บทที่ 2 วางแผน เตรียมการลักพาตัว
ในตอนนี้ดูเหมือนเขาจะได้รับความทรงจำของร่างเดิมมาแล้ว
เ้าของร่างนี้มีนามว่า เนี่ยเฉิน เป็บุตรชายคนเดียวของตระกูลเนี่ย ซึ่งเป็ตระกูลพ่อค้ามานานหลายชั่วอายุคน ในมณฑลชิงสุ่ย ตระกูลเนี่ยถือเป็ตระกูลใหญ่อันดับต้น ๆ มีกิจการค้าผ้าและเครื่องเคลือบลายคราม
เนี่ยเฉินเติบโตมากับความหรูหราฟุ่มเฟือย เป็คนเสเพล มีคู่หมั้นคนหนึ่งซึ่งหมั้นหมายกันด้วยเหตุผลทางการเมือง ฝ่ายหญิงเป็สตรีจากตระกูลหลิว กิจการของตระกูลหลิวนั้นก็คือค้าและทอผ้า
สองตระกูลแข่งขันกันมาหลายปี ไม่มีใครสามารถเอาชนะกันได้ สุดท้ายจึงตกลงปลงใจเป็ทองแผ่นเดียวกัน
แต่ไม่คิดเลยว่าตระกูลหลิวจะจิตใจโหดร้าย ฉวยโอกาสตอนที่คู่หมั้นของเขาเดินทางมาที่บ้านตระกูลเนี่ย ให้หญิงสาวลักลอบขโมยสมุดบัญชีของตระกูลเนี่ยแล้วสับเปลี่ยนเป็บัญชีปลอม
จากนั้นจึงเข้าไปร้องเรียนต่อนายอำเภอ นายอำเภอซึ่งรับสินบนจากตระกูลหลิวมาแล้ว ย่อมตัดสินเข้าข้างตระกูลหลิว พิพากษาว่าตระกูลเนี่ยจงใจเลี่ยงภาษี สั่งให้เนรเทศทั้งตระกูล
ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด กิจการทั้งหมดตกเป็ของตระกูลหลิว
ระหว่างการเนรเทศ เพิ่งจะออกจากเมืองไปได้ไม่ไกล เ้าหน้าที่ก็ทุบตีพ่อแม่เขาจนตาย เขาอาศัย่ชุลมุนหลบหนีมาถึงเขตูเาชิงเฟิง ไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มโจรนี้จับตัวไว้ได้
ส่วนนายจ้างที่โจรหญิงพูดถึง น่าจะหมายถึงตระกูลหลิว
ตระกูลหลิวคงกลัวว่าเขาจะไม่ตาย ติดสินบนเ้าหน้าที่ไม่พอ ยังสั่งเก็บเขาซ้ำอีก
หลังจากคิดเื่ราวทั้งหมดออกแล้ว เนี่ยเฉินมองหัวหน้าโจรด้วยรอยยิ้มเ็า
"หัวหน้าใหญ่ เ้าใกล้ถึงฆาตแล้ว เ้าไม่รู้ตัวหรืออย่างไร?"
ทันใดนั้นก็มีโจรคนหนึ่งะโออกมาด่าทอ
“ปากดีนัก หัวหน้าอายุยืนหมื่นปี เ้ากล้าแช่งหัวหน้า ระวังข้าจะฆ่าเ้าเสียเดี๋ยวนี้!”
เนี่ยเฉินหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า
“ไม่สำคัญหรอก หากข้าตาย พวกเ้าก็ต้องฝังตามข้าอยู่ดี พวกเ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเงินของตระกูลหลิวจะเอาไปได้ง่าย ๆ”
“ในมณฑลชิงสุ่ย ตระกูลหลิวก็ไม่ต่างจากเ้าเมืองครึ่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้ยึดครองตระกูลเนี่ยของข้า จึง้าพึ่งพาพวกเ้า แต่ตอนนี้พวกเขามีอำนาจมากยิ่งขึ้นแล้ว พวกเขาจะยอมให้พวกเ้าอยู่ต่อไปได้อย่างไร”
“พวกเ้ามีทางเลือกสองทาง หนึ่งก็คือให้ตระกูลหลิวใช้พวกเ้าราวกับหมา อีกทางก็คือรอให้พวกเขาล้างบางพวกเ้าให้สิ้นซาก”
“อีกอย่าง ฆ่าข้าแล้วพวกเ้าจะได้อะไร อย่างมากก็แค่เงินไม่กี่ร้อยตำลึง”
"แต่หากพวกเ้าปล่อยข้าไว้ สามวัน ข้า เนี่ยเฉิน จะหาเงินสามพันตำลึงมาให้พวกเ้า หากขาดไปแม้เพียงตำลึงเดียว พวกเ้าจะลงโทษข้าอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ"
เนี่ยเฉินรู้ดีว่าผู้ที่สามารถเป็โจรได้ ล้วนเป็คนนอกกฎหมายที่เห็นแก่ผลประโยชน์เท่านั้น
หากอ้อนวอนขอความเมตตา เขาจะมองว่าเ้าอ่อนแอ หากเล่าเหตุผลให้เขาฟัง เขาจะมองว่าเ้าปัญญาไม่สมประกอบ
หนทางที่ดีที่สุดคือแสดงความมั่นใจและความกล้าแกร่ง
หัวหน้าใหญ่หัวเราะเยาะดูถูก
“สามพันตำลึง? คุณชายเนี่ยคิดจะล้อข้าเล่นหรือ คุณชายเนี่ยถูกริบทรัพย์สินทั้งตระกูลแล้ว จะหาสามพันตำลึงมาจากที่ไหนได้ แม้แต่สามตำลึงก็ยังไม่มีแน่ ๆ ใช่หรือไม่”
“เื่นี้เ้าไม่ต้องสนใจ แค่รอรับเงินก็พอ”
พวกโจรได้ยินดังนั้น จึงหัวเราะเยาะในทันที
"เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร ถึงกล้าพูดว่าจะหาเงินมาได้ภายในสามวัน"
"สามวันเ้ายังหาหินมาได้ไม่ถึงสามพันก้อนเลย"
หัวหน้าโจรไตร่ตรองคำพูดของเนี่ยเฉินอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง
"ได้ ข้าจะให้เวลาเ้าสามวัน หากเ้าหาเงินมาไม่ได้ ข้าจะจับเ้าไปสับเป็ชิ้น ๆ แล้วโยนให้สุนัขกิน แต่หากเ้าหามาได้ ข้าจะสาบานเป็พี่น้องกับเ้า และตั้งให้เ้าเป็รองหัวหน้าแห่งค่ายชิงเฟิง!"
“ได้ แต่ข้ามีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง”
"ว่ามา"
เนี่ยเฉินหัวเราะเบา ๆ
“มอบคนให้ข้าสักยี่สิบคน แล้วพวกเขาต้องเชื่อฟังข้าโดยไม่มีข้อแม้ การจะทำงานให้สำเร็จลุล่วงย่อมต้องมีผู้ช่วยเหลือ”
"ได้ ข้าจะให้คนยี่สิบคนแก่เ้า ต้าจ้วง พวