“เถาวัลย์พัวพัน”
เซี่ยฮุยที่กำลังสู้อยู่กับนักรบโครงกระดูกดำอย่างดุเดือด จู่ ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ใต้เท้าของเขา
ตอนที่ก้มหน้าลงไปมองก็พบว่ามีวงเวทย์ทรงกลมส่องแสงสว่างสีเขียวขึ้น
“เหาะเหินต้านวายุ!”
ร่างของเซี่ยฮุยลอยตัวขึ้นจากพื้นดิน เขารีบหมุนตัวกลางอากาศหลายตลบเพื่อถอยไปด้านหลัง หลังจากออกห่างจากจุดเดิมราวๆ สิบกว่าเมตรเขาก็กลับลงมายืนอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง
เขาเงยหน้ามองไปยังจุดเดิมที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้
เถาวัลย์สองเส้นผุดขึ้นมาจากวงเวทย์แสงสีเขียวอย่างรวดเร็ว
เถาวัลย์เต็มไปด้วยหนามที่แหลมคม อีกทั้งยังมีใบไม้ขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกับเข็มแหลม
เซี่ยฮุยยืนนิ่งอยู่กับที่พลันคิดในใจว่าถ้าหากเขาถูกเถาวัลย์พันร่างจริง ๆ คงจบเห่แน่
หลังจากการโจมตีเป้าหมายล้มเหลว เถาวัลย์เ่าั้ก็แกว่งไปมาอยู่สองสามครั้งก่อนจะหายไป
“ตุบ!”
ตอนที่เขาเพิ่งจะยืนได้อย่างมั่นคง เซี่ยฮุยก็พุ่งทะยานเพื่อปะทะเข้าใส่ร่างของนักรบโครงกระดูกดำ จากนั้นเขาก็ใช้หมัดซัดออกไปอย่างแรง
หมัดที่ถูกส่งออกไปในครั้งนี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือได้สบาย ๆ
หลังจากเห็นนักรบโครงกระดูกดำพุ่งตัวเข้ามา เซี่ยฮุยก็ซัดหมัดออกไปจนทำให้ร่างของนักรบโครงกระดูกดำกระเด็นลอยออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง วินาทีต่อมาฝุ่นจากพื้นดินก็ฟุ้งกระจายขึ้น
ทุกอย่างเงียบสงัด สายตาของทุกคนจับจ้องฉากตรงหน้าด้วยท่าทางตกตะลึง พวกเขารู้สึกได้ว่าทั้งปากและลิ้นแห้งผาก อีกทั้งยังรู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่ในความฝัน
“เยี่ยม...เยี่ยม...คิดไม่ถึงเลยว่าสถานที่เล็ก ๆ ภายในเมือง Y จะมีผู้มีความสามารถที่น่าทึ่งแบบนายอยู่ที่นี่ อายุก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่กลับเป็ผู้พิเศษขั้น 5”
หลิวซิ่นพูดด้วยสีหน้าและแววตามืดหม่นราวกับจะร้องไห้ เขาเห็นนักรบโครงกระดูกดำของตัวเองถูกซัดจนสะบักสะบอม ภายในใจย่อมรู้สึกโกรธจนอกแทบจะะเิ
นักรบโครงกระดูกดำที่มีความแข็งแกร่งถึงขั้น 6 ในบรรดาสิ่งอัญเชิญของเขาที่มีอยู่ กำลังหลักของเขาก็มีแค่นักรบโครงกระดูกดำสองตัวนี้แหละ
ตอนนี้พวกมันถูกโจมตีจนแทบจะกลายเป็เศษซาก สำหรับหลิวซิ่นแล้ว หลังจากนี้คงเกิดการสูญเสียไม่มากก็น้อย
เดิมทีเขาคิดว่าโอกาสที่จะได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้คือ 90% ทว่าผลลัพธ์กลับเปลี่ยนเป็เช่นนี้ สำหรับหลิวซิ่น เซี่ยฮุยคือคนร้ายที่เข้ามาทำลายแผนของเขา สิ่งนี้จึงทำให้เขารู้สึกเกลียดเซี่ยฮุยเข้ากระดูกดำ
ตอนนี้ไม่สามารถมองว่าการต่อสู้เป็งานอดิเรกได้อีกต่อไป
เซี่ยฮุยจ้องมองหลิวซิ่นที่ยืนห่างออกไปด้วยท่าทางนิ่งสงบ
หลังจากเขาเปิดใช้สกิลเหาะเหินต้านวายุ เขาก็เปิดใช้พลังลมปราณต่อทันที
พลังที่เพิ่มขึ้น 10 เท่าทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง เพราะตอนนี้พลังของเขาถูกดึงให้สูงเทียบเท่ากับขอบเขตพิเศษขั้น 5 แล้ว
ความเกลียดที่หลิวซิ่นมีต่อเซี่ยฮุย นอกจากใช้เืเพื่อชำระล้างความเกลียดนี้ คงไม่มีสิ่งอื่นเข้ามาชดเชยได้
หลิวซิ่นขยับร่างกายเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร จากนั้นคทาในมือของเขาก็ถูกควงอยู่กลางอากาศไปมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ ทันใดนั้นพลังประหลาดก็พลุ่งพล่านขึ้น เถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากพื้นปูนซีเมนต์ที่อยู่เบื้องล่าง มันกระจายตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าใ
“เติบโตท่วมท้น!”
หลิวซิ่นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเถาวัลย์ขนาดใหญ่สิบกว่าเส้นที่อยู่ข้าง ๆ
ผู้อัญเชิญแนวหน้าไม่ได้แค่สิ่งอัญเชิญที่แข็งแกร่งเท่านั้น เพราะร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่า
“หลอมรวม!”
ไม่เพียงเท่านั้น หลิวซิ่นยังหันไปโบกมือทางฝั่งนักรบโครงกระดูกดำที่นอนอยู่บนพื้นด้วย
วินาทีต่อมานักรบโครงกระดูกดำก็ค่อย ๆ หายไป เปลี่ยนเป็เม็ดเล็ก ๆ จำนวนนับถ้วนและฝังเข้าไปในร่างของนักรบโครงกระดูกดำอีกตัวที่อยู่ข้าง ๆ
ทักษะที่ถูกเปิดใช้งานผสานเข้าไปอยู่ในร่างของนักรบโครงกระดูกดำตัวนั้นได้อย่างสมบูรณ์ภายในชั่วพริบตา
เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างกายของนักรบโครงกระดูกดำก็ขยายใหญ่ขึ้นทันตาเห็น
หลังจากร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นกว่าก่อนหน้านี้หนึ่งในสอง ขนาดของมันก็หยุดลง
ในเวลานี้เอง พลังลมปราณที่ถูกส่งออกมาจากนักรบโครงกระดูกดำก็เปลี่ยนไป พลังที่ถูกส่งออกมาเริ่มหมุนวนเป็สนามทรงกลมที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“สนามพลัง!”
ห่างออกไปไม่ไกล เจี่ยไท่ที่เห็นฉากตรงหน้าก็เผลอะโออกมา
“สนามพลัง? พ่อคะ มันคือสิ่งนั้นเหรอคะ?”
เจี่ยเม่ยได้ยินเช่นนั้นก็ใเช่นกัน
“ใช่ คิดไม่ถึงเลยว่าผู้อัญเชิญผู้นี้จะมีทักษะนี้ด้วย มันสามารถรวมสิ่งอัญเชิญของตัวเองเข้าด้วยกันได้”
เจี่ยไท่หน้าตาอึมครึม “แม้ว่าผู้อัญเชิญจะเป็ผู้มีความสามารถโดยการพึ่งพาสิ่งอัญเชิญ ตราบใดที่สิ่งอัญเชิญแข็งแกร่งขึ้น ความสามารถในการต่อสู้ของผู้อัญเชิญก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน ในบรรดาผู้อัญเชิญมีบางคนที่มีทักษะหลอมรวม ไม่เพียงแต่จะพึ่งพาสิ่งอัญเชิญเท่านั้น ผู้อัญเชิญเหล่านี้ยังสามารถหลอมรวมสิ่งอัญเชิญเข้าด้วยกันได้และได้รับสิ่งอัญเชิญที่แข็งแกร่งขึ้น สิ่งอัญเชิญตัวนี้...ความแข็งแกร่งของมันได้เข้าขั้นขั้นที่ 7 แล้ว!”
เจี่ยเม่ยถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอมองไปที่เซี่ยฮุยที่ยังไม่ทุกข์ไม่ร้อน “โชคดีที่แตกต่างกันแค่สองขั้นเท่านั้น”
เจี่ยไท่ถอนหายใจ “มันไม่เหมือนกัน ถ้าหากเป็ผู้ฝึกยุทธ์เข้าสู่ขอบเขตพิเศษขั้นที่ 7 ก็จะได้รับทักษะสนามพลัง ได้ยินมาว่าผู้พิเศษที่มีขอบเขตต่ำกว่าระดับ 7 จะไม่สามารถทะลุเข้าไปอยู่ในสนามที่ถูกส่งออกมาได้”
“ถ้างั้น...เขากำลังตกอยู่ในอันตรายเหรอคะ”
เจี่ยปิงอวี่เบิกตากว้าง เธอจ้องมองชายหน้ากากโจ๊กเกอร์ลึกลับด้วยความกังวล อีกทั้งยังนึกถึงผู้มีฝีมือลึกลับที่เคยช่วยเหลือเธอคนนั้น
จะเป็คนเดียวกันหรือเปล่านะ?
“ความหวังที่จะได้รับชัยชนะดูเหมือนว่าจะน้อยลงแล้วสิ” เจี่ยไท่พูดด้วยความมั่นใจ
“ทำยังไงดีคะ?”
เจี่ยไท่เคร่งขรึมไป หลายวินาที หลังจากนั้นเขาก็ขบฟันแน่นและพูดว่า “เม่ยเอ๋อร์ เสียวอวี่ ถ้าหากสถานการณ์ไม่สู้ดี ลูก ๆ เข้าไปถ่วงเวลาไอ้หมาป่าแก่นั่นไว้นะ พ่อจะไปจัดการผู้อัญเชิญนั่นเอง”
เจี่ยเม่ยชะงักด้วยความใ “แต่พ่อคะ...าแของพ่อ...”
“พ่อมีวิธีระงับอาการาเ็” เจี่ยไท่ยกมือขึ้นมาและพูดดักเจี่ยเม่ย
สีหน้าของสองสาวยังคงลังเลเหมือนกับก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าจะมีทักษะลับในการระงับอาการาเ็ได้อย่างที่พูด แต่มันก็ช่วยได้ไม่มากเท่าไหร่นัก
สองสาวเกิดความกังวล แต่สถานการณ์เช่นนี้คงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากวิธีนี้
หากชายหน้ากากโจ๊กเกอร์พ่ายแพ้ให้กับผู้อัญเชิญ พวกเธอและคนอื่น ๆ ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดต่อไป ในตอนนี้คงทำได้เพียงแค่สู้อย่างสุดความสามารถ
ตอนที่ทั้งสามคนกำลังตัดสินใจกันอย่างเงียบ ๆ การต่อสู้ของเซี่ยฮุยและหลิวซิ่นก็เข้าสู่โหมดการต่อสู้ที่ดุเดือด
ตูม!
หลังจากนักรบโครงกระดูกดำหลอมรวมเข้าด้วยกัน มันก็ใช้กรงเล็บตะปบเข้าใส่ร่างของเซี่ยฮุยทันที
วินาทีที่กรงเล็บวาดผ่านพื้นปูนซีเมนต์ที่อยู่เบื้องหน้า พื้นเ่าั้ก็กลายเป็รอยแยกและมีเส้นลึกสี่เส้นปรากฏขึ้นราวกับเต้าหู้ที่ถูกมีดกรีด
ตอนที่กรงเล็บของนักรบโครงกระดูกดำกำลังจะปะทะเข้าใส่ร่างของเขา เซี่ยฮุยก็รีบซัดหมัดข้างหนึ่งออกไป
หมัดที่มีพลังหมุนวนรวมกันถึงสิบเท่า เสียงลมดังขึ้นพร้อมกับหมัดของเขาที่ซัดเข้าใส่ข้างลำตัวของนักรบโครงกระดูกดำ
ทว่าเนื่องจากมีระลอกคลื่นปกคลุมอยู่ หมัดของเซี่ยฮุยจึงไม่สามารถเจาะทะลุร่างของมันได้ มันคือสนามพลังที่คลุมอยู่รอบตัวของนักรบโครงกระดูกดำตัวนั้น
“ไม่มีประโยชน์หรอก!”
หลิวซิ่นยิ้มด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เมื่อเห็นร่างของเซี่ยฮุยกระเด็นออกไปราวกับสปริง และเริ่มเดาตำแหน่งที่อีกฝ่ายจะตกลงสู่พื้นอีกครั้ง
เถาวัลย์พัวพัน!
เหาะเหินต้านวายุ!
วินาทีที่ร่างของเขากำลังจะกระแทกลงกับพื้น เซี่ยฮุยก็รีบเปิดใช้สกิลเหาะเหินต้านวายุเพื่อลอยอยู่กลางอากาศและหลบหลีกเถาวัลย์ที่กำลังจะพันมาที่ร่างของเขา
“จะหลบได้อีกสักกี่ครั้ง?”
หลิวซิ่นหัวเราะเยาะเย้ย
เซี่ยฮุยหลบกรงเล็บของนักรบโครงกระดูกดำอีกครั้ง ตอนนี้ภายในใจของเขาแอบเกิดความตึงเครียดขึ้นมา
ค่าสถานะในการเปิดใช้พลังลมปราณเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ถ้าหากพลังของเขาลดน้อยลง เขาไม่มีทางที่จะจัดการกับนักรบโครงกระดูกดำตัวนี้ได้แน่ ๆ
“ต้องยอมรับความแข็งแกร่งของนายจริง ๆ อายุยังน้อยแต่กลับมีความแข็งแกร่งที่น่าใ แต่ท้ายที่สุดนายก็ยังไม่ใช่ศัตรูที่สมน้ำสมเนื้อของฉันอยู่ดี”
หลิวซิ่นแสร้งทำเป็เสียใจ “มาคิด ๆ ดูแล้วผู้มีพร์แบบนายต้องมาถูกฉันฆ่าตายอยู่ที่นี่ ฉันเองก็แอบทำใจไม่ได้เหมือนกันนะ”
เซี่ยฮุยกระตุกมุมปากเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น แต่ภายในใจของเขาก็รู้ดีว่าเขากำลังเสียเปรียบอีกฝ่าย
ทว่า––––––
เขาเหลือบมองหน้าต่างควบคุมของตัวเอง และตัดสินใจอีกครั้ง
สกิลเหาะเหินต้านวายุถูกเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่กี่อึดใจร่างของเขาก็ออกห่างจากนักรบโครงกระดูกดำได้สำเร็จ
“คิดจะหนีงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยถอยออกไปใกล้กับประตูทางเข้าโรงงาน หลิวซิ่นก็ยกมือขึ้น
เถาวัลย์ที่อยู่ข้าง ๆ เขาเจาะลงสู่พื้นดิน และโผล่ขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าโรงงานอย่างฉับพลัน
วินาทีต่อมาพื้นที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกทำลายจนหมดสภาพและปิดทางออกไว้
“ฝันไปเถอะ!”
เมื่อเส้นทางถูกกีดกัน เซี่ยฮุยหมุนตัวกลับไปมองอีกฝ่ายก็พบว่าหลิวซิ่นก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจในผลงานของตัวเอง
“เ้าหนู ยอมรับความตายแต่โดยดีเถอะ!”