีแอบดีใจในใจ ยิ่งรัชทายาทก่อเื่มากเท่าไหร่ ลูกชายของนางอย่างหลิวหรูอี้ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะขึ้นแทนที่ตำแหน่งองค์รัชทายาทมากขึ้นเท่านั้น
ณ ตำหนักเจียวฝาง
ฮองเฮาหลวี่เพิ่งจะยุ่งกับการทำผักดองเสร็จ ก็ได้ยินว่าพี่รองหลวี่ซื่อจือขอเข้าพบ "ท่านพี่ วันนี้เหตุใดจึงมีเวลามาที่นี่หรือ?"
แม้จะเป็การเผชิญหน้ากับพี่รอง แต่ฮองเฮาหลวี่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนไม่มีเื่ใดสามารถทำให้ใจของนางหวั่นไหวได้
"น้องหญิง เ้ายังมีเวลามาทำผักดองอยู่อีกหรือ?"
หลวี่ซื่อจือกล่าวอย่างร้อนรน "ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ หลิวอิ๋งเป็ถึงรัชทายาทแห่งต้าฮั่น มีกินมีใช้อย่างเหลือเฟือ เหตุใดจึงต้องไปกรรโชกทรัพย์จากขุนนาง?"
"เ้าจะไปรังแกพวกที่มีความชอบน้อยหน่อยก็แล้วไป ทำไมต้องไปหาเื่รังแกก้วนอิงด้วย? ตอนนี้เ้านั่นไปฟ้องฝ่าาแล้ว สถานการณ์ไม่เป็ผลดีต่อหลิวอิ๋งเลย!"
ฮองเฮาหลวี่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ั้แ่ถูกลูกชายชี้แนะว่าต้องมอบ ‘คุณค่าทางอารมณ์’ บางอย่าง ฮองเฮาหลวี่ก็ดูเหมือนจะตาสว่างขึ้นมาก
หากเป็การประชันความงามหรือเสียงเพลงอันไพเราะ นางย่อมไม่อาจสู้พระสนมชีได้ แต่เพราะนางมีอายุมากกว่า จึงสามารถมองทะลุถึงจิตใจคนได้ดีกว่า "เื่นี้ ข้าไม่จำเป็ต้องออกหน้าเ้าค่ะ"
หลังจากฮองเฮาหลวี่คิดถึงเหตุผลเื้ัได้แล้ว จึงกล่าวอย่างราบเรียบว่า "ท่านพี่ก็ไม่ต้องไปเช่นกัน ให้ถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็พอเ้าค่ะ"
เมื่อเห็นน้องสาวที่ปกติจะตามใจหลิวอิ๋งอย่างมาก แต่วันนี้กลับไม่สนใจความเป็ตายของลูกชาย ทำให้เขาที่เป็ลุงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
"น้องหญิง เ้า..."
"เชื่อข้าเถิดเ้าค่ะ กลับไปเสียเถอะ หลิวอิ๋งโตแล้ว" ฮองเฮาหลวี่มีความมั่นใจ นางเปรียบเสมือนสตรีทั่วไปที่หัดปลูกถั่วงอก
ราชวงศ์ต้าฮั่นก็เหมือนกับเมล็ดถั่ว ที่ต้องผ่านการแช่น้ำและการชะล้างของสายลม จึงจะสามารถแตกหน่อได้!
ที่ถนนฮว๋าหยาง
หลังจากศิษย์อาจารย์สองคนซื้ออ้อยเสร็จ หลิวอิ๋งก็ให้ฝานไคว่และเถิงนำกลับไปส่งที่จวนไหวอินโหวล่วงหน้า เห็นได้ชัดว่าในสายตาของหานซิ่น ฝานไคว่เป็ได้เพียงองครักษ์เท่านั้น
"ไป ไปดื่มเหล้าเป็เพื่อนข้า"
"ท่านอาจารย์ ข้ายังเยาว์อยู่ ดื่มเหล้าไม่ได้ขอรับ!"
"หนวกหู! วันหนึ่งเป็อาจารย์ ชั่วชีวิตเป็บิดา ข้าคือพ่อของเ้า ข้าสั่งให้ดื่มก็ต้องดื่ม!"
เมื่อเห็นว่าหานซิ่นกำลังจะถอดพื้นรองเท้าออกมาอีกครั้ง หลิวอิ๋งจึงต้องยอมจำนนต่ออำนาจบาตรใหญ่ของอีกฝ่ายชั่วคราว
ศิษย์อาจารย์สั่งกับข้าวเล็กน้อยสองสามอย่าง จากนั้นหานซิ่นก็มองไปที่หลิวอิ๋ง "รินเหล้าสิ! หรือจะให้ผู้เป็อาจารย์ปรนนิบัติเ้า?"
"ขอรับ ๆ ท่านคืออาจารย์ ท่านพูดอะไรก็ถูกหมดขอรับ!" หลิวอิ๋งไม่เข้าใจ ปกติชายผู้รักสันโดษที่ชอบเก็บตัวอยู่บ้านอ่านตำราพิชัยา เหตุใดพอมาถึงตลาดกลับอยากดื่มเหล้าขึ้นมา
"เ้าเด็กนี่ เดินหมากตานี้ได้ไม่เลว!"
"อะไรไม่เลวขอรับ?"
"ข่มขวัญขุนนาง เพื่อเอาใจฝ่าา"
หานซิ่นกล่าวอย่างตรงประเด็นว่า "สิ่งที่ฝ่าากังวลคือ ม่อตุ้นแห่งซยงหนู และเหล่าขุนนางผู้มีความชอบในใต้หล้า!"
