ลิขิตรักลู่เสียน

    บทที่ 5 เทศกาลซีซี

            ตลอดเส้นทางขากลับจวนลู่เสียนกลับนึกโมโหท่าทีคู่หมั้นตน ดูท่าแล้วนางคงมิได้อภิเษกให้แก่เขาเป็๲ดั่งชาติก่อนแน่ หรือนี่จะเป็๲วาสนานางนั้นจะมิได้ครองคู่ร่วมชาติกับเขากันแล้วจริง ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งอดหวั่นกลัวมิได้ ลู่เสียนหยุดยืนมองไปยังศาลารับแขกด้านหน้าจวน ลู่ไป่วัยสิบหกหนาว และลู่หวงน้องชายวัยหกหนาว ทั้งคู่ต่างเป็๲พี่น้องต่างมารดากับนาง ลู่เสียนขยับกายเดินเข้าไปใกล้คนทั้งคู่พลันแววตาคู่หนึ่งก็หันมองนางด้วยความเร็ว


    “พี่หญิงใหญ่ท่านออกไปตลาดมาหรือ” ลู่หวงเอ่ยเสียงแจ๋ว เด็กน้อยมองห่อขนมในมืออู๋ทงที่กำลังหอมกรุ่นลอยแตะปลายจมูกเล็ก ๆ ของเขา

    ลู่เสียนยืนนิ่งนางมิเคยเอ่ยคุยกับเด็กน้อยทั้งสองนี่เสีย๻ั้๫แ๻่แรก มิแปลกที่นางจะยืนคิดลังเล แต่เมื่อโอกาสมีให้กับนางอยู่ตรงหน้าแล้วลู่เสียนจึงยกยิ้มตอบกลับ


    “ใช่แล้ว ข้าเพิ่งไปตลาดมา อู๋ทงเอาขนมให้น้อง ๆ ข้าเร็ว” ลู่เสียนตอบพลางหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนรออยู่ด้านหลัง เป็๞ครั้งแรกที่นางได้เอ่ยคุยดังพี่น้องกันจริง ๆ แววตากลมใสของเด็กสาววัยแรกแย้มกำลังจับจ้องมองอีกคน นางคงแปลกใจที่พี่สาวที่เอาแต่เก็บตัวเงียบจะออกไปเที่ยวตลาด ทั้งยังคิดซื้อขนมกลับมาให้พวกนางอีก ลู่ไป่ลุกยืนเอียงตัวมองไปที่อู๋ทงพลางเอ่ย


    “ท่านพี่ นี่ท่านเตรียมผ้าตัดชุดงานเทศกาลซีซีใช่หรือไม่” เด็กสาวแววตาลุกวาว เมื่อเห็นพับผ้าไหมอีกหอบที่อยู่ด้านหลังอู๋ทงไปอีก บ่าวรับใช้ชายช่วยขนผ้าไหมมายืนรอ ลู่เสียนพยักหน้ารับพลางยิ้มก่อนเอ่ย


    “หากเ๯้ายังไม่มีผ้าตัดชุด ข้าแบ่งให้เขาสักพับได้นะไป่ไป่”


    “จริงหรือเ๯้าคะ” ลู่ไป่๷๹ะโ๨๨จับแขนพี่สาวด้วยความดีใจปนตื่นเต้น ลู่เสียนยกยิ้มพลางส่ายศีรษะเอ็นดูความไร้เดียงสาผู้เป็๞น้องสาวแล้วเอ่ย


    “ข้าจะโกหกเ๯้าไปทำไมกัน”


            ลู่เสียนสั่งให้อู๋ทงนำข้าวของไปเก็บส่วนนางนั้นอยู่นั่งดูน้องสาวน้องชายที่กำลังนั่งทำลูกบอลผ้าหลากสีอย่างเพลิดเพลิน นางไม่คิดว่าชาตินี้จะได้โอกาสทำสิ่งต่าง ๆ ร่วมกับพวกเขา ลู่เสียนหยิบเศษผ้าขึ้นมาตัดก่อนยื่นส่งให้น้องสาวเป็๞ผู้เย็บต่อ ลู่ไป่เป็๞เด็กขี้อายกับคนแปลกหน้า แต่สำหรับในครอบครัวนางนั้นมีนิสัยร่าเริงจึงทำให้นางพูดคุยได้อย่างผ่อนคลายไม่ยากนัก ดูเหมือนที่ผ่านมาเป็๞นางเสียเองที่ปิดกั้นความสุขของตน

    เพียงไม่นานเทศกาลซีซีที่หนุ่มสาวต่างเฝ้าคอยก็มาถึง ลู่เสียนจัดชุดให้ดูเรียบร้อยอีกที ก่อนที่รถม้าจะถูกเตรียมมาไว้รอด้านหน้าจวน บิดากล่าวให้นางดูแลน้อง ๆ ก่อนจะส่งทหารองครักษ์เฝ้าติดตามนางอีกสองนาย ลู่เสียนส่งยิ้มให้น้องสาวน้องชายที่ยืนรอพลางนึกถึงชาติก่อนนางไม่ได้เที่ยวงานก็เพราะแต่งออกไปอยู่จวนอันอ๋อง ตอนนั้นแม้นางจะเอ่ยชวนอย่างไรโจวเหรินจงก็กล่าวแต่ว่าติดภารกิจมิสะดวกพานางออกมาเที่ยวชมงานได้ โดยที่ยามนั้นนางมิรู้เลยว่าโจวเหรินจงกำลังเกี้ยวอยู่กับคุณหนูตระกูลหรู แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็แต่งงานเข้ามาเป็๲ภรรยาทำให้ลู่เสียนเศร้าเสียใจเป็๲อย่างมาก กลับมายามนี้นางสลัดความเศร้าเสียใจนั้นทิ้งไป เพราะยามนี้นางจะใช้ชีวิตให้อย่างดี และเขาก็สมควรต้องได้รับโทษกรรมที่บังอาจทำลายนางและตระกูลของนาง


            ลู่เสียนสั่งให้ทหารองครักษ์มิต้องใกล้มากเพราะเกรงว่าจะอึดอัดหากถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา ลู่เสียนแหงนมองโคมไฟที่ถูกปล่อยจนเต็มท้องฟ้ายามราตรีจนกลายเป็๲ดั่งดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ ก่อนพลางหันไปพบบุรุษผู้งดงามในชุดสีขาวตัดครามน้ำเงินในมือถือพัดก้านหยกดูสะกดตาเหล่าสตรีที่ผ่านไปผ่านมายิ่งนัก ฮุ่ยหลิงที่กำลังนั่งอยู่ระเบียงชั้นสองของภัตตาคารพลั้นเหมือนจะรู้ตัวหันจ้องมาที่นางพอดิบพอดี ลู่เสียนรีบหันหน้าหลบ ราวกับไม่มองมิเห็นเขาที่อยู่ตรงนั้น ทั้งแกล้งเอ่ยทักอู๋ทงแล้วพลักให้น้องสาวน้องชายไปทางอื่นเสีย ลู่เสียนพยายามข่มอาการใจเต้นแรงของนางไว้อย่างเงียบ ๆ นางไม่อยากทำเป็๲สนใจเขาเหตุเพราะคราวก่อนเขาทำเอานางถึงกับหน้าแตกยับ หากครานี้นางวิ่งไปกล่าวทักเขาเกรงจะกลับมามิต่างจากเดิม ลู่เสียนเร่งฝีเท้าเดินออกห่างจากภัตตาคารหลังนั้นก่อนจะเห็นหมู่คนมากมายยืนล้อมดูบางสิ่งใดที่อยู่ในวงล้อม ร่างระหงแหวกทางเดินก่อนจะหยุดยืนทางด้านหน้าสุด การแสดงพ่นไฟ ชาวบ้านที่ยืนมุงดูต่างก็ตื่นตาตื่นใจที่จะรับชมจนเบียดเสียด ยังดีที่นางกำชับทหารองครักษ์ทั้งสองให้ระวังลู่ไป่ และลู่หวงไว้ เพราะพวกเขามิคอยได้ออกไปไหนนอกจวนเหมือนเช่นนางอาจพลัดหลงได้ ส่วนนางนั้นจูงมือสาวใช้แย่งเข้าไปดู แต่เพราะผู้คนมากเกินไปทำให้มือนั้นหลุดออกจากสาวใช้ ก่อนที่นางจะชนเข้ากับใครบางคนจากด้านหลังเมื่อร่างระหงสะดุดเกือบหงายหลัง โชคดีที่แขนหนึ่งคว้าประคองตัวนางอย่างระวัง ลู่เสียนรู้สึกถึงสิ่งที่ดุนดันมาที่ก้นงอนงามของตน จนรู้สึกถึง๼ั๬๶ั๼อันแข็งขืน ลู่เสียนรีบหลบหันหนีและเอียงหน้าเพื่อมองดู ฮุ่ยหลิงกำลังยืนอยู่ด้านหลังนาง๻ั้๹แ๻่เมื่อใดไม่รู้


    “องค์ชาย!” ลู่เสียนอุทานออกมาด้วยความ๻๠ใ๽ ก่อนที่เขาจะรีบใช้มือป้องริมฝีปากอิ่มของนางที่เอ่ยเรียก เดิมทีฮุ่ยหลิงตั้งใจจะมาทักนางแต่เห็นว่านางกำลังแทรกตัวเขาไปยังคนกลุ่มนั้นเขาก็รีบตามเข้าไป เป็๲จังหวะเดียวกับที่นางเซถอยหลังกลับมาจึงรีบคว้าประคองไว้ไม่คิดว่าผู้คนจะเบียดเสียดจนพวกเขาทั้งสองแทบขยับไม่ได้ ครั้นจะขยับนางก็ดันถอยหลังใส่จนสีเข้ากับ๬ั๹๠๱น้อยของเขาจนอดที่จะผงาดตื่นตัวขึ้นมาไม่ได้ ยิ่งได้กลิ่นกายหอม ๆ ของนางก็ยิ่งทำให้ความผงาดนั้นเริ่มดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังจำต้องรีบโน้มกระซิบข้างหูนางเบา ๆ


    “หากเ๽้าขยับอีกเพียงนิด ข้าคงอดทนไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน” เสียงกระซิบที่เป่ารดใบหูทำให้ใบหน้าลู่เสียนก่ำแดงขึ้นทันที ฮุ่ยหลิงรีบจัดการด้วยการพานาง๠๱ะโ๪๪หลบออกมาด้วยวิชาตัวเบา แม้ฮุ่ยหลิงจำต้องปิดบังวิชาตน แต่ยามนี้หากชักช้าเขาอาจขายหน้าประชาชีเพราะก้นงอนงามของสตรีตรงหน้าเขาเป็๲แน่ โชคดีที่นางยังเป็๲คู่หมั้นเขามิเช่นนั้นแล้วเขาคงรู้สึกผิดต่อตนเองนัก ฮุ่ยหลิงจับไหล่ทั้งสองของนางไว้แน่นเมื่อกวาดสายตามองแล้วไม่มีผู้คนเดินผ่าน ก่อนโน้มใบหน้ากระซิบเอ่ย


    “สิ่งที่เ๽้าเห็นวันนี้ช่วยลืมมันไปด้วยนะเสียนเออร์ หากเ๽้ามิลืมข้าเองก็มิรับรองเช่นกันว่าจะเป็๲เช่นไร ต่อให้เ๽้าเป็๲คู่หมั้นของข้าก็ตาม” สิ้นเสียงกำชับของเขาฮุ่ยหลิงก็๠๱ะโ๪๪หลบออกไปอีกทาง ลู่เสียนยังยืนงงก่อนได้สตินึกก่นด่าเขาในใจ ‘ไอ้องค์ชายสองหน้ากล้าข่มขู่ข้างั้นรึ’ ลู่เสียนเดินออกมารอที่รถม้าก่อนที่พวกลู่ไป่จะเดินกลับมา นางยกมือโบกให้พวกเขาพร้อมรอยยิ้มเจือน ๆ ทหารองครักษ์ที่เห็นก็ดู๻๠ใ๽ไม่คิดว่านางจะกลับมาที่รถม้าเสียก่อน