บทที่ 19
ชุนตงกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าพงษ์ภัคดีจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร เขาพยายามส่งสัญญาณว่ายังมีคนอื่นที่ตำแหน่งใหญ่กว่าเขาอยู่ภายในรถ แต่ชุนตงก็ดูเหมือนไม่เข้าใจ“ตาแก่นี่... คนในรถตำแหน่งสูงกว่าฉันอีก แกกำลังทำให้ฉันลำบากอยู่นะรู้ไหม..” .พงษ์ที่ทนไม่ได้ก็เข้าไปกระซิบกับตาแก่ชุนตง แม้ว่าในยามปกติพวกเขาจะเป็นสหายต่างวัยก็ตาม แต่ถ้าเป็นเรื่องของทางการ พวกเขาก็จะพูดคุยกันอย่างสุภาพ เพื่อให้เหมาะสมกับชนชั้นสูง“หืออ.. เขาเป็นใครอย่างนั้นเหรอ..” ชุนตงพยายามหันไปมองในรถ และเอ่ยถามกับเพื่อนต่างวัย แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจมากขึ้น เพราะชายคนนั้นเดินลงมาก่อนที่เขาจะค่อยๆเอ่ยปากแนะนำตัวเอง“สวัสดี! ผมมีชื่อว่ากิตติ ข้ารับใช้ตัวน้อยๆ และพ่อบ้านใหญ่ประจำตระกูล ณ สุวรรณภูมิครับ.. ยินดีที่ได้พบ คุณชุนตง!..” กิตติกล่าว แน่นอนว่ามันทำให้ชุนตงถึงกับชะงักไปไม่เป็น เขาไม่คิดว่าพ่อบ้านใหญ่ของทางนั้นจะเดินทางมาด้วยตัวเองอย่างนี้ คาดเดาได้ว่ามันคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆที่เขาได้สืบค้นข้อมูลของผู้หนุ่มคนนั้น และเขาก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมว่าอาจารย์หมอน้อยเป็นตัวตนระดับไหนกันแน่ ตระกูล ณ สุวรรณภูมิถึงได้ออกหน้าขนาดนี้“สวัสดีครับท่านกิตติ ผมไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้สกุลของเราจะโชคดีอย่างนี้ การที่ท่านกิตติมาเยี่ยมเยือนเราถึงเรือนเช่นนี้นับว่าเป็นเกียรติมากจริงๆขอรับ..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับอาการที่เกร็งไปทั้งตัว คนใหญ่คนโตจากเมืองหลวงมาทั้งที มันก็มีกันบ้างที่เขาทำอะไรไม่ถูก กิตติที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ้มออกมา“ไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องที่โชคดีหรือไม่ การที่ผมยืนอยู่ตรงต่อหน้าใครสักคน คนคนนั้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะล้มละลายภายในชั่วพริบตาเดียว คุณชุนตง.. คุณจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นหรือเปล่าล่ะ” กิตติกล่าวทักทายตามสไตล์ของเขา และทุกอย่างมันก็เป็นเรื่องจริง หน้าที่ของเขาคือการเคลียร์ปัญหา และจัดการมันอย่างเด็ดขาด ฉายาของเขารู้จักกันทั่วทั้งเมืองหลวงในนาม ‘เพชฌฆาตแห่งสุวรรณภูมิ’“..แหะๆ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเรียนเชิญท่านทั้งสอง ทางด้านนี้ดีกว่านะครับ ทั้งสองท่านคงจะเดินทางมาเหนื่อยๆ กระผมเป็นเจ้าบ้านก็ควรให้การต้อนรับอย่างดีที่สุด.. เรียนเชิญขอรับ” ชุนตงกล่าวพร้อมกับเหงื่อที่ไหลตกลงมา เขาพยายามเปลี่ยนเรื่องให้มันมีบรรยากาศที่ดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น“ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเช่นนั้น.. ผมไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดนั้น ผมต้องการที่จะสอบถามกับเรื่องที่เราขอ ให้อธิบายตามที่แจ้งมาก่อนหน้านี้อย่างละเอียด..ก็เท่านั้น” กิตติยกมือขึ้นมาห้ามก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็นทันที แน่นอนว่าเขาไม่มีเวลาคุยเรื่องไร้สาระนาน หลังจากนี้เขาจะต้องนำแพนเค้กที่เขาเก็บเอาไว้ มอบให้กับคุณท่านใหญ่อีก ดังนั้นเขาพยายามกล่าวเพื่อเข้าประเด็น“ถ้าอย่างนั้นเรียนเชิญท่านทั้งสองที่ห้องรับแขกดีกว่านะครับ..” ชุนตงพยายามหาข้อต่างๆเพื่อให้พวกเขาเข้าบ้านก่อน อย่างน้อยเขาก็ควรเสิร์ฟอะไรดีๆให้กับพวกเขาทั้งสอง มันอาจจะช่วยในเรื่องที่ทำให้พวกเขาสามารถค่อยพูดคุย ค่อยเจรจาตกลงกันได้ กิตติก็เห็นด้วยตามที่ชุนตงกล่าว การที่จะให้อธิบายกันเลยตรงนี้มันก็ไม่เหมาะสมสักเท่าไร อีกอย่างพวกเขาทั้งตระกูลถึงกับลงทุนอาบน้ำแต่งตัวเพื่อต้อนรับเขาเช่นนี้ เขาก็ต้องไว้หน้าพวกเขาบ้างเล็กน้อย กิตติพยักหน้าไปก่อนจะเดินตามชุนตงไปยังโซนห้องรับแขก ห้องรับแขกของคฤหาสน์สกุลชุนถูกตกแต่งเป็นแบบจีนโบราณตามความชอบของชุนตงที่เป็นผู้นำสกุลคนปัจจุบัน มีที่นั่งสองที่นั่งด้านหน้า และสองข้างทางซ้ายขวา เรียงลำดับตามตำแหน่ง แน่นอนว่าชุนตงเชิญให้กิตตินั่งตรงกลางคู่กับเขา สมาชิกที่เหลือของบ้านรวมถึงพงษ์ภัคดีก็นั่งที่ตามลำดับ“ก่อนอื่นผมขออนุญาตแนะนำสมาชิกของตระกูลชุนก่อนนะขอรับ..” กิตติพยักหน้าให้กับคำพูดของชุนตงเล็กน้อย ก่อนที่ชุนตงจะเริ่มแนะนำภรรยาของเขาเป็นคนแรก ‘ศิริวรรณ’ จากนั้นก็เป็นลูกเขยที่มีชื่อว่า ‘ชวลิต’ ลูกสาว ‘นันทการต์’ หลานสาวคนโต ‘หงส์’ และหลานสาวคนเล็ก ‘ปิงปิง’ แน่นอนว่าคนที่ถูกเรียกชื่อแนะนำตัวก็ลุกจากที่นั่งของตัวเองทำความเคารพกิตติ และพงษ์ภัคดีตามลำดับ“ส่วนผมก็ได้แนะนำตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว.. ส่วนพงษ์ภัคดีทุกท่านคงจะรู้จักเขาเป็นอย่างดีแล้ว เอาล่ะ เราควรจะเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า อย่างที่เอ่ยไปก่อนหน้านี้ ผมไม่มีเวลามากนัก คุณท่านใหญ่เองก็ต่างร้อนใจกับเรื่องนี้ ผมจะต้องกลับไปรายงานเรื่องราวต่างๆให้กับท่านก่อนจะเข้านอน และผมก็ไม่อยากให้มันดึกจนเกินไป..” กิตติกล่าว“ผมเข้าใจแล้วครับ.. ตามเนื้อความในจดหมายที่ท่านกิตติได้ยื่นมาก่อนหน้านี้นั้น เกี่ยวข้องกับการสืบค้นประวัติของท่านเซียนแพทย์ใช่หรือไม่ขอรับ” ชุนตงกล่าวถาม และมันทำให้กิตติถึงกับขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจชุนตงกำลังพูดถึงใคร แน่นอนว่าปฏิกิริยาเช่นนั้นมันยิ่งทำให้ชุนตงแสดงสีหน้าเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด“ต้องขออภัย.. ท่านคงจะไม่ชอบให้ทางเราเปิดเผยข้อมูลของท่านเซียน อย่างนั้นผมขอเรียกท่านว่าท่านโอ๊ตตามชื่อที่ท่านเซียนได้แจ้งไว้แทนนะขอรับ” ชุนตงกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ เขาก็พอรู้ว่าตำแหน่งเซียนในปัจจุบันนั้นหาได้ยากแค่ไหน จู่ๆจะไปพูดเปิดเผยตัวตนของท่านเลยก็ค่อนข้างไม่สมควร กิตติที่ได้รับข้อมูลนั้นก็ยิ่งมึนงงกว่าเดิมอีก ‘เซียนแพทย์’ หรือ ‘เซียน’ เอย พวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน แล้วคุณหนูของพวกเขาไปทำอะไรมา ทำไมตาแก่ชุนตงนี่ถึงได้เรียกคุณหนูว่า ‘เซียนแพทย์’ มันเป็นคำถามที่ค้างคาในใจของทั้งกิตติ และพงษ์ภัคดี“อืมม... ผมต้องการทราบรายละเอียดทั้งหมด เหตุผลที่คุณพยายามสืบค้นประวัติของเขา” กิตติเลือกที่จะถามถึงเหตุผลของพวกเขาที่พยายามสืบเรื่องของคุณหนู บางทีเขาอาจจะได้รู้อะไรมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้“ทราบแล้วครับท่านกิตติ.. เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากตัวของผม และหลานสาวคนเล็กปิงปิงขอรับ.. ก่อนหน้านี้ผมเป็นโรคร้ายแรงที่แม้แต่แพทย์แผนปัจจุบันยังต้องส่ายหน้าให้กับมัน มันเป็นโรคที่รู้จักในแวดวงของผู้ฝึกยุทธ์ที่มีชื่อว่า ‘พลังภายในปั่นป่วน’ ขอรับ ตามจริงตัวของผมนั้นมีอาการที่แย่กว่านี้มากนัก แต่ก็ได้ท่านโอ๊ตช่วยรักษาจนหายขาด แถมยังรู้สึกเหมือนว่าพลังภายในของผมจะพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งด้วยขอรับ..” ชุนตงกล่าว“แปลว่าที่สืบค้นตัวของคุณห...นู...อะ แฮ่ม ตัวของคุณโอ๊ต คงไม่ได้จะกล่าวขอบคุณเพียงอย่างเดียวอย่างนั้นสินะ แต่พวกคุณต้องการจะข่มขู่ และบังคับให้ท่านมาทำงานให้กับตระกูลของคุณ ผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่” กิตติที่มึนกับข้อมูลที่ได้รับมาก็เกือบที่จะหลุดเรียกโอ๊ตว่าคุณหนูไปแล้ว ก่อนที่เขาพยายามเปลี่ยนเรื่องให้กลับมาเข้าประเด็นอีกครั้ง ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคุณหนูมีความสามารถนั้นหรือเปล่าก็ตาม แต่เขาต้องตามน้ำไปก่อน“ผมไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่นอนขอรับท่านกิตติ.. สำหรับผมแล้วท่านโอ๊ตถือว่าเป็นผู้มีพระคุณ บุญคุณก็ต้องตอบแทนเป็นเรื่องธรรมดาตามความเชื่อของชาวจีนแท้อย่างกระผมขอรับ..” ชุนตงกล่าวตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ“แล้วที่บอกว่าเรื่องของท่าน เกี่ยวกับหลานสาวคนเล็กของคุณล่ะ มันหมายความว่ายังไง ไม่ใช่ว่าคุณพยายามจะจับให้หลานสาวคู่กับท่านหรอกนะ นั่นมันก็เท่ากับว่าคุณต้องการใช้ผลประโยชน์นี้หรอกเหรอ.. ว่ายังไงล่ะ” กิตติกล่าวจี้จุดชุนตงเล็กน้อย แน่นอนว่าชุนตงถึงกับชะงักไปเลยทีเดียว เพราะเขาเคยคิดอย่างนั้นจริงๆ จะให้เถียงยังไงมันก็เถียงไม่ออก“ผมไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยจริงๆขอรับ.. เรื่องของเด็กๆผมจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด ถ้าพวกเขาจะรักกัน ผมเองก็ห้ามเอาไว้ไม่ได้ขอรับ” ชุนตงกล่าว กิตติที่ได้ยินก็หันไปมองหน้าของปิงปิงสักเล็กน้อย เขากำลังพิจารณาตัวของเธออย่างละเอียด เขาไม่รู้ว่าคุณหนูคิดยังไงกับผู้หญิงคนนี้ ถ้าเขาทำอะไรที่มันเกินเลย คุณหนูอาจจะไม่พอใจเอาก็ได้ และแผนการทุกๆอย่างที่วางเอาไว้กับคุณท่านจะพังทลาย“ตอนนี้หนูกับโอ๊ตเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นค่ะ จริงๆก็เพิ่งรู้จักกันมาไม่ถึงวัน แค่พวกเรามีสอบคู่กันเท่านั้นค่ะท่านกิตติ..” ปิงปิงที่ทนไม่ไหวก็เอ่ยปากออกมา เธอไม่ชอบการคลุมถุงชนเลย ถ้าเธอจะแต่งงานกับใครสักคน เธอขอเลือกเอาเอง ไม่ต้องให้ใครมาบังคับ“อืมม.. ผมเข้าใจที่หลานสาวคุณกำลังพยายามจะสื่อ.. ผมขอถามคุณหน่อยสิคุณหลานสาวตัวน้อย ท่านโอ๊ตของเรามีอะไรที่ไม่ดีตรงไหนอย่างนั้นเหรอ ทำไมคุณถึงพยายามที่กล่าวปฏิเสธความสัมพันธ์กับท่านอย่างนั้น..” กิตติทำท่าคิดสักเล็กน้อย เขาต้องยอมรับเลยว่าหญิงสาวคนนี้นับว่าใจกล้าไม่น้อย ด้วยคำพูดของเธอมันเหมือนกับว่าคุณหนูของเขาไม่อยู่ในสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย และเขาต้องการที่จะรู้ว่าทำไมเธอถึงทำเช่นนั้น บางทีในอนาคตถ้าคุณหนูของเขารับรู้ถึงอำนาจในมือของตัวเองแล้ว อาจจะมีการบังคับเธอคนนี้ให้แต่งงานกับตนก็เป็นไปได้ ดังนั้นข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