……
วิศณีตุลย์ล้มลงไปนอนกองกับพื้น เืของเธอไหลนองไปทั่วพื้น อาเทนติยูสใมากและงุนงงกับการที่เธอได้กระทำการอะไรแบบนี้
“ นี่เ้า..!! ทำไมถึงทำแบบนี้!? ”
ยังไม่ทันที่เขาจะรักษาอาการให้กับเธอ จู่ๆวิศณีตุลย์ก็ลุกขึ้นมา ด้วยอาการงุนงง ?
“ อะไร!?.. นี่ฉันยังไม่ได้กลับบ้านอยู่อีกหรือ..? แล้วทำไมฉันยังไม่ตายสักที!? หรือว่าแผลเล็กไป!! แต่ฉัน.. ก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยนะ ” เธอยังงุนงง และลุกขึ้นมาเดินไปเดินมา โดยที่อาเทนติยูสอ้าปากค้างและจ้องเธออยู่
เืของเธอหยุดไหลแล้วนะ.. มีแต่รอยเืที่เปื้อนเสื้อผ้าของเธอ แต่เธอยังสงสัยอยู่ว่าทำไมเธอถึงยังไม่ตาย!! และไม่ได้กลับบ้านเสียที.. อาเทนติยูสดึงสติของตัวเองขึ้นมาได้แล้ว เขาแน่ใจว่าเธอไม่ได้เป็ตัวอันตรายกับเขาอย่างแน่นอน เพราะดูจากท่าทางของเธอั้แ่แรกแล้วว่าเธอ้าเหมือนจะทำร้ายตัวเอง อาจจะเป็เพราะเขาที่มัดเธอไว้ด้วยเชือกของเวทมนตร์ เธอเลยโมโหและเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา เขาจึงคลายเชือกเวทมนตร์ของเขาออกเสีย และบอกขอโทษกับเธอ
“ ข้าขอโทษเ้า ” เขายืนนิ่งแสดงอาการเหมือนคนสำนึกผิด วิศณีตุลย์มองออกว่าเขาขอโทษ
“ ดี!!.. ทีหลังอย่ามามัดฉันนะ!! ” เธอพูดแล้วก็เปิดเสื้อของเธอดูแผลที่เธอพุ่งเข้าใส่กริช อาเทนติยูสหันหน้าหลบด้วยความใไม่คิดว่าเธอจะใจกล้ามาเปิดเสื้อให้เห็นเนื้อข้างใน เขาหน้าแดงจนถึงใบหู และรีบพูดแต่ไม่รู้ว่าวิศณีตุลย์จะฟังรู้เื่ไหม..
“ เ้า.. เ้า.. รีบปิดเสื้อผ้าเสียเดี๋ยวนี้!! ”
แต่วิศณีตุลย์กลับร้องเสียงหลงออกมา จนทำให้อาเทนติยูสต้องหันหน้ากลับมา และเขาก็ต้องใเช่นเดียวกันกับเธอด้วยเหมือนกัน
“ อะไรกันเนี่ย!? ทำไมฉันถึงไม่มีาแอะไรเลยล่ะ ? แผลหายไปไหนหมดแล้ว!! อะไรกันเนี่ย!? อย่างนี้ฉันก็ไม่ตายน่ะสิ แล้วฉันจะกลับบ้านได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!?.. ”
เขาจ้องมองดูก็รู้ได้เลยในทันที.. ว่าเธอผู้นี้คือะ และมีเพียงคนเดียวในดินแดนแห่งนี้ที่ที่ผู้คนที่นี่มีผมสีขาว ( จักรวรรดิอินเทอร์โฟ ) ผมสีบลอนด์ผสม ( แคว้นฮัมเบิร์ต ) ผมสีเงิน ( อาณาจักรลูฟฟาบรอน ) และผมสีบลอนด์ ( จักรวรรดิอาเทนติยูส ) ซึ่งเขาอยู่ในจักรวรรดิสุดท้าย ที่นี่จะเป็อาณาเขตของเหล่านักเวทที่ฝึกฝนเวทมนตร์และมีพลังมานาอยู่อย่างล้นเหลือ..
เธอ.. ผู้ซึ่งหลงเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ มีผมยาวสีดำขลับและนิ่มสลวยเป็เงางามเหมือนดั่งเส้นไหม สีผมของเธอช่างแปลกตาและน่าดึงดูดใจได้อย่างน่าประหลาด แถมั์ตาของเธอนั้น.. ยังมีสีดำยิ่งดูลึกลับยิ่งนักสำหรับเขา เพราะเขายังไม่เคยพบเจอผู้หญิงแปลกๆอย่างเธอ แถมโลหิตของเธอ ( เื ) ยังเป็สีแดงเข้มช่างเหมือนกับสีดวงตาของตัวเขายิ่งนัก แต่เืของพวกเขาในดินแดนแห่งนี้ทุกๆคนเป็สีชมพูจางๆ และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักคือเธอเป็ ะ
ซึ่งถ้าเธอเป็ะจริงๆอย่างที่เขาสงสัย และตั้งสมมุติฐานไว้ว่าใช่อย่างจริงๆแล้วล่ะก็ ฉะนั้นเธอจะเป็สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดและหายากยิ่งในโลกแห่งนี้ของเขา และเธออาจจะช่วยเขาหรืออาณาจักรของเขาได้และอาจจะไม่ใช่เพียงแค่นั้น เธออาจจะช่วยคนทั้งโลกใบนี้ของเขาที่เป็อยู่!?..
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยนัก ? เขาจึงลองเอากริชเล่มนั้น ( เล่มที่เขาถือไว้อยู่ในมือ )แทงเข้าไปที่ท้องของเธออีกครั้งนึง!!..
“ สวบ!! ” “ โอ้ย!! ” วิศณีตุลย์ถลึงตามองอาเทนติยูสก่อนที่จะล้มลงไปนอนจมกองเืของตัวเอง
“ ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ แกจะฆ่าฉันเพื่ออะไรกัน ? ”
แต่เพียงชั่วครู่เืก็หยุดไหลและแผลจากการถูกแทงของเธอก็หายไปเป็ปลิดทิ้ง
“ อ้าว.. เวรแล้ว!! ทำไมฉาน.. ยังไม่ตาย ไอ้บ้า.. ห้าร้อย.. มาแทงใหม่อีกทีซิ !! เร็ว!! มาแทงเร็วๆๆ ทำไมยังไม่รีบมาแทงอีก.. ไอ้อาเทน!! ”
“ ??? ” อาเทนติยูสไม่เข้าใจที่เธอพูด แต่ก็ส่งยิ้มให้กับเธอ
“ เ้าจะเอาอะไรอย่างนั้นหรือ ? ” อาเทนดีดนิ้วเรียกคนรับใช้ให้เข้ามา
สาวใช้เข้ามาในห้องสองคน ในนาทีแรกดูพวกเธอใกับเืที่เปื้อนเสื้อผ้าของวิศณีตุลย์และพวกเธอก็ดูตื่นตะลึงกับหล่อนหลังจากที่เห็นรูปลักษณ์ของวิศณีตุลย์ ผู้คนที่นี่ไม่มีใครผิวสีเข้มและผมสีดำมาโดยกำเนิด แถมั์ตาสีดำยิ่งแล้วยิ่งไม่เคยพบหรือไม่เคยเจอกันมาก่อน สาวใช้ทั้งสองรีบก้มหน้าด้วยความกลัวปนใ
“ มีอะไรให้รับใช้คะท่านมหาเวท ? ” สาวรับใช้ทั้งสองก้มหน้าพูด
“ เดี๋ยวพวกเ้านำเลดี้ท่านนี้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะสมให้แก่เธอด้วย เสร็จแล้วพาเลดี้มารับประทานอาหารเช้าที่โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมกับข้าด้วย และอีกอย่าง.. เลดี้ท่านนี้เป็คนต่างชาติช่วยระวังคำพูดด้วย เข้าใจไหม ? ” อาเทนติยูสสั่งสาวใช้
“ เ้าค่ะท่านมหาเวท ” สาวใช้ทั้งสองรับคำกับเ้านายของพวกเธอ และได้นำทางวิศณีตุลย์ไปยังห้องที่ใช้ไว้รับรองแขกสำคัญๆ
แต่วิศณีตุลย์ยังคงไม่เข้าใจว่าอาเทนติยูสบอกอะไรแก่สาวรับใช้ทั้งสองคน แต่เธอก็เดินตามสาวรับใช้ไปเพราะคิดว่าอาเทนติยูสคงจะบอกอะไรสักอย่างแต่คงไม่ได้เป็เื่อันตรายอย่างแน่นอน เพราะเค้าไม่ได้มัดเธอแล้ว และคนพวกนี้ก็เป็สาวใช้ธรรมดาไม่ใช่ทหารเธอจึงไม่กลัว และเดินตามไปอย่างว่าง่าย
และเมื่อมาถึงห้องตรงทางที่อยู่ด้านในสุดตรงระเบียงทางเดิน ( ซึ่งอาเทนจัดไว้ให้เป็ห้องพักสำหรับแขกคนสำคัญๆเท่านั้น ) ตุลย์ยังคงรู้สึกว่าห้องๆนี้มันช่างหรูหราและดูดีซะเหลือเกิน ในดินแดนแห่งนี้ถึงจะไม่มีไฟฟ้าหรือเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่มันก็ไม่ได้ขาดแคลนหรือแร้นแค้นจนเกินกว่าเหตุ เครื่องใช้ไม้สอย และโต๊ะตู้เตียงต่าง ๆนั้นกลับดูมีคุณค่าและงดงาม ทั้งยังดูวิจิตรตระการตา สวยงามเกินกว่าจะเอามาใช้สอยจริงๆ
‘ โอ้โห!! ดูสิ!! ขนาดกระจกยังมีลวดลายสวยงามขนาดนี้!! แถม..!! แถม..!! แถมเก้าอี้.. ว้าย!! ใครจะกล้านั่งลงกันล่ะเนี่ย.. สวยเว่อร์.. วัง อลังการงานสร้างจริงๆ โอ้.. มายก็อด ’
วิศณีตุลย์ยืนตะลึงจ้องมองรอบๆห้อง โดยที่สาวใช้ทั้งสองคนก็อยู่ด้วย และสาวใช้ทั้งสองก็ไปเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายใหม่มาให้เธอ วิศณีตุลย์จึงพอเข้าใจแล้วว่า อาเทนติยูสคงจะบอกกับสาวใช้ว่าอย่างไร ?
‘ อ๋อ.. คงบอกให้พาเรามาเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แน่ๆเลย ก็อย่างว่าล่ะนะ ชุดนี้ของเราที่ใส่มันเปื้อนเปรอะและเลอะเทอะไปด้วยเืของเราเองนี่นา ดูสกปรกและมอซอ ’
วิศณีตุลย์จึงยอมใส่และเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สาวใช้นำ..มาให้ แต่ก็ยังคงรู้สึกเคอะเขินที่มีคนรับใช้มาแต่งตัวให้ ด้วยความที่ว่าเธออยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ และเติบโตมาจากครอบครัวที่ธรรมดาฐานะปานกลางซึ่งไม่มีแม้กระทั่งคนใช้หรือลูกจ้าง จึงทำอะไรมาด้วยตัวเองเสมอมา
แต่ ณ ตอนนี้.. เธออยู่ท่ามกลางดินแดนที่ห่างไกล มันไกลมาก.. จนแม้กระทั่งตัวของเธอเองก็ยังคงไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนอยู่เลย ? และจะกลับบ้านของเธอได้ยังไงกัน ? เท่ากับว่าเธอเป็คนที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่รู้จักใครๆที่ไหนทั้งนั้น ไม่มีแม้กระทั่งเพื่อน หรือญาติพี่น้อง แถมเธอยังไม่สามารถพูดคุยกับใครได้รู้เื่อีกต่างหาก!! เธอในตอนนี้เหมือนทั้งคนหูหนวกและเป็ใบ้เพราะต้องทำมือไม้ทำท่าใบ้ภาษามืออยู่ตลอดเวลา.. ( ภาษามือในที่นี้คือวิศณีตุลย์เป็คนคิดเอาเองนะ )
และถ้า.. ในตอนนี้คือ่เวลาที่เธอนอนหลับและฝันอยู่นั้น.. ทำไม..? ความฝันในคราวนี้.. มันช่างยาวนานและสมจริงเสียเหลือเกิน!! และอีกนัยหนึ่ง.. ถ้าเธอไม่ได้กำลังหลับฝันอยู่ล่ะ ? หรือว่า.. ในตอนนี้เธอได้หลงเข้ามาในดินแดนแห่งความฝันของเธอนั้นจริงๆ
“ โอ้ว!!!.. ม่ายยยน้า…. ” จู่ๆวิศณีตุลย์ก็ร้องออกมา ทำให้สองสาวใช้ ที่คนนึงกำลังหวีผมให้กับเธอ ส่วนอีกคนกำลังแต่งหน้าให้เธออยู่นั้นต่างก็สะดุ้งและใ เพราะเสียงร้องของเธอที่จู่ๆเธอก็ร้องออกมา
วิศณีตุลย์ลืมตัวไปโดยสนิท เธอรีบยิ้มแหยๆและผงกหัวให้สาวใช้ทั้งสองคน ทำท่าว่าขอโทษพวกสาวใช้ พวกสาวใช้คิดว่าวิศณีตุลย์คงจะไม่ชอบที่พวกหล่อนแต่งตัวให้หรือทำไม่ถูกใจเป็แน่แท้ ทั้งสองคนจึงรีบจัดการอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้นำพาวิศณีตุลย์ไปรับประทานอาหารเช้ากับท่านมหาเวทย์ให้ทันเวลา..
……
ณ ห้องรับประทานอาหาร
อาเทนติยูสนั่งรออยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารอยู่ก่อนแล้ว วิศณีตุลย์เดินตามสองสาวใช้มาที่ห้องอาหาร ภาพที่วิศณีตุลย์เห็นตรงหน้าของเธอนั้น มันคือภาพของเทพบุตรผมยาวั์ตาสีแดงเรียวกำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์ กำลังเอามือเท้าคางและค่อยๆละเลียดจิบชา ( หรือกาแฟก็ไม่แน่ใจนัก ) อย่างใจเย็น
‘ ว้าว!! คนอะไร ? หน้าตาดีเป็บ้า.. มองกี่ทีกี่ทีก็ไม่คุ้นเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ!!.. มองเขาแล้วรู้สึกอายหน้าตาของตัวเองจริงๆ ผู้ชายอะไรหน้าตาสวยกว่าผู้หญิงอีก ์ลำเอียงชัดๆ ’
วิศณีตุลย์ยังคงไม่คุ้นในความหล่อเกินต้านของอาเทนติยูสอยู่นั่นเอง เธอค่อยๆเดินมาที่เก้าอี้และนั่งลงตรงกันข้ามกับอาเทนติยูสที่นั่งอยู่ข้างหน้าหล่อน
และในทางกลับกันของอาเทนติยูส เมื่อเขาปรายตามองมาที่วิศณีตุลย์ภาพที่อาเทนติยูสเห็นนั่นก็คือ ภาพของหญิงสาวที่สวยแปลกตา ผมดำที่ดูลึกลับน่าค้นหา ในตอนนี้เธอกลับแต่งตัวสวยงามตระการตาในชุดประจำชาติของจักรวรรคอาเทนติยูสจึงทำให้วิศณีตุลย์ดูสวยงามยิ่งกว่า ผิวของเธอช่างเนียนนวลและสีเข้มผิดแผกและแตกต่าง หน้าของเธอนั้นยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล ทำให้อาเทนตะลึงค้างไปในชั่วครู่
‘ ตุลย์ เ้าช่างดูงดงามยิ่งนัก ในชุดประจำชาติของเรา ทำยังไงข้า.. ถึงจะได้ในตัวของเ้า ’
ทั้งคู่ต่างตะลึง และนิ่งเงียบกันไปพักนึง อาหารเริ่มทยอยเอาออกมาตั้งและจัดวาง มีเยอะแยะและมากมาย อาเทนพยายามชวนตุลย์พูดคุย แต่พวกเขาต้องพยายามพูดอย่างช้าๆกัน และต้องใช้มือช่วยในการใบ้คำ
“ ข้า.. ไม่รู้.. ว่าเ้า.. ชอบอะไร.. ข้า.. เลย.. เอามา.. ให้เ้าเลือก.. ”
วิศณีตุลย์มองตามมือและพยายามฟังแล้วเธอก็พยักหน้าตอบรับแสดงว่าเข้าใจ
“ อ๋อ.. ฉัน.. ชอบทุกอย่าง.. ที่ท่านเอามาให้เลยนะ.. ” แล้วเธอก็ยิ้มอย่างเดียว
ทั้งคู่ก็รับประทานอาหารด้วยกัน หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาเทนติยูสนั้นอยาก รู้เื่ราวของตุลย์มากขึ้นกว่าเดิม แต่มันยากเหลือเกินที่จะสื่อสารกัน เขาจึงตัดสินใจถามเธอว่า
“ เ้า.. อยากเรียน.. ภาษา.. ของข้าไหม..? ” เขาพูดพร้อมให้สาวใช้นำกระดาษและปากกาขนนกมาให้เขา
“ ??? อะไรกันนะ ??? ” วิศณีตุลย์เริ่มสงสัย
เขาเขียนภาษาพื้นฐานของเขาและสอนเธอให้พูดตามทีละตัว เหมือนการกลับไปเริ่มเรียน ก. ไก่ ใหม่อีกครั้งหนึ่งวิศณีตุลย์เริ่มพอที่จะเข้าใจในตัวของอาเทนแล้วว่าเขาพยายามจะสื่ออะไร เธอจึงเริ่มศึกษาภาษาของเขาและพูดตามเขาที่เขาสอนให้เธอ..
……
หนึ่งสัปดาห์ผ่านมา..
วิศณีตุลย์ยังคงอยู่ในดินแดนแห่งนี้.. เธอเริ่มจะชินกับชีวิตความเป็อยู่ของที่นี่บ้างแล้ว แต่เื่ที่ยังไงๆก็ยังไม่ยอมชินเลยนั่นก็คือ หน้าตาอันหล่อเหลาไร้ที่ติของอาเทนติยูสนั่นเอง วันนี้ก็คงเป็อีกวันหนึ่งที่เธอจะต้องเข้าชั้นเรียนเตรียมเื่ภาษาของเธอ ในตอนนี้เธอพอที่.. จะพูดอะไรเหม่งๆสำเนียงแปลกๆที่เ้าของภาษาฟังเธอพูดในแต่ละครั้งแล้วจะอดขำเธอเสียไม่ได้ อาจจะเป็เหมือนฝรั่งหรือญี่ปุ่นพูดภาษาไทยกระมัง เลยจะดูออกเพี้ยนๆและแปลกๆไป
“ สา.. วัด.. ดี.. ขา.. อา.. จ้าน.. ( สวัสดีค่ะอาจารย์ ) ” วิศณีตุลย์กล่าวทักทายอาจารย์ที่สอนภาษาให้กับเธอ นั่นก็คืออาเทนติยูสสุดหล่อของเรานั่นเอง
“ ฮึ.. ฮึ.. อุ๊บ!! ขอโทษที พอดีมันอดขำไม่ได้น่ะ อะแฮ่ม.. สวัสดีนะเ้า..นักเรียน ” อาเทนเอามือปิดปากของเขานิดนึงด้วยที่ว่าเขาอดที่จะขำในความน่ารักแบบเปิ่นๆของตุลย์นั้นไม่ได้
“ วันนี้ ข้าจะให้เ้าไปพบกับเพื่อนๆของเ้ากัน เพราะว่าเ้าเรียนกับข้าเพียงคนเดียวอาจจะทำให้เ้าเรียนรู้ช้าไป เอ่อ.. และอีกอย่างข้าไม่ค่อยจะมีเวลามาสอนเ้าสักเท่าไหร่นัก ใน่นี้ข้ามีงานมากด้วย ข้าก็เลยจะส่งเ้าไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลเวทมนตร์ แต่ไม่ได้ให้เรียนเวทย์หรอกนะ จะให้ไปเรียนภาษาแทน ” อาเทนติยูสร่ายยาวมาเลย
“ ??????? ” วิศณีตุลย์ฟังไม่ทัน เธอเลยกรอกสายตาไปมาซ้าย ขวา ขึ้นและลง
“ อ้อออ.. อา.. จ้าน.. พุด.. ช้าง.. ช้าง.. น้อย.. ขา ( เอ่อ.. อาจารย์พูดช้าช้าหน่อยค่ะ ) ”
“ อ่ะ.. ฮึก.. อ่ะฮึกๆๆ ” อาเทนพยายามกลั้นหัวเราะแล้วนะแต่กลั้นยังไงก็ไม่มิด
“ เอาล่ะ.. ยังไงเ้าก็ต้องไปเรียนที่นั่น ในวันนี้ ” พูดจบอาเทนก็ให้ตุลย์ลุกขึ้นและเดินออกมาข้างนอกปราสาทของเขา
ที่สวนตรงหน้าปราสาทมีรถม้าจอดอยู่ วันนี้ตุลย์จะได้นั่งรถม้าที่สวยงามดั่งในเทพนิยายของวอสดิสนี่ ที่มีเ้าหญิงกับเ้าชายยังไงยังงั้นเลย เธอขึ้นรถม้าไปกับอาเทน ส่วนภายในใจก็ครุ่นคิดไปว่า
‘ ทำไมไม่ขี่ไม้กวาดวิเศษไปนะอย่างในเื่ของแฮรี่พอตเตอร์ หรือว่าที่นี่จะไม่มีไม้กวาดวิเศษกันนะ ’
และพอรถม้าเริ่มออกตัวได้ไม่นาน วิศณีตุลย์ก็เริ่มที่จะเวียนหัวเพราะรถม้าคันนี้มันโคลงไปโคลงมา ไม่ได้นั่งแล้วสะดวกสบายอย่างที่คิดไว้เลยซักนิด
“ โอ้ยยยย…!! ฉันอยากจะอ้วก แหวะ..!! เจ็บก้นก็เจ็บ.. ที่นั่งแข็งก็แข็ง ตูดระบมไปหมดแล้ว…. ”
น่าสงสารวิศณีตุลย์เสียเหลือเกิน เห็นว่านั่งรถม้าก็นึกว่าได้เป็เ้าหญิงดิสนี่ แต่นี่อะไร..? กลายเป็
อีนี่.. ตูดระบม ไปได้…