บทที่ 19 ข้าคือสามีของเ้า
สวี่หยางเลือกที่จะเดินออกมาด้านที่ไม่มีผู้คนนางเห็นด้านหน้ามีต้นไม้ใหญ่นางจึงตั้งใจจะไปนั่งที่นั่นสักครู่แล้วค่อยกลับเข้างานเลี้ยง แต่ทว่าเมื่อเดินมาได้สักพักสายตาของสวี่หยางเริ่มพร่ามัวก้าวเท้าไม่ตรงทางร่างกายกำลังเซซ้ายเซขวาล้มลงพื้นหัวใจของนางวูบไหวนางล้มตรงนี้จะเป็การขายหน้ายิ่งนัก
จังหวะเดียวกันที่สวี่หยางเริ่มหน้ามืดจู่ ๆ มีแขนแกร่งคู่หนึ่งมาประคองนางเอาไว้ได้สวี่หยางรีบเงยหน้ามองเพื่อขอบคุณเขาที่มาช่วยประคอง
“ข้าขอบคุณนะเ้าคะที่มาช่วยประคองไม่ให้ข้าล้ม” เมื่อนางเงยหน้ามองผู้มาช่วยรอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มปรากฏขึ้น “คุณชายเสิ่นจิ้นท่านมาที่นี่ด้วยหรือเ้าคะ”
“ขอรับพี่สะใภ้เป็เช่นไรบ้าง ไม่สบายตรงไหนหรือไม่ขอรับ” เสิ่นจิ้นที่เพิ่งมาที่งานเลี้ยงเขากำลังจะเดินไปหาท่านพ่อท่านแม่แต่ระหว่างเดินมาเห็นสวี่หยางเดินเซซ้ายเซขวาใบหน้าแดงระเรื่อขับกับสีผิวที่ขาวผ่องช่างชวนมองแก่สายตาเขายิ่งนักสองเท้าหันแปลเปลี่ยนเส้นทางเดินตรงมาหานางทันที แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้จะถึงกายของสวี่หยางเห็นท่าทางของนางเริ่มจะเซซวนจึงรีบเข้ามาประคองทันที
“ข้าไม่ได้ไม่สบายเ้าค่ะ ข้าเพียงดื่มสุราไปเล็กน้อยเท่านั้นไม่คิดว่าสุราจะมีฤทธิ์รุนแรงเช่นนี้ โชคดีที่เป็คุณชายเสิ่นจิ้นที่มาประคองข้า หากไม่ถือว่าเป็การรบกวนช่วยพาข้าเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้านั้นได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะนั่งรับลมสักครู่ค่อยกลับเข้างานเลี้ยง”
“ได้สิขอรับ... เช่นนั้นข้าขอล่วงเกินประคองกายท่านไปนะขอรับ” เสิ่นจิ้นประคองร่างของสวี่หยางไปด้านหน้า จับกายของนางนั่งลงพิงต้นไม้ใหญ่อย่างที่นาง้า
“ขอบคุณคุณชายนะเ้าค่ะ แต่เหตุใดที่โต๊ะอาหารข้าถึงไม่พบเจอท่านกัน”
“ข้าพึ่งจะเข้ามานะขอรับ”
“หากเป็เช่นนั้นข้ามิอาจจะรบกวนคุณชาย เชิญคุณชายกลับเข้าไปที่งานเลี้ยงเถอะเ้าคะ ข้ารู้สึกดีแล้วจะตามเข้าไป”
“จะให้ข้าทิ้งท่านไว้เช่นนี้ได้อย่างไร ข้าจะนั่งเป็เพื่อนท่านจนกว่าจะรู้สึกดีขอรับ” เสิ่นจิ้นนั่งลงเว้นระยะห่างจากสวี่หยางอยู่ไกล จ้องมองใบหน้างดงามแม้ไร้แสงส่องสว่างแต่ทว่าใบหน้าของนางกลับเปล่งประกายในสายตาของเขาเสมอ หัวใจของเสิ่นจิ้นเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสายลมพัดโบกเข้ามาปะทะใบหน้าทำให้เส้นผมที่สลวยปลิวตามกระแสลมเผยให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของสวี่หยางนางจ้องมองดวงจันทราใบหน้าเริ่มดีขึ้นมาบ้าง
“เป็สายลมนี่ดีนะเ้าคะ พัดผ่านไปโดยไม่หวนคืนมา” น้ำเสียงเอ่ยซ่อนความรู้สึกข้างในเสิ่นจิ้นยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเอ่ยความรู้สึกในคำพูดของนาง
“ข้าว่าไม่ดีเท่าไหร่นะขอรับ สายลมราวกับมาทำให้รู้สึกผ่อนคลายเย็นสบายแต่เมื่อกระแสลมพัดผ่านไปทำให้ผู้ที่รับลมกลับร้อนเช่นเดิม ช่างโหดร้ายอยู่เช่นกันนะขอรับ” สวี่หยางหันขวับมามองหน้าของเสิ่นจิ้นไม่คิดเลยว่าคำพูดของตนที่เอ่ยออกไปอย่างไม่มีความหมายกลับทำให้เขาคิดเช่นนี้
“ฮ่า ฮ่า คุณชายท่านนี่ทำให้ข้าอารมณ์ดีอยู่เรื่อยเลย ที่ข้าเอ่ยมานั้นมิได้มีความหมายแฝงอยู่เพียงแค่รู้สึกผ่อนคลายเท่านั้นเอง ยามนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วเรากลับเข้างานเลี้ยงดีมั้ยเ้าคะ หากท่านพี่เสิ่นเกาหลานไม่เห็นข้าคงจะเป็ห่วงแล้ว” สวี่หยางยันกายลุกขึ้นสูดลมหายใจเข้าอย่างสดชื่น นางรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่อยู่กับคุณชายเสิ่นจิ้น
ฝั่งด้านเสิ่นเกาหลานเมื่อกลับมาที่โต๊ะอาหารสายตากวาดมองหาสวี่หยางไม่พบนางที่นั่งอยู่ เขาจึงรีบออกตามหาเพราะก่อนที่เขาจะแยกจากนางเห็นนางดื่มสุรา เขาเริ่มกระวนกระวายใจตามหานางอย่างเป็ห่วง
ครั้นจะเดินออกจากงานเลี้ยงสายตาเหลือบไปเห็นสวี่หยางเดินเคียงคู่มากับเสิ่นจิ้นหากผู้คนในงานไม่รู้ว่าสวี่หยางเป็ฮูหยินของเขาคงคิดว่านางเป็ฮูหยินของเสิ่นจิ้นเป็แน่ เพราะทั้งสองพูดคุยเดินเคียงข้างกันมาอย่างสนุกสนานทำให้เสิ่นเกาหลานไม่พอใจ รอยยิ้มของสวี่หยางที่เขาไม่เคยจะได้รับแต่น้องชายของเขากลับได้รอยยิ้มนั้นเสมอ สองเท้ารีบย่างกรายไปด้านหน้าดึงแขนของสวี่หยางให้มายืนข้างตนด้วยใบหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าบอกเ้าแล้วใช่หรือไม่ให้รอข้าอยู่ที่โต๊ะ เหตุใดถึงออกมาเดินอยู่ด้านนอกงานกับเสิ่นจิ้นเช่นนี้” เขาตวาดเสียงใส่สวี่หยางพร้อมกระชากแขนนางด้วยความโมโห แต่เสิ่นจิ้นกลับทำสิ่งที่ทุกคนคาดคิดไม่ถึงจับข้อมือของท่านพี่ออกจากแขนของสวี่หยาง
“ท่านพี่ทำเช่นนี้กับพี่สะใภ้ได้อย่างไรขอรับ เห็นหรือไม่ยามนี้ทุกคนกำลังจับจ้องมายังพวกเราอย่าทำให้พี่สะใภ้อับอายเลย ที่พี่สะใภ้ออกมาด้านนอกเพราะรู้สึกมึนเมาเล็กน้อย ข้ากับพี่สะใภ้มิได้ทำอันใดให้เสื่อมเสียเหตุใดท่านพี่ต้องมีท่าทีเช่นนี้ด้วยขอรับ”
“ไม่เกี่ยวกับเ้า ข้าจะพาฮูหยินของข้ากลับเรือนหลีกไป” เสิ่นเกาหลานราวกับโดนไฟลุกโหมกระหน่ำในหัวใจเมื่อเห็นเสิ่นจิ้นปกป้องสวี่หยางจึงพานางกลับเรือน
“คุณชายเสิ่นจิ้นข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ วันนี้ข้าขอบคุณท่านอีกครั้งนะเ้าคะ ขอให้คุณชายสนุกกับงานเลี้ยงแล้วครั้งหน้าพบกันใหม่เ้าค่ะ” สวี่หยางโมโหพยายามคุมอารมณ์ตัวเองมิให้ต่อว่าเสิ่นเกาหลานเพราะยามนี้ผู้คนกำลังสนใจทั้งสามที่กำลังมีปากเสียงกัน จึงตัดปัญหาโดยการเอ่ยลาก่อนจะเดินหนีเสิ่นเกาหลานมายังรถม้า
เสิ่นเกาหลานรีบเดินตามสวี่หยางมาทันทีเขาไม่ชอบใจเลยที่นางชักสีหน้าแถมยังเดินหนีเขาเช่นนี้ เสิ่นจิ้นถอนหายใจมองตามทั้งสองก่อนจะเดินเข้างานเลี้ยง แม้จะเป็ห่วงสวี่หยางแต่เขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลยเพราะนางเป็พี่สะใภ้ของตนเขาทำได้เพียงยับยั้งหัวใจตนเองมิให้แสดงความรู้สึกของตนเองให้นางได้รู้
สวี่หยางเดินมาถึงรถม้าก้าวเท้าขึ้นมานั่งเงียบหันหน้าไปทางหน้าต่างของรถม้าไม่อยากสนทนากับเสิ่นเกาหลานที่ไม่มีเหตุผลเอาแต่ใจตนเอง แต่เมื่อเสิ่นเกาหลานตามขึ้นมาเห็นท่าทางเ็าของสวี่หยางรวมกับความโมโหโทสะเมื่อครู่สีหน้ารอยยิ้มของนางเริ่มปรากกฎขึ้นยามอยู่กับเสิ่นจิ้นทำให้เขาไม่พอใจจับแขนกระชากนางเข้ามาใกล้ก่อนจะหันไปสั่งสารถีรับใช้ให้ออกเดินทางได้
“เดินทางกลับเรือนเดี๋ยวนี้”
“ขอรับคุณชาย”
“นี่ปล่อยข้านะ ข้าเจ็บ!!!”
“ทำไม! ทำไมยามที่เ้าอยู่กับข้าถึงได้เ็าเช่นนี้ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือสามีของเ้า”
“ข้าไม่ลืมเ้าค่ะ แต่ที่ท่านกำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อยอย่าให้อารมณ์ควบคุมตนเองสิเ้าคะ ท่านทำเช่นนี้ทำให้ข้าคิดว่าท่านกำลังหึงหวงข้า ข้าจำได้ว่าสิ่งที่ท่านเอ่ยมาครั้งแรกว่าท่านไม่มีทางมอบหัวใจให้ข้าอย่างไรล่ะ? จะมาหวงยามที่ข้าอยู่ข้างผู้อื่นทำไมกัน” เสิ่นเกาหลานชะงักในคำพูดของสวี่หยางหรือว่าเขาเริ่มมีใจให้นาง
ครั้นจะคิดเช่นนั้นใบหน้าของเจี่ยฟางกลับปรากฏขึ้นมา ใช่แล้วเขามิได้มีความรู้สึกอะไรกับสวี่หยางเพียงแต่นางเป็ฮูหยินของตนไม่คู่ควรใกล้ชิดชายอื่น ยิ่งคิดเสิ่นเกาหลานยิ่งโกรธเกรี้ยว ดึงนางเข้ามาโอบกอดแน่น ดวงตาของสวี่หยางเบิกโพลงใในการกระทำของเขา
“ข้าไม่มีทางลืมว่าข้าเคยเอ่ยเช่นใด แต่เ้าเป็ฮูหยินของข้าสิ่งนี่ที่เ้าเองไม่ควรจะลืม” ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเสิ่นเกาหลานกลับถูกริมฝีปากของสวี่หยางดึงดูด เขาประกบจูบลงริมฝีปากบางแสดงความเป็เ้าของ ดูดดื่มจนสวี่หยางหายใจไม่ทันใช้มือทุบอกของเขาให้หยุดการทำนี้ เพราะนางไม่ได้้ามันแม้แต่น้อย แต่ทว่ายามนี้เืในกายของเสิ่นเกาหลานพลุ่งพล่านมิอาจจะหยุดเพียงเท่านี้ เขาสอดลิ้นกลืนกินน้ำหวานจากนางจนหนำใจก่อนจะค่อย ๆ ถอดริมปีปากอย่างอ่อยอิ่งให้นางได้พักหายใจแต่ทว่าสวี่หยางกลับใช้มือฟาดลงที่ใบหน้าของเขาเต็มแรง
เพี๊ยะ ! ใบหน้าของเสิ่นเกาหลานสั่นะเืตามแรงมือ
“ท่านมันไม่ต่างจากสัตว์ป่า ทำตัวไร้ความเป็คน” คำพูดของสวี่หยางทำให้เขาเดือดดานยิ่งกว่าเดิมไปกระตุ้นให้เขาอยากร่างกายของนางอีกครั้ง
“เ้าทำราวกับไม่เคยนอนกับข้าอย่างไรอย่างนั้น ดี! คืนนี้ข้าจะทำให้เ้าจำให้ขึ้นใจว่าข้าคือสามีของเ้า”