ปณิธานของหมีขาวที่จะฝึกฝนวรยุทธ์ให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้นนั้นแน่วแน่ เ้าหนูเฉิน ผู้รอบรู้เกินวัย ได้ยินเื่ราวจากนักเดินทางในเมืองชายแดนจินหลง เกี่ยวกับอารามเร้นลับที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกทางทิศใต้ เป็สถานที่ที่เหล่าหลวงจีนยอดฝีมือหลายท่านบำเพ็ญเพียรและฝึกฝนวรยุทธ์ชั้นสูงที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ว่ากันว่าผู้ใดได้เข้าไปฝึกฝน ย่อมกลับออกมาพร้อมวิชาที่แก่กล้าเหนือคนธรรมดา
"อารามนั้นมีชื่อว่า 'วัดหลวงจีนทองคำ' ขอรับท่านแม่ทัพ" เ้าหนูเฉินรายงาน "แต่เส้นทางนั้นทั้งไกลและอันตราย ต้องผ่านป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและภยันตรายนานัปการ"
"อันตรายแค่นั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!" หมีขาวผู้ห้าวใจร้อนประกาศอย่างไม่เกรงกลัว "เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เราออกเดินทาง!"
เิเฉียงผู้ทึ่มทื่อเกาหัวแกรกๆ "ในป่าจะมีไก่ย่างให้ข้ากินหรือไม่ขอรับ" ส่วนหลิวเฟิงผู้เฉิ่มก็นึกไปถึงงูเงี้ยวเขี้ยวขอแล้วเริ่มหน้าซีด แต่ทั้งสองก็ยังคงภักดีและพร้อมจะติดตามผู้เป็นายไปทุกหนทุกแห่ง
การเดินทางเข้าสู่ป่าลึกเป็ไปอย่างยากลำบากกว่าที่คิด ป่าทึบจนแทบมองไม่เห็นแสงตะวัน เสียงแมลงและสัตว์ป่าร้องระงมอยู่รอบทิศ เถาวัลย์ระเกะระกะและพื้นดินที่ชื้นแฉะทำให้การเดินทัพเป็ไปอย่างเชื่องช้า หมีขาวต้องคอยกระตุ้นและนำทางเหล่าสหายด้วยความอดทนที่เริ่มจะเหลือน้อยเต็มที
หลายวันผ่านไปในป่าลึก ขณะที่พวกเขากำลังหยุดพักเหนื่อยหาผลไม้ป่าประทังความหิว ทันใดนั้นพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้าก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะปรากฏร่างของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา!
มันคือหมีควายตัวใหญ่สีดำมะเมื่อม ขนยาวปุกปุย ดวงตาเป็ประกายวาววับ จมูกของมันดมฟุดฟิด ร่างกายกำยำบึกบึนน่าจะหนักไม่ต่ำกว่าสองร้อยกิโลกรัม ยืนสองขาจ้องมองมายังกลุ่มของหมีขาวอย่างสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว
"หะ...หมี! หมีจริงๆ ด้วย!" หลิวเฟิงร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือด
เิเฉียงที่ปกติจะนึกถึงแต่เื่กิน ตอนนี้กลับตัวแข็งทื่อ "ท่านแม่ทัพ...มัน...มันมองมาทางพวกเราขอรับ!"
แม้แต่หมีขาวเอง ซึ่งคุ้นเคยกับสัตว์ป่ามาบ้างและมีชื่อเป็ "หมี" เช่นกัน ก็ยังรู้สึกถึงอันตรายจากเ้าป่าตัวมหึมาตรงหน้า "วิ่ง!" สิ้นคำสั่งสั้นๆ ของนาง ทั้งสี่ชีวิตก็ใส่เกียร์หมา วิ่งหนีป่าราบอย่างไม่คิดชีวิต
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ หมีควายตัวนี้ไม่ใช่หมีธรรมดา มันเป็หมีที่ฉลาดหลักแหลมอย่างน่าเหลือเชื่อ สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้บ้าง และมีสัญชาตญาณพิเศษในการมองคนดีคนชั่วออก เมื่อมันเห็นกลุ่มของหมีขาว โดยเฉพาะตัวหมีขาวเอง มันก็รู้สึกได้ถึงจิตใจที่ดีงามและความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ มันไม่ได้คิดจะทำร้าย แต่กลับรู้สึกถูกชะตาและอยากจะติดตามไปด้วย!
ดังนั้น เมื่อเห็นกลุ่มคนดีวิ่งหนีป่าราบ เ้าหมีควายก็เลยวิ่งตามไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับสัตว์ร่างใหญ่ขนาดนั้น หวังเพียงจะขอเป็เพื่อนร่วมเดินทางด้วยเท่านั้น
"มันตามมา! มันตามมาจริงๆ ด้วย!" เิเฉียงเหลียวหลังไปเห็นแล้วร้องโวยวาย
"เร็วเข้า! วิ่งให้เร็วกว่านี้!" หมีขาวะโสั่ง พลางคิดในใจว่าเหตุใดตนถึงต้องมาวิ่งหนีหมีด้วยวะ ทั้งๆ ที่ชื่อก็เหมือนกันแท้ๆ!
การวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอย่างไร้ทิศทางนั้นเอง ที่นำพาพวกเขาไปสู่โชคชะตาที่คาดไม่ถึง ในขณะที่กำลังจะหมดแรงเต็มที พวกเขาก็ทะลุออกมาจากแนวป่าทึบ พบกับบันไดหินโบราณที่ทอดยาวขึ้นไปบนเนินเขาสูง และเมื่อมองตามบันไดขึ้นไป ปลายทางของมันคืออารามสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางม่านหมอก "วัดหลวงจีนทองคำ!" เ้าหนูเฉินร้องออกมาอย่างดีใจระคนหอบเหนื่อย
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ดีใจนานนัก เ้าหมีควายตัวเดิมก็วิ่งตามมาถึง มันหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มของหมีขาว หอบแฮ่กๆ ไม่ต่างกัน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งมองพวกเขาตาแป๋ว ราวกับจะถามว่า "วิ่งหนีข้าทำไมเหล่าสหาย"
ทันใดนั้น ประตูอารามก็เปิดออกอย่างช้าๆ ปรากฏร่างของหลวงจีนชรารูปหนึ่ง ท่านมีหนวดเคราขาวโพลนยาวเฟื้อย ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาแต่ดวงตากลับสาดประกายปัญญาอันลึกล้ำ คาดว่าอายุน่าจะเกินร้อยปีไปมากโข "อาตมาเห็นพวกโยมวิ่งหน้าตาตื่นกันมาแต่ไกล มีอันใดให้ช่วยหรือไม่"
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตอบ เ้าหมีควายก็ลุกขึ้นเดินไปคลอเคลียอยู่ข้างๆ หลวงจีนชรารูปนั้นอย่างสนิทสนม
"อ้อ เ้าหูเปียวเองรึ" หลวงจีนชรายิ้มพลางลูบหัวเ้าหมี "วันนี้พาเพื่อนใหม่มาเยี่ยมอารามด้วยรึนี่" ท่านหันมามองกลุ่มของหมีขาว "เ้าหมีตัวนี้เป็สหายเก่าแก่ของอาราม มันฉลาดและรู้ความ ไม่ทำร้ายคนดีหรอกโยม พวกโยมคงเป็คนดี มันถึงได้ตามมาเช่นนี้"
หมีขาวและพวกพ้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ที่แท้ที่วิ่งหนีมาตั้งนาน คือวิ่งหนี "เพื่อนใหม่" นี่เอง!
หลวงจีนชราผู้นั้นก็คือท่านเ้าอาวาสแห่งวัดหลวงจีนทองคำ อายุอานามของท่านปาเข้าไปถึงหนึ่งร้อยยี่สิบปีแล้ว ท่านมองเห็นถึงเจตนาอันบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นในแววตาของหมีขาว ประกอบกับเห็นว่าเ้าหมี "หูเปียว" (ชื่อที่หลวงจีนเรียก) ก็ดูจะถูกชะตากับนางเป็พิเศษ จึงอนุญาตให้กลุ่มของหมีขาวพักอาศัยและศึกษาธรรมะรวมถึงวรยุทธ์ในอารามได้
และแล้ว เ้าหมีควายหูเปียวก็ได้เข้าร่วม "แก๊ง" ของหมีขาวอย่างเป็ทางการ กลายเป็สมาชิกลำดับที่ห้า สร้างความปั่นป่วน (และเสียงหัวเราะ) ให้กับกลุ่มเดินทางนี้ไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน พลังและความสามารถพิเศษของมันก็อาจจะเป็ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงในอนาคตก็เป็ได้
ณ วัดหลวงจีนทองคำแห่งนี้ การผจญภัยบทใหม่ของหมีขาวและสหายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความหวังที่จะได้ฝึกฝนวรยุทธ์ให้แก่กล้ายิ่งกว่าเดิม เพื่อเป้าหมายที่นางตั้งมั่นไว้ในใจ