"ม่อตุ้นคือความกังวลระยะไกล แต่ขุนนางผู้มีความชอบคือความกังวลระยะใกล้ พระองค์ทรงกังวลว่าหลังจากสิ้นอายุขัย จะไม่สามารถควบคุมคนเหล่านี้ได้"
"เหตุใดหลิวหรูอี้จึงเป็ที่โปรดปราน เพราะเขากล้าสนทนากับเหล่าขุนนางอย่างเปิดเผย ตรงกันข้ามกับเ้าก่อนหน้านี้ ที่มีท่าทางขี้ขลาดตาขาวจนอาจารย์แทบอยากจะประเคนเท้าให้สักสองที!"
หลิวอิ๋งถึงกับงุนงง เขาแค่้าซื้ออ้อยไปทำน้ำตาลให้ท่านแม่บำรุงร่างกายเท่านั้นเอง! มันเกี่ยวอะไรกับการข่มขวัญขุนนางกัน?
อีกอย่าง การไปกรรโชกทรัพย์จากฝานไคว่และก้วนอิง ไม่ใช่ความคิดของท่านหรอกหรือ? "ท่านอาจารย์ นั่นไม่ใช่เพราะท่านไม่มีเงิน และอยากได้ถุงมือจากแคว้นไป๋หลางหรอกหรือขอรับ?"
"สามหาว! แล้วเ้าก็ตกลงด้วยไม่ใช่หรือ?"
ศิษย์อาจารย์เพิ่งจะดื่มไปได้ไม่กี่จอก ก็ถูกคนที่หลิวปังส่งมาเรียกตัวไปยังตำหนักกลาง
ตาแก่จอมเ้าชู้นั่งไขว่ห้าง มองดูผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายด้วยรอยยิ้ม "ว่ามาสิ เหตุใดจึงไปกรรโชกทรัพย์ขุนนาง? เ้าทำแบบนี้มันทำให้ข้าขายหน้า!"
การถูกยัดข้อหาั้แ่เริ่ม ทำให้หลิวอิ๋งรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
"กรรโชกทรัพย์? เสด็จพ่อพูดไม่ถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวอิ๋งมองก้วนอิงด้วยสายตาเ็า พร้อมแค่นยิ้ม "ดูเหมือนว่าบางคน จะตั้งใจตัดขาดจากราชสำนักต้าฮั่น หรือแม้แต่ไม่เคารพเสด็จพ่อ!"
หืม?
หลิวปังรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เื่ชิงดีชิงเด่นระหว่างเ้ากับก้วนอิง เหตุใดจึงลามมาถึงข้าด้วย?
"ใต้หล้านี้ไม่มีที่ใดไม่ใช่แผ่นดินของาา! แม้แต่ใต้หล้านี้ก็เป็ของตระกูลหลิว ข้าจะไปเอาเงินสักหน่อย มันไม่ใช่เื่ปกติหรอกหรือ?"
"ในทางกลับกัน บางคนเพียงเพราะเงินหนึ่งหมื่น กลับต้องไปหาเื่องค์รัชทายาท ข้าขอถามว่าคนเช่นนี้คู่ควรกับคำว่าขุนนางผู้มีความชอบหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
คำพูดของหลิวอิ๋งพุ่งเป้าไปที่ก้วนอิงโดยตรงว่า การที่เ้าฟ้องข้า คือการไม่พอใจที่รัชทายาทเอาเงิน
น่าเสียดายที่ใต้หล้านี้ใช้แซ่หลิว เงินของเ้าก็คือเงินของตระกูลหลิว! ดังนั้น การที่หลิวอิ๋งเอาเงินจึงกลายเป็เื่ที่ถูกต้องตามธรรมเนียมทันที ในขณะที่ก้วนอิงผู้ฟ้องร้อง กลับถูกตราหน้าว่าเป็ตัวตลก
หากอธิบายไม่ดี ก้วนอิงอาจมีความผิดฐานไม่เคารพราชวงศ์ด้วยซ้ำ
หานซิ่นยกมุมปากขึ้น นี่แหละศิษย์รักของเขา
ส่วนก้วนอิงเหงื่อไหลโชก พยายามคิดว่าจะอธิบายเื่นี้อย่างไรดี
"แต่ข้ารู้ว่า โหวแห่งอิ่งอินเพียงแต่กลัวว่าข้าจะใช้เงินนี้อย่างสิ้นเปลือง วางใจเถิด ข้าเพียงแค่อยากซื้ออ้อยเท่านั้นเอง!"
ซื้ออ้อยในฤดูหนาวจัดเนี่ยนะ? เหตุผลนี้ ต่อให้เป็สุนัขก็ไม่เชื่อ!
หลิวปังคร้านจะใส่ใจ เพียงแต่อยากใช้โอกาสนี้ ดูความสามารถในการจัดการปัญหาของหลิวอิ๋ง "ก้วนอิง เ้ามีอะไรจะพูดไหม?"
"ฝ่าา... ทุกอย่างเป็ดังที่รัชทายาทกล่าวพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้เสียดายเงิน แต่กังวลว่ารัชทายาทจะใช้เงินฟุ่มเฟือยพ่ะย่ะค่ะ"
ให้ตายเถอะ ซื้ออ้อยนี่ไม่เรียกว่าใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือไง?
หลิวปังแอบด่าในใจว่าหลิวอิ๋งเป็พวกผลาญทรัพย์ แต่ก็รู้สึกว่าการข่มขวัญของลูกทรพีในครั้งนี้ เพียงพอที่จะเตือนสติคนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว