ณ ถ้ำแห่งหนึ่งบนยอดเขาเทียนซาน มีนักพรตผู้หนึ่ง กับ ชายชราอีกผู้หนึ่ง
กำลังยืนมองราเชนที่นอนแช่ในบ่อน้ำ ที่มีไอความร้อนและไอความเย็นผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน
“ มันจะรอดไหม?” นักพรตเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ หากเป็นคนธรรมดาทั่วๆไป คงตายไปนานแล้ว แต่เด็กคนนี้มีพลังมารทศเย็นปกป้องพลังชีวิตเอาไว้ ไม่ตายง่ายๆ แต่มันถูกทำลายข้อต่อและเส้นเอ็นทั้งสี่จุด อีกทั้งถูกกระชากกระดูกสันหลังออกไปอีก เกรงว่า มันคงต้องพิการตลอดชีวิต”
ชายชราที่สวมใส่ชุดแบบชาวบ้านทั่วไป สวมหมวกงอบเหมือนชาวนา ส่ายหัวปฏิเสธออกมา
“ สระสุริยันจันทรา สามารถเชื่อมต่อกระดูก ชีพจร และเส้นเอ็นได้ไม่ใช่รึ? แล้วทำไมไม่อาจช่วยมันได้?” นักพรตขมวดคิ้วสงสัย
“ สระสุริยันจันทรา อาศัยพลังหยินหยาง ไหลเวียนผ่านชีพจร เพื่อกระจายพลังรักษา แต่ทว่า เจ้าเด็กนี่ ชีพจรปราณของมันพิการ มาตั้งแต่กำเนิด พลังหยินหยางไม่อาจแทรกซึมเข้าไปช่วยได้ ข้าใช้ปราณบริสุทธิ์ ปล่อยเข้าไปเพื่อรักษาแล้วยังไม่สามารถช่วยมันได้เลย”
“ ท่านเคยผ่าตัดเชื่อมต่อกระดูกและเส้นเอ็น ได้ไม่ใช่รึ?”
“ ใช่ แต่ฝ่ามือของจักรพรรดิหลี่เอี้ยนที่ซัดใส่เจ้าเด็กนี่ คือฝ่ามือพญายม มันทำลายกระดูกและเส้นเอ็นหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม่สามารถเปลี่ยน หรือ รักษาได้อีกแล้ว”
นักพรตใช้พลังจิต ยกร่างของราเชนขึ้นมาจากน้ำ เห็นรอยสีดำอยู่บนข้อขา ข้อเท้าและกระดูกสันหลังของราเชน ก็ถึงกับอึ้งไป
“ นึกไม่ถึง จักรพรรดิหลี่เอี้ยน จะใช้วิชาของพวกมารนอกรีต ช่างโหดเหี้ยมนัก”
“ ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ ก็เท่ากับปล่อยให้มันอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ข้าว่า ท่านเมตตาสังหารมัน เหมือนที่มันทำกับนักพรตทงทีดีกว่า”
นักพรตสีหน้าเครียดทันที
“ ศิษย์น้อง ถ่ายทอดตำราจิตเทพจักรวาลให้มัน เพราะเชื่อมั่นในตัวของเด็กคนนี้ ว่าจะมีอายุยืนยาว หรือว่าศิษย์น้องจะดูคนผิดไป”
“ ตอนนี้ข้าพยายามช่วยมันทุกทางแล้ว แต่ยังหาวิธีช่วยเหลือมันไม่ได้ แต่ข้ารับรองจะหาวิธีช่วยรักษามันให้กลับมาเป็นปกติให้ได้”
เทพโอสถเทียนซาน เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ส่วนนักพรตนั้นคือ นักพรตทงเทียนเป็นศิษย์พี่ของ นักพรตทงทีนั่นเอง ตอนนี้มีสีหน้าเคร่งเครียด
“ สภาพของมันตอนนี้ อยู่ไปก็ทรมานเปล่าๆ ข้าจะส่งมันไปอยู่กับศิษย์น้องของข้า”
นักพรตทงเทียนยกมือขึ้น แล้วกำลังจะสบัดฝ่ามือใส่ร่างของ ราเชนที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ
“ เดี๋ยวก่อน” เทพโอสถเทียนซาน เห็นสิ่งผิดปกติ บนร่างของราเชน จึงรีบห้ามนักพรตทงเทียนเอาไว้
“ มีอะไร?”
“ ข้าเห็นเส้นใยบางอย่าง กำลังพุ่งออกจากร่างของหยางเฟยหลง”
นักพรตทงเทียน มองอย่างละเอียด ก็พบว่า มีเส้นใยสีแดง เริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างของราเชน ราวกับใยแมงมุม
“ นั่นมันไยไหมใช่ไหม?”
เทพโอสถเทียนซาน ใช้พลังดึงร่างที่เปล่าเปลือยของราเชนมาที่บนพื้น แล้วใช้มือจับไปที่ลำตัว และค่อยเลื่อนไปจับที่หัว ไหล่ หน้าอก และ ท้องของราเชน แล้วหยุดลงที่ท้องของเขา
“ ในท้องของเขามีหนอนคุณไสยอยู่”
“ หนอนคุณไสย?”
“ โอ้ มีเรื่องเช่นนี้ด้วย มีหนอนคุณไสยอยู่ในท้องของหยางเฟยหลง ตอนนี้ตัวแม่ของได้ตายกลายเป็นซากไปแล้ว แต่ว่า..เอ๊ะ.. เป็นไปไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
เทพโอสถเทียนซาน คล้ายปล่อยพลังปราณของตนเข้าไปที่หน้าท้องของราเชนตรวจสอบ และเคลื่อนไหว สลับไปมาทั่วร่าง
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ ก่อนที่หนอนคุณไสยจะตาย มันกลับแพร่พันธุ์ตัวอ่อนเอาไว้ แล้วพวกมันก็ฆ่ากันเอง จนเหลือ ตัวอ่อนเพียง 1 ตัวเท่านั้น หยางเฟยหลงเอย สวรรค์ประทานทางรอดให้กับเจ้าแล้ว”
“เดี๋ยวนะ ทำไมตัวแม่ของหนอนคุณไสยนั้น มันตายได้อย่างไร?”
“ มันน่าจะเริ่มกลืนกินเลือดเนื้อของ หยางเฟยหลง แต่ทว่าเลือดในตัวของมันดันเป็นเลือดของมารโลหิต ทำให้ตัวแม่ของหนอนคุณไสยไม่อาจทนรับพลังได้”
“ แล้วมันแพร่พันธุ์ได้อย่างไร?”
“ ตามปกติหนอนคุณไสยต้องดื่มเลือดสตรีบริสุทธิ์ แต่พอมันมาดื่มเลือดมารโลหิตพันปีเข้าไป เรื่องมหัศจรรย์จึงบังเกิดขึ้นมา มันกลับให้กำเนิดตัวอ่อนหนอนคุณไสยสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ที่สำคัญมันจะมีพลังของโลหิตที่มันได้ดื่ม และจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าของโลหิตแต่เพียงผู้เดียว”
“ หมายความว่า มันได้รับพลังมารโลหิตพันปีเข้าไปด้วย?”
นักพรตทงทีเอ่ยอย่างตื่นเต้น เทพโอสถเทียนซานพยักหน้าอย่างช้าๆ แล้วเอ่ยต่อว่า
“ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น หลังจากมันได้กลืนกิน ตัวอ่อนพี่น้องของมันจนหมด มันจะกลายเป็น หนอนโลหิต ที่มีพลังกล้าแกร่งเหมือนกับมารโลหิต”
“ หนอนโลหิตตัวนี้ จะช่วยรักษาหยางเฟยหลงได้รึ?”
“ หนอนโลหิต น่าจะมีหลายร้อยตัว พอมันกลืนกันพวกเดียวกันจนหมด ซากตัวอ่อนเหล่านี้ จะกลายเป็นไขกระดูก เข้าไปเชื่อมต่อกระดูกเส้นเอ็น ของหยางเฟยหลงทุกๆ จุด ว่ากันว่า หากพบเจอซากตัวอ่อนหนอนโลหิตที่มีพลังมารโลหิตพันปี เพียงตัวเดียว ก็สามารถทำให้คนผู้นั้น กลายเป็นยอดฝีมือได้ในเพียงค่ำคืน แต่นี่ ข้าสัมผัสถึงซากตัวอ่อนหนอนโลหิต มีจำนวนเกือบร้อยตัว ในท้องของหยางเฟยหลง ”
นักพรตทงเทียนถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
" ตอนนี้หนอนโลหิต อยู่ในช่วยกลืนกินกันเอง น่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ท่านนักพรตกลับไปก่อน หากว่าหยางเฟยหลงฟื้นเมื่อไร ข้าจะแจ้งให้ท่านทราบทันที”
“ ขอบคุณท่านเทพโอสถ ข้าคงต้องกลับไปก่อน มิเช่นนั้น จักรพรรดิหลี่เอี้ยน คงต้องหาเรื่องกับสำนักเมฆาม่วงของข้าแน่ๆ”
นักพรตทงเทียนเอ่ยจบ ก็ใช้มหายันต์พันลี้ ร่างของเขาก็ค่อยๆหายไปจากถ้ำแห่งนี้ทันที
เทพโอสถหันมามองราเชนทีมีแต่ไยไหมสีแดง พันไปรอบๆ ตัว ราวกับดักแด้มองไม่เห็นร่างอ้วนๆ ของเขาแล้ว
และแล้วเวลาก็ผ่านพ้นไป 90 วัน ไหมที่ปกคลุมร่างของราเชนก็ระเบิดออกมา ราเชนลืมตาตื่นขึ้นมา
มองข้อมือข้อเท้า และ ลูบหลังของตนเอง อย่างแปลกใจ หาได้มีบาดแผลอะไรไม่ และสามารถลุกขึ้นยืน เดินได้เป็นปกติ ที่สำคัญ ร่างของเขามีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เขาเองก็ยังตกใจ เพราะตอนนี้ร่างของเขาคือราเชนที่มีร่างกายสมส่วน ไม่อ้วนท้วนสมบูรณ์ เหมือนกับหยางเฟยหลง
“ นี่เกิดอะไรขึ้น ข้ายังไม่ตาย แถมยังกลับคืนร่างเดิมอีกหรือนี่”
ทันใดนั้น เทพโอสถ กับ นักพรตทงเทียน ที่ได้ยินเสียงระเบิดก็รีบเข้ามาดู
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว หยางเฟยหลง”
ราเชนเข้าใจทันที ทั้งสองคนนี่คงช่วยชีวิตเขาเอาไว้
“ ขอบคุณท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ที่ช่วยชีวิตข้า แต่ว่า พวกท่านคือ?”
“ นี่คือท่านถูเซียน เทพโอสถเทียนซาน ส่วนข้าคือ นักพรตทงเทียน ศิษย์พี่ของอาจารย์ของเจ้า”
ราเชนรีบคุกเข่า คำนับทั้งสองคนทันที
“ ลุกขึ้นเถอะ ข้าไม่ได้ช่วยรักษาอะไรเจ้า หนอนโลหิตที่อยู่ในท้องของเจ้าต่างหากที่ช่วยชีวิตของเจ้าเอาไว้”
“ หนอนโลหิต?” ราเชนงงกับชื่อนี้
“ มันคือลูกของหนอนคุณไสยที่อยู่ในท้องของเจ้ายังไงเล่า” เทพโอสถเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ราเชนถึงกับรีบส่งจิตของตนเข้าไปในท้องของเขาทันที พบว่าหนอนคุณไสยตัวแม่นั้นตายไปแล้ว เหลือแต่ซาก แต่ยังมีลูกของหนอนคุณไสยตัวสีแดงราวกับเลือดกำลังหลับไหลอยู่อีก 1 ตัว
“ ข้าสัมผัสได้ว่า มันยังไม่ตาย ท่านผ่ามันออกมาได้ไหม?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กโง่ เจ้าหนอนโลหิตตัวนี้ มันคือ ของวิเศษ ที่คนทั้งแผ่นดินอยากได้ มันรู้ว่าเจ้าบาดเจ็บ ถูกทำลายเส้นเอ็นและกระดูก มันจึงปล่อยพลังของมัน สร้างไขกระดูกและผลัดเส้นเอ็นในร่างของเจ้าใหม่ ทำให้เจ้ากลับมาเป็นปกติ และยังช่วยให้เจ้าเพิ่มพลังปราณจิตมากยิ่งขึ้นได้ อีกทั้งมันสามารถเข้าและออกร่างกายของเจ้า ตามที่เจ้าสั่ง ตอนนี้มันหลับไหลเพราะช่วยเจ้าอยู่ รอให้มันตื่นขึ้นมา เจ้าลองสื่อสารกับมันทางจิตดู” เทพโอสถเทียนซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ราเชนถึงกับตรวจสอบพลังปราณจิตของตน ที่ตอนนี้ พุ่งพรวดขึ้นมาจากระดับ 15 ขึ้นมาระดับที่ 50 แล้ว
“ จริงด้วย ช่างแปลกประหลาดจริงๆ”
ราเชนเริ่มรู้สึกดี แต่ทว่ายังคงมองไปที่นักพรตทงเทียน ด้วยสายตาที่สับสนอยู่
“ อาจารย์ลุง เรื่องของอาจารย์ ท่าน...”
นักพรตทงเทียนยกมือขึ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ข้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ศิษย์น้อง เป็นคนสั่งให้เจ้าทำ”
“ ท่านรู้?”
“ หากศิษย์น้องคิดหนี เขาสามารถใช้มหายันต์พันลี้ หลบหนีเอาตัวรอดได้อย่างสบาย แต่ว่า เขากลับเป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์ภายในสำนัก จึงยอมตายแต่เพียงผู้เดียว”
ราเชนพยักหน้า แต่ว่าเขาสงสัย นักพรตทงเทียนถึงสามารถใช้มหายันต์พันลี้ได้ ไหนบอกว่า มีผู้สืบทอดเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ เจ้าคงสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมข้าถึงได้รู้จักวิชามหายันต์พันลี้”
ราเชนได้แต่ยิ้มออกมา
“ นี่คือ ความลับของพวกเราสองคนไม่ได้บอกใคร ตำราจิตเทพจักรวาล เป็นตำราเต๋าอันสูงส่ง ที่กำหนดเอาไว้ให้มีผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียว แต่ว่า อาจารย์ของเจ้าได้มองเห็นถึงอนาคต หากเกิดเหตุร้ายขึ้น จะไม่มีผู้ใดสืบทอดวิชานี้ได้อีก เขาจึงได้คัดลอกตำราจิตเทพจักรวาลมาให้ข้า”
ราเชนได้แต่พยักหน้ารับฟัง
“ ความจริงข้าคิดจะพาเจ้ากลับสำนัก แต่ว่า จักรพรรดิหลี่เอี้ยนส่งคนมาคอยเฝ้าดูสำนักเมฆาม่วงเอาไว้ ขืนเจ้ากลับไป อาจเป็นภัยต่อตัวเจ้าเอง เพราะกระดูกสันหลังมังกร ที่จักรพรรดิหลี่เอี้ยนยึดครองมันจะแสดงปฏิกิริยา ต่อเจ้าของเดิมของมัน แม้นว่าตอนนี้ร่างของเจ้าจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากก็ตาม”
ราเชนได้แต่พยักหน้า กำหมัดแน่น เพราะได้ยินชื่อจักรพรรดิหลี่เอี้ยน เขาก็พลันคิดถึงความตายของ องค์หญิงเจี้ยนหนิง และ เด็กๆ จากเผ่ารัตติกาล ที่ต้องมาตายเพราะเขา และยังแค้นใจเกาจิ้งอัน องค์ชายรอง องค์ชายสี่ และ นังเพศยาซือซือ เขาต้องกลับไปแก้แค้น คนพวกนี้ให้ได้
“ หากเจ้าคิดแก้แค้น ก็จงลืมเสียเถิด ฝีมือระดับเจ้ายังห่างชั้นจากจักรพรรดิหลี่เอี้ยนนัก ทางที่ดีเจ้าอยู่กับ ท่านเทพโอสถที่นี่ คอยฝึกฝนตนเอง ข้าเชื่อว่า อีก20ปี เจ้าจะสามารถฝึกฝนตัวเองให้สามารถเทียบชั้นกับ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนได้”
ราเชนนิ่งเงียบ เขาไม่ยอมรอถึง 20 ปีแน่ๆ
“ ท่านนักพรตไม่ต้องห่วง ข้าจะรับเขาเป็นศิษย์ ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้กับเขา เพื่อทดแทนท่านนักพรตทงที ที่เขาเคยสอนวิชาให้กับข้า”
นักพรตทงเทียนพยักหน้า แล้วหันมาที่ราเชน
“ ยังไม่รีบคำนับ ท่านอาจารย์อีก”
ราเชนเอง ก็ไม่ทันปฏิเสธ รีบคุกเข่าลงไปในทันที
“ ศิษย์หยางเฟยหลง คำนับท่านอาจารย์”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็รับศิษย์คนที่เจ็ดจนได้”
“ หยางเฟยหลง ต่อไปเจ้าคอยดูแล ท่านเทพโอสถให้ดี อย่าคิดแก้แค้น ฝึกฝนตนเองให้มีพลังกล้าแข็ง หมั่นสร้างกุศล จิตมารก็จะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้”
ราเชนได้แต่พยักหน้า เขายังคงสงสัยว่า ทำไมตอนนี้ เพชรน้ำตาดาว ได้ออกจากแหวนมิติของเขา มาสะกดจิตมารโลหิตได้ยังไง ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้นำมันออกมาจากแหวนมิติของเขาแม้แต่น้อย
“ ท่านนักพรตวางใจ ตอนนี้ในห้วงจิตของเขามีเพชรน้ำตาดาว ควบคุมจิตมารเอาไว้ และท่านยังลงมหายันต์เก้ายอด สะกดมันเอาไว้อีก มันไม่มีทางออกมาทำร้ายผู้คนได้อีกอย่างแน่นอนในช่วงนี้” เทพโอสถเอ่ยขึ้นอย่างสบายใจ แต่ราเชนถึงกับอึ้ง ไม่รู้ว่าอาจารย์ลุงลงมหายันต์เก้ายอดให้เขาตั้งแต่เมื่อไรกัน แล้วหากเขาต้องการใช้พลังมารโลหิต จะทำอย่างไรดี?
“ ข้าต้องไปแล้ว จำเอาไว้ หากเจ้าคิดปกป้องคนที่รัก เจ้าต้องแข็งแกร่ง หากเจ้าคิดเอาตัวรอด เจ้าต้องรู้จักหลบหลีก หากคิดแก้แค้น เจ้าต้องรู้จักคำว่า อดทน”
นักพรตทงเทียน ทิ้งคำพูดเอาไว้ แล้วก็ใช้มหายันต์พันลี้ พาร่างของเขาหายไปในทันที......