บทที่ 9 ยาชั้นดี
ภายในบ้านของผู้ใหญ่บ้าน เ้าของบ้านกำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ความเ็ปตามร่างกายทุเลาลงบ้างแล้วแต่ความแค้นเคืองในใจยังคงคุกรุ่น
ถึงแม้จะหลอกลวงฮูหยินว่าตนเองตกเขาแต่ภายในใจของหยางเค่อก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล เขากลัวว่าเด็กสาวจะเปิดโปงเื่ที่เกิดขึ้นเพราะจะทำให้เขาถูกภรรยาทำร้าย และอาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง
“ไม่นะข้าจะไม่ยอมให้เื่นี้เกิดขึ้นเด็ดขาด”
หยางเค่อส่ายหน้าอย่างแรง
เขาตัดสินใจเรียกหาลูกน้องคนสนิทที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด
“ห้าวอู๋มานี่ซิ”
หยางเค่อมองซ้ายขวาก่อนจะเรียกคนสนิทของตนเข้ามาใกล้
บ่าวคนสนิทรีบเดินเข้ามาหา
“มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับนายท่าน”
“ข้ามีเื่ให้เ้าไปทำ”
หยางเค่อกระซิบกระซาบ
“ข้าอยากให้เ้าไปสืบข่าวคราวของบ้านจางโดยเฉพาะจางเหยี่ยนอี้ ข้าอยากรู้ว่านางเป็อย่างไรบ้าง”
ห้าวอู๋รับคำสั่งแล้วถอยออกไปอย่างรู้ใจ
“ขอรับนายท่านข้าจะรีบไปสืบให้”
ห้าวอู๋ออกจากบ้านของผู้ใหญ่บ้านไปอย่างเงียบเชียบทิ้งให้หยางเค่อจมอยู่กับความคิดของตนเอง
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามห้าวอู๋ก็กลับมารายงาน
“นายท่านข้าไปแอบดูที่บ้านตระกูลจางมาแล้วขอรับ ข้าไม่เห็นจางเหยี่ยนอี้ออกจากบ้านเลยตลอดทั้งวัน”
หยางเค่อฟังดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
“จริงหรือ นางไม่ได้ออกจากบ้านเลยหรือ”
“ขอรับนายท่านข้าเฝ้าสังเกตอยู่หลายชั่วยาม แต่ ไม่เห็นนางออกมาเลย”
ห้าวอู๋กล่าวยืนยันหนักแน่น
“ฮึเป็อย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ”
หยางเค่อเหยียดยิ้มอย่างสมใจ
“นางตัวดีคงจะาเ็ไม่น้อยเหมือนกันถึงได้นอนซมอยู่ในบ้าน แต่มันคงจะไม่กล้าบอกพ่อแม่หรอก”
หยางเค่อคิดว่าเหยี่ยนอี้คงจะได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้กับเขาและคงไม่กล้าบอกใครเื่ที่ถูกทำร้าย เพราะอับอายที่ถูกผู้ชายจับต้องเนื้อตัว
“ดีแล้วที่นางไม่กล้าออกมา”
หยางเค่อหัวเราะในลำคอ
ถึงแม้จะโล่งใจที่เหยี่ยนอี้ไม่ได้ออกมาเปิดโปงเื่ราวแต่ความแค้นในใจของหยางเค่อก็ยังคงอยู่ เขาจะไม่ปล่อยให้เหยี่ยนอี้ลอยนวลไปง่าย ๆแน่นอน เขาจะต้องหาทางเอาคืนให้สาสม
“ห้าวอู๋ข้ามีเื่ให้เ้าทำอีก”
หยางเค่อเรียกคนสนิทของตนเองเข้ามาใกล้ อีกครั้ง
“ขอรับนายท่านท่านมีอะไรจะสั่งอีกหรือขอรับ”
ห้าวอู๋รีบตอบ
“ข้าอยากให้เ้า...”
หยางเค่อกระซิบกระซาบแผนการร้ายกาจให้กับห้าวอู๋ฟังดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความชั่วร้าย
ในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อคิดแผนชั่วร้ายแต่ภายในบ้านของตระกูลจาง เหยี่ยนอี้กลับกำลังเริ่มลงมือค้นหาสูตรยาสมุนไพรจากแหล่งข้อมูลที่นางคุ้นเคยดีนั่นคือโทรศัพท์มือถือที่ติดมาในกระเป๋าสีดำใบนั้น
ถึงแม้โลกที่นางอาศัยอยู่นี้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตแต่ความรู้ต่าง ๆ ที่เคยบันทึกไว้ตอนที่ในโลกเดิมยังคงอยู่ เหยี่ยนอี้จึงเริ่มอ่านสูตรยาต่าง ๆแล้วนำมาปรับปรุงให้เข้ากับสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น
ในที่สุดนางก็สามารถรวบรวมสูตรยาที่มีสรรพคุณหลากหลายได้หลายสูตร ทั้งยาแก้ไข้ ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้หวัด ยาบำรุงกำลังและยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
“ท่านแม่ ท่านพ่อ ดูสูตรยาเหล่านี้สิเ้าคะ”
เหยี่ยนอี้ยื่นแผ่นกระดาษเก่าๆ ที่เขียนสูตรยา ต่าง ๆ ให้มารดาและบิดาดู
ลี่หยางและหยุนผิงต่างพากันอ่านสูตรยาเ่าั้อย่างตั้งใจพวกเขาไม่เคยเห็นสูตรยาที่เหล่านี้มาก่อน
“สูตรยาเหล่านี้...เ้าไปเอามาจากที่ไหนกัน”
มารดาถามด้วยความสงสัย
“ข้านำมาจากเครื่องมือในกระเป๋าที่ท่านเทพเซียนมอบให้เ้าค่ะ”
เหยี่ยนอี้ตอบอย่างไม่คิดจะปิดบัง
มารดาพยักหน้าอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร
“ถ้าอย่างนั้นแม่กับบิดาและพี่ใหญ่ของเ้า จะขึ้นเขาไปหาสมุนไพรมาลองปรุงตามสูตรเหล่านี้”
ในวันรุ่งขึ้นบิดามารดาและพี่ชายของเหยี่ยนอี้ ก็พากันเดินทางไปทีู่เาใกล้หมู่บ้านเพื่อเก็บสมุนไพรตามสูตรยาที่ได้กำหนดไว้
ด้วยความรู้เื่สมุนไพรของหยุนผิงพวกเขาจึงสามารถหาสมุนไพรที่้าได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อได้สมุนไพรครบตามจำนวนแล้วพวกเขาก็กลับมาที่บ้าน และเริ่มลงมือปรุงยาตามสูตรที่ได้วางไว้
เหยี่ยนอี้ให้ทุกคนช่วยล้างสมุนไพรจากนั้นก็นำมาตากจนแห้ง แล้วช่วยกันบดจนละเอียด เมื่อได้ผงสมุนไพร หยุนผิงก็นำมาผสมตามสูตรยาแต่ละอย่าง
“ตอนนี้พวกเราก็จะได้ยาสมุนไพรที่มีคุณภาพแล้วเ้าค่ะ”
เหยี่ยนอี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
มารดาของเหยี่ยนอี้นำผ้าฝ้ายดิบที่ตั้งใจเก็บไว้เย็บเป็เสื้อให้กับทุกคนในวันปีใหม่ที่จะถึงมาเย็บเป็ถุงเล็ก เพื่อบรรจุยาสมุนไพรลงไป แล้วเย็บปิดอย่างเรียบร้อย
เหยี่ยนอี้มองถุงยาสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าด้วยความมั่นใจว่ามารดาเ้าของร่างต้องเคยทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
“ท่านแม่เคยเย็บถุงยาแบบนี้หรือเ้าคะฝีมือของท่านงดงามละเอียดมาก”
หญิงสาวเอ่ยถามพลางลอบสังเกตใบหน้าของมารดา
“แม่จำไม่ได้แค่คิดว่าอยากเย็บ ก็เหมือนว่าจะทำได้ดีอย่างที่เห็น”
เช้าตรู่ของวันใหม่แสงตะวันสีทองสาดส่องลงมายังหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาเหยี่ยนอี้ในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีตัวใหม่ก็ช่วยบิดายกตะกร้าหวายสานขนาดใหญ่ขึ้นไปวางบนรถม้าที่จอดรออยู่หน้าบ้านตะกร้าใบนั้นบรรจุไปด้วยห่อยาสมุนไพรหลายชนิด
“เดินทางดี ๆ นะเ้าคะ ดูแลตัวเองและดูแลอี้เอ๋อร์ด้วย”
หยุนผิงยืนส่งสามีและบุตรสาวดวงตาของนางฉายแววแห่งความหวัง
“ไม่ต้องห่วงนะท่านแม่ข้าจะดูแลตัวเองอย่างดี”
เหยี่ยนอี้ยิ้มให้กำลังใจมารดา
หลังจากกล่าวลาเหยี่ยนอี้ก็ปีนขึ้นไปนั่งบนรถม้าเคียงข้างบิดา รถม้าก็เริ่มออกวิ่งเหยาะ ๆไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาว มุ่งหน้าสู่อำเภอหนานที่อยู่ห่างออกไป
การเดินทางด้วยรถม้าเป็การเดินทางที่ค่อนข้างลำบากและเป็ถนนดิน ทำให้รถม้าสั่นคลอนไปตลอดทาง ฝุ่นดินฟุ้งกระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้เหยี่ยนอี้ต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกเป็ระยะๆ
ถึงแม้การเดินทางจะทุลักทุเลแต่เหยี่ยนอี้ก็ไม่ได้แสดงอาการเบื่อหน่ายหรือเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เห็นนางนั่งตัวตรง มองออกไปนอกหน้าต่าง ชมทิวทัศน์สองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน
สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีต้นไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายเป็แนว และบ้านเรือนหลังเล็ก ๆที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามเนินเขา เหยี่ยนอี้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย
เมื่อรถม้าแล่นผ่านทุ่งนาเหยี่ยนอี้ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความฝันของพี่ชายเ้าของร่าง ที่อยากจะเข้าเรียนในสำนักศึกษา
“หวังว่าข้าจะขายยาได้เด็กชายคนนั้นจะได้เรียนหนังสือสมความตั้งใจ”
หลังจากเดินทางมาเป็เวลานานพอสมควรในที่สุดรถม้าก็แล่นเข้ามาในเขตอำเภอที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายจอแจผู้คนเดินขวักไขว่ รถเข็นและแผงลอยวางขายสินค้าต่างๆ มากมาย เสียงดังเซ็งแซ่ที่ดังมาจากแม่ค้าทำให้เหยี่ยนอี้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับโลกโบราณที่เคยเห็นแต่ในอินเตอร์เน็ต
รถม้าไปจอดที่บริเวณหน้าตลาดซึ่งเป็จุดจอดรถม้ารับจ้างประจำเมือง จากนั้นบิดาก็ลงจากรถม้าเพื่อช่วยเหยี่ยนอี้ยกตะกร้ายาสมุนไพรลงจากรถ
“เราจะไปที่ร้านขายยาแห่งไหนก่อนดี”
บิดาถามด้วยท่าทีเก้อกังเพราะเขาไม่เคยนำยามาขาย
เหยี่ยนอี้กวาดสายตามองหาร้านขายยาที่ดูน่าเชื่อถือที่สุดนางตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามข้อมูลจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนได้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านขายยาที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและราคาที่เป็ธรรม
“ท่านพ่อพวกเราไปที่ร้านหมอยากุ่ยกันเถอะ เ้าค่ะข้าได้ยินมาว่าร้านนี้เป็ที่รู้จักกันดีในเื่ของความเป็ธรรม และให้ราคาดี”
เหยี่ยนอี้เดินกลับมาบอกแก่บิดาที่ยืนถือตะกร้ารอ
บิดาพยักหน้าก่อนจะเดินนำเหยี่ยนอี้ไปยังร้านขายยาที่นางเอ่ยถึง