ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ขั้นกระดูก

    ฟางเฉินใช้เวลาอีก 1 เดือนในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะหมื่นด้ายสังหาร จากนั้นฟางเฉินก็เริ่มออกล่าสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นต้น ตามคำแนะนำของความโลภฟางเฉินสามารถนำเส้นเอ็นของสัตว์อสูรมาสร้างเป็นด้ายคุณภาพดีได้ และฟางเฉินเองก็ไม่ได้มีเงินมากมายในการซื้ออาวุธหรือแม้แต่แหวนมิติฟางเฉินเองก็ยังไม่มี“เจ้าหนูนี่ อย่างที่คิด ใช้เวลา 1 เดือนในการฝึกทักษะกลืนสวรรค์ให้ถึงขั้นต้นและใช้เวลาทำความเข้าใจทักษะหมื่นด้ายสังหารที่ว่ากันว่ายากอย่างยิ่งได้ในเวลา 1 เดือน พรสวรรค์แบบนี้ต่อให้เป็นที่นั่นก็ใช่ว่าจะหาได้ หึดูเหมือนข้าจะเลือกคนไม่ผิดสินะ” ความโลภกล่าว“ความโลภ ตอนนี้ข้าสามารถฝึกฝนขั้นกระดูกได้หรือยัง” ฟางเฉินกล่าว“แน่นอน แต่ด้วยทรัพยากรที่เรามีทำให้ไม่สามารถใช้วิธีเหมือนคนทั่วไปได้เพราะงั้นก่อนอื่นเลยเจ้าถ้ำสักแห่งก่อน จากนั้นก็ขุดหลุมหรือบ่อน้ำขนาดเล็กเอาไว้” ความโลภกล่าว“ขุดหลุมงั้นเหรอ?? แต่ทำไมละ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เอาน่าเดี๋ยวข้าจะอธิบายเจ้าอีกที” ความโลภกล่าวฟางเฉินไม่ได้ถามต่อจากนั้นก็เริ่มหาถ้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งถ้ำนี้อยู่ใต้น้ำตกซึ่งเป็นถ้ำที่ค่อนข้างปลอดภัย ฟางเฉินทำตามที่ความโลภสั่งและขุดหลุมขนาดเล็กเอาไว้“ดีมากจากนี้ต่อไปเจ้าจะต้องออกไปล่าสัตว์อสูรระดับ 1 และนำเลือดของพวกมันมาเทใส่ในหลุมนี้ให้เต็มเข้าใจหรือไม่” ความโลภกล่าว“เข้าใจแล้ว ข้าเองก็อยากจะรองฝึกทักษะหมื่นด้ายสังหารเช่นกัน” ฟางเฉินกล่าวฟางเฉินออกจากถ้ำและเดินเข้าไปในป่า มรบริเวณที่ฟางเฉินอยู่เป็นเพียงรอบนอกของป่าพงไพรซึ่งมีเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 และระดับสองเท่านั้น เพียงแต่ด้วยความสามารถของฟางเฉินอย่างมากก็สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 1 ได้เท่านั้นและยังไม่สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสองได้เมื่อเดินเข้าไปในป่าได้ไม่นานฟางเฉินก็เจอกับหมู่ป่าเขี้ยวเงินตัวหนึ่งซึ่งเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นต่ำ“ดีละเอาเป็นเจ้านี่แล้วกัน” ฟางเฉินกล่าวและพุ่งไปข้างหน้าทันทีหมู่ป่าเขี้ยวเงินรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของฟางเฉินก็คำรามออกมาและพุ่งเข้าหาฟางเฉินเช่นกัน ฟางเฉินยิ้มออกมาและขยับมือไปมา เส้นด้ายพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว ฟางเฉินใช้พลังปราณควบคุมเส้นด้ายอย่างชำนาญและพริบตาเส้นด้ายก็ผนึกการเคลื่อนใหวของหมูป่าเขี้ยวเงินได้ในทันที“ยอดเยี่ยม เจ้าสามารถทำได้ขนาดนี้ในเวลาอันสั้นถือว่าเจ้ามีความเหมาะสมกับทักษะนี้จริง ๆ” ความโลภกล่าวชม“มันยังไม่หมด!!!” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับหันหลังไปก็พบกับหมูป่าเขี้ยวเงินอีกตัวกำลังพุ่งมาหาตนเอง ฟางเฉินขยับด้ายอีกมือและควบคุมด้ายให้พันธนาการหมูป่าเขี้ยวเงินอีกตัวไว้“มัดพวกมันไว้อย่างงั้นแหละและแบกพวกมันกลับถ้ำตอนนี้เลย” ความโลภกล่าวฟางเฉินไม่ขัดข้องเลยใช้เชือกมัดเท้าทั้งสี่และปากของหมู่ป่าเขี้ยวเงินเอาไว้ก่อนจะลากกลับถ้ำ จากนั้นฟางเฉินก็นำเลือดของหมู่ป่าเขี้ยวเงินทั้งสองเทลงไปในหลุมที่ขุดไว้“แล้วนี่มันเกี่ยวกับการฝึกขั้นกระดูกตรงใหน” ฟางเฉินกล่าว“การฝึกที่ข้ากำลังจะสอนเจ้านี่คือการฝึกที่มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ฝึกได้เพราะเจ้ามีทักษะกลืนสวรรค์อยู่เพราะงั้นจึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการดูดซับพลังที่อยู่ในโลหิตของสัตว์อสูร” ความโลภกล่าว“เอ๋ หมายความว่ายังไง” ฟางเฉินกล่าว“การฝึกฝนขั้นกระดูกนั้นคือการชำระล้างและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแกร่งขึ้น ปกติผู้คนจะใช้เม็ดยาชำระกระดูกในการฝึกฝน แต่เจ้านั้นไม่มีตระกูลหรือเงินคอยหนุนหลังเพราะอย่างงั้นเจ้าจึงจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ อะไรกันเจ้าไม่ต้องห่วงเพราะด้วยวิธีนี้เจ้าจะทะลวงระดับขั้นกระดูกอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ขั้นตอนมันอาจจะทรมานเล็กน้อย” ความโลภกล่าว“ไม่เป็นไรขอแค่ข้าแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วต่อให้ทรมานมากแค่ใหนข้าก็ยอม” ฟางเฉินกล่าว“ดีถ้างั้นก็ถอดเสื้อออกและลงไปแช่ในบ่อโลหิตนั่นซะ” ความโลภกล่าวฟางเฉินไม่ลังเล ฟางเฉินมีเวลาอีกแค่ไม่ถึง 1 ปีก็จะอายุ 15 ซึ่งทุก ๆปีสำนักที่มีอำนาจเทียบเท่าตระกูลราชวงศ์จะเปิดรับสมัครศิษย์ซึ่งจากฟางเฉินรู้ ในอานาจักรฉางลั่วมี 3 สำนักขนาดเล็กอยู่ และจากพื้นฐานของฟางเฉินมีเพียงสำนักเดียวที่ฟางเฉินสนใจขณะที่ฟางเฉินกำลังขบคิดเรื่องสำนักอยู่ ตอนนั้นเองฟางเฉินก็รู้สึกปวดแสบที่ผิวอย่างรุนแรง ผิวที่ขาวเนียนของฟางเฉินกลายเป็นสีแดงฉานขึ้นมาในทันที“แสบ มันแสบมาก!!!!” ฟางเฉินกล่าว“ดี เปิดใช้ทักษะกลืนสวรรค์ซะ จากนั้นเจ้าก็เหนี่ยวนำพลังงานที่เจ้าดูดกลืนไปชำระกระดูกทีละจุด อย่างแรกเจ้าควรจะชำระกระดูกบริเวณขาก่อนต่อจากนั้นคือแขน” ความโลภกล่าว“ข้าจะพยายาม” ฟางเฉินกล่าวฟางเฉินกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดและเริ่มโคจรทักษะกลืนสวรรค์ พลังงานที่อยู่ในโลหิตของหมู่ป่าเขี้ยวเงินเริ่มถูกดูดเข้าสู่ร่างของฟางเฉินจากนั้นฟางเฉินก็เหนี่ยวนำพลังงานกลุ่มนั้นถ่ายเทไปที่ขาทั้งสองข้าง“ชำระกระดูก” ฟางเฉินคำรามเป็นเวลา 1 วันเต็มที่ฟางเฉินชำระกระดูกทั้ง 2 ข้างจากนั้นพลังงานในโลหิตก็หมดลง ฟางเฉินแอบเสียดายเพราะโลหิตของหมู่ป่าเขี้ยวเงินสามารถช่วยให้ฟางเฉินชำระกระดูกได้แค่ส่วนขาเท่านั้น“เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้เจ้าทะลวงเจ้าสู่ระดับกระดูกขั้นที่ 1 แล้ว” ความโลภกล่าว“นั่นสินะ ข้ารู้สึกว่ากระดูกขาของข้าแข็งแกร่งขึ้นและความเร็วของข้าจะต้องเพิ่มขึ้นมากแน่” ฟางเฉินกล่าว“ดี ถ้างั้นเจ้าก็กินเนื้อของหมู่ป่าพวกนี้เพื่อฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไปซะ” ความโลภกล่าว“นั่นสินะ” ฟางเฉินเองก็เริ่มจะหิวแล้วจึงเริ่มจุดไฟและย่างเนื้อหมู่ป่าทันทีจากนั้นความโลภก็ได้เล่าถึงสถานการณ์ที่มนุษย์กำลังพบเจอ ตั้งแต่สมัยโบราณมนุษย์และสัตว์อสูรได้ทำการต่อสู้กันอย่างยาวนาน และเมื่อเวลาผ่านไปสัตว์อสูรก็เริ่มกดดันมนุษย์และช่วงชิงดินแดนมากมายไปจากมนุษย์“แสดงว่าป่าพงไพรแห่งนี้เองก็เป็นอานาเขตของสัตว์อสูรและมีโอกาสที่สัตว์อสูรจะบุกเมืองของมนุษย์ได้สินะ” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้ว ถึงแม้จะมีอานาจักรทั้ง 4 คอยยับยั้งสัตว์อสูรในป่าพงไพรแห่งนี้อยู่แต่สักวันเมื่อมีสัตว์อสูรตนหนึ่งแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็นผู้นำวันนั้นอานาจักรทั้ง 4 ต้องพบเจอกับหายนะแน่” ความโลภกล่าว“เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร แถมเรื่องในอานาจักรแห่งนี้ก็เหมือนเจ้าจะรู้ดีกว่าข้าเสียอีก” ฟางเฉินกล่าว“ง่ายมากเพราะเทพคนที่ข้ากลืนกินความทรงจำมานั้นเป็นคนที่ถือกำเนิดจากที่แห่งนี้ยังไงละ” ความโลภกล่าว