“ท่านพ่อเสร็จรึยังเ้าค่ะ”
“รอพ่อสักครู่หลันเอ๋อร์ พ่อไปเอาเกวียนก่อน”
“เ้าค่ะ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ข้ากับท่านพ่อไปก่อนนะเ้าค่ะตอนกลับไว้ลูกกับท่านพ่อจะซื้อเนื้อกับหมั่นโถวกลับมา”
“ไปลูก หลันเอ๋อร์ประเดี๋ยวจะถึงช้า”
มู่หลันฮวาจึงได้เดินขึ้นเกวียนทันทีที่พ่อของนางมาถึง ตลอดระยะทางมู่หลันฮวาได้นั่งมองสองข้างทางด้วยความสุขใจ เพราะในโลกก่อนของนางนั้นมีแต่ตึกสูงระฟ้า พื้นถนนคอนกรีต ต้นไม้เองแทบจะนับต้นได้ แต่พอมาดูตอนนี้สิเหมือนกับคนที่ติดอยู่ในห้วงฝันของธรรมชาติที่สวยงาม ที่มีทิวทัศน์เป็ูเาที่อุดมสมบูรณ์ไล่ลงมาก็มีทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่มปะปนไปด้วยทุ่งดอกไม้นานาชนิดยังกับอยู่ในดินแดน์ นี่สินะที่เขาเรียกว่าความงามของผืนป่าที่ธรรมชาติรังสรรค์
“ท่านพ่อเ้าคะ อีกนานหรือไม่กว่าจะไปถึงโรงประมูล”
“ประมาณสัก 1 ชั่วยามกว่าเห็นจะได้ หลันเอ๋อร์เบื่อรึลูก”
“เปล่าเ้าค่ะ ลูกแค่ถามดูเท่านั้น”
หลังจากนั้น 1 ชั่วยามผ่านไป (แฮ่ม…!! ก็มันนิยายอะเนอะผ่านไปไวเหมือนโกหกเลย ><") ทั้งนางและมู่เหยียนชิงก็ได้เดินทางเข้ามาถึงตัวเมืองเยว่ชาง มู่เหยียนชิงจึงได้เอาเกวียนไปฝากไว้ก่อนที่จะพามู่หลันฮวาเดินลัดเลาะไปที่โรงประมูลหยางไป๋ เป็โรงประมูลอันดับหนึ่งที่มีอิทธิพลอำนาจล้นมือ อืม…ถ้าได้โรงประมูลหยางไป๋เป็ผู้หนุนหลังให้กับตระกูลมู่คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว การที่จะไปจัดการกับคนพวกนั้นคงไม่ลำบากเท่าใดนัก อืม อืม ช่างคิดได้ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
มู่เหยียนชิงที่เห็นมู่หลันฮวานิ่งเงียบไปจึงได้หันไปมอง พอได้เห็นสีหน้าของนางก็อดที่จะขนลุกไม่ได้ราวกับว่าอีกไม่นานจะต้องมีคนไปวิ่งเต้นอยู่บนฝ่ามือของนาง
ณ โรงประมูลหยางไป๋
“โรงประมูลหยางไป๋ยินดีต้อนรับขอรับ นายท่านและคุณหนูท่านนี้ไม่ทราบว่าพวกท่านมีธุระอะไรกับโรงประมูลหยางไป๋ที่แห่งนี้ขอรับ” ผู้ดูแลโรงประมูลแห่งกล่าวถามอย่างนอบน้อม อืม…โรงประมูลแห่งคัดคนได้ดียิ่งนัก สงสัยคงจะถึงเวลาที่นางต้องบอกให้ท่านพ่อหาคนเข้าตระกูลแล้วสินะ โรงประมูลทาสก็ดีไม่น้อย
“ข้า้าเอาของมาประมูล ไม่ทราบว่าของชิ้นนี้สามารถเข้าร่วมประมูลได้หรือไม่ เอ่อ ท่าน….”
“ข้ามีนามว่าจินเยว่ขอรับเป็ผู้ดูแลโรงประมูลแห่งนี้ให้นายน้อยหยางไป๋หลิงขอรับ”
“ข้ามู่เหยียนชิงขอรับ ส่วนนี้ลูกสาวข้านางชื่อมู่หลันฮวา” พูดจบมู่เหยียนชิงจึงยื่นของที่จะเอาไปประมูลให้แก่จินเยว่ดู
“นะ…นี่มัน โอสถทะลวงปราณความบริสุทธิ์สิบส่วน ท่านมู่เหยียนชิงและคุณหนูมู่หลันฮวาเชิญพวกท่านตามข้ามาด้านในก่อนนะขอรับ” จินเยว่จึงให้บ่าวรับใช้ไปยกน้ำชาและขนมมาให้มู่เหยียนชิงและมู่หลันฮวาทานระหว่างรอ หลังจากนั้นจินเยว่จึงได้รีบไปตามนายท่านหยางหนิงเทียนและนายน้อยหยางไป๋หลิงทันที จากนั้นไม่นานจินเยว่ได้เดินมาพร้อมกับบุรุษทั้งสองบุรุษคนนึงนั้นดูมีอายุราวๆห้าสิบปีแต่ยังคงความสง่างามและความมีอำนาจออกมารอบๆตัวตามประสาคนใหญ่คนโต ส่วนอีกคนดูแล้วคงมีอายุมากกว่านางสามถึงสี่ปีที่มีสีหน้าเรียบเฉย
“ขออภัยพวกท่านที่ให้รอขอรับ นี่นายท่านหยางหนิงเทียนและนายน้อยหยางไป๋หลิง” จินเยว่กล่าวอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็ไรขอรับท่านจินเยว่”
“พวกท่านคือมูเหยียนชิงกับหนูมู่หลันฮวาใช่หรือไม่ ที่เป็คนเอาโอสถเม็ดนี้มาประมูล” หยางหนิงเทียนเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง
“ใช่ขอรับนายท่านหยางหนิงเทียน”
“อืม จินเยว่เ้ารีบไปประกาศในโรงประมูลว่าวันนี้จะมีของที่ดีที่สุดในรอบสามสิบปีมาให้ประมูล”
“ขอรับนายท่านหยาง”
“อ่อ และอีกเื่จินเยว่เ้าไปจัดห้องที่ดีที่สุดบนชั้นสี่พร้อมกับมอบป้ายหยกมรกตให้ท่านมู่เหยียนชิงและคุณหนูมู่ผู้นี้ด้วย
“ขอรับ”
ด้านในหอประมูลที่สามารถบรรจุคนได้ราวๆห้าถึงหกหมื่นคน ด้านล่างนั้นสำหรับคนทั่วไปที่มีป้ายทองแดง ไล่ขึ้นไปชั้นที่สองพอมีฐานะดีขึ้นมาหน่อยจะเป็ป้ายเงิน ส่วนชั้นที่สามคือผู้ที่มีฐานะร่ำรวยรวมไปถึงพวกขุนนางทั้งหลายป้ายทอง และชั้นที่สี่นั้นระดับวีไอพีเลยก็ว่าได้เป็ป้ายหยกมรกตซึ่งน้อยคนที่จะได้ป้ายนี้ ข้อดีของชี้นสี่นั้นผู้ที่นั่งอยู่ในห้องสามารถมองเห็นข้างนอกได้ทุกส่วนแต่ผู้ที่อยู่ข้างนอกเองนั้นจะไม่สามารถมองเข้ามาข้างในได้จะเห็นเพียงแค่ความมืดแทน
“และแล้วการประมูลก็มาถึง่สุดท้ายแล้วนะขอรับ ของประมูลชิ้นนี้คือ โอสถทะลวงความบริสุทธิ์อยุ่ที่สิบส่วน สรรพคุณของยาเม็ดนี้สามารถเลื่อนระดับได้สี่ถึงห้าขั้นหรือแม้แต่ท่านที่พลังปราณระดับเทวะที่ติดอยู่ขอขวดก็จะสามารถทะลวงเลื่อนระดับไปเป็ปราณมหาเทวะได้ขอรับ โอสถทะลวงปราณนี้มีแค่เม็ดเดียวเท่านั้น"
"เริ่มต้นการประมูลอยู่ที่ 1,000,000 เหรียญทองขอรับ” หลังจากที่เสี่ยวฉีประกาศออกไปทั้งโรงประมูลก็ได้ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะนึง
“เริ่มการประมูลได้ขอรับ” หลังจากนั้นก็มีคนประมูลเข้ามาเรื่อยๆอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร
“1,500,000 เหรียญทอง”
“1,800,000 เหรียญทอง”
“2,100,000 เหรียญทอง”
“3,400,000 เหรียญทอง”
“5,000,000 เหรียญทอง”
หลังจากที่มีคนเสนอประมูลอยู่ที่ราคา 5,000,000 เหรียญทอง ก็เกิดความเงียบจากนั้นไม่นานการประมูลก็จบลง
“ท่านเหยียนชิงขอรับ กรุณารอสักครู่ได้หรือไม่พอดีว่านายท่านหยางอยากคุยกับท่านเหยียนชิงและคุณหนูมู่หลันฮวา” จินเยว่ไม่รอช้ารีบบอกไปตาม้าของนายท่านหยางที่กำชับตนเองไว้ทันที
“ได้ขอรับ” มู่เหยียนชิงและมู่หลันฮวาจึงได้เดินตามจินเยว่เข้าไปยังด้านใน เมื่อพบหน้าท่านหยางหนิงเทียนจึงไม่รอช้า
“มีปัญหาอะไรรึไม่ขอรับนายท่านหยางหนิงเทียน” มู่เหยียนชิงกล่าวออกมาอย่างกังวล
ด้านหยางหนิงเทียนนั้นเมื่อได้เห็นสีหน้าที่กังวลของทั้งสองจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นมาเพราะกลัวว่าทั้งสองจะคิดกังวลไปมากกว่านี้
“ไม่มีปัญหาอะไรทั้งแหละ ข้าเพียงอยากจะถามพวกเ้าเื่โอสถเม็ดนี้เท่านั้นว่าพวกเ้าไปได้มันมาอย่างไร”
มู่เหยียนชิงจึงหันไปมองมู่หลันฮวาผู้เป็ลูกสาวทันที เมื่อนางเห็นจึงพยักหน้าให้บิดา
“หากข้าบอกนายท่านหยางไปแล้ว ท่านต้องรับปากข้าว่าจะไม่แพร่งพรายและปกปิดเื่นี้นะขอรับเพราะข้าไม่อยากให้ครอบครัวต้องมีเื่วุ่นวายตามมาทีหลัง” มู่เหยียนชิงเอ่ยด้วยนำ้เสียงที่เคร่งขรึม
“ได้สิข้ารับปากเ้า ในนามของเ้าของโรงประมูลหยางไป๋เลย และไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่านหยาง ให้เรียกข้าว่าท่านหยางก็พอ ส่วนเ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงหยางก็แล้วกัน” หยางหนิงเทียนเองที่รู้สึกถูกชะตากับสองพ่อลูกคู่นี้ได้เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดู
“โอสถเม็ดนี้หลันเอ๋อร์ลูกสาวข้าเป็คนหลอมเองขอรับ”
“ใช่เ้าค่ะท่านลุงหยาง แล้วท่านก็เรียกข้าว่าหลันเอ๋อร์เช่นท่านพ่อก็ได้นะเ้าค่ะ” มู่หลันฮวากล่าวออกไป พร้อมทั้งเก็บสีหน้าและอาการตื่นเต้นดีใจไว้ แผนการของนางแรกเริ่มก็ไปได้ดีซะแล้ว รอข้าก่อนเถอะตระกูลหลัก หึ หึ หึ
“ข้าชอบเ้ายิ่งนักหลันเอ๋อร์ดียิ่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” หยางหนิงเทียนหัวเราะเสียงดังลั่น หลังจากนั้นที่หยางหนิงเทียนได้อยู่คุยกับทั้งสองเพียงไม่นาน มู่เหยียนชิงและมู่หลันฮวาจึงได้ขอตัวกลับบ้านเพราะออกมานานเกินไปเกรงว่าที่บ้านจะเป็ห่วง
“ท่านพ่อ เพียงแค่เอาโอสถทะลวงปราณมาประมูลแค่เม็ดเดียว เรายังได้เงินมาตั้งสี่ล้านห้าแสนเหรียญทองเชียวนะเ้าค่ะ” อืม ถ้าได้เงินเยอะขนาดนี้งั้นคราวหน้าข้าเอาน้ำทิพย์์ในมิติออกมาขายซักขวดดีหรือไม่นะ แค่คิดถึงกลิ่นเงินนี่ช่างหอมหวลซะจริงเชียว อ่า..!!ข้าไม่ได้โลภนะแต่ข้าชอบเงิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“พ่อว่าเราเอาเงินไปฝากที่ร้านฝากเงินก่อนเถอะหลันเอ๋อร์ จะถือเงินติดตัวจำนวนเยอะๆแบบนี้มันอันตรายนัก” มู่เหยียนชิงบอกมู่หลันเอ๋อร์ก่อนที่จะเดินนำเข้าไปร้านฝากเงิน
“เ้าค่ะ” เห็นทีถ้าจะไปซื้อทาสต้องไว้คราวหน้าซะแล้ว เฮ้อ…
“หลันเอ๋อร์ ลูกจะซื้ออะไรกลับไปที่บ้านบ้างหรือไม่” พร้อมกับยื่นถุงเงินจำนวนห้าพันเหรียญทองให้นาง
“ซื้อเ้าค่ะ ถ้าซื้อของเสร็จแล้วลูกไปรอที่เกวียนนะเ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านอย่าลืมไปซื้อรถม้าคันใหม่สักคันนะเ้าค่ะ” นางบอกมู่เหยียนชิงอย่างอารมณ์ดี
“รถม้าไว้ค่อยเข้ามาดูพรุ่งนี้นะหลันเอ๋อร์ เ้าเองอยากจะไปโรงค้าทาสอยู่ไม่ใช่รึ"
“เ้าค่ะ”
“รีบไปซื้อของแล้วรีบกลับนะหลันเอ๋อร์ นี่ก็เริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวจะถึงบ้านมืดค่ำกันพอดี” มู่หลันฮวาไปซื้อของไม่นานก็เดินทางกลับบ้านทันที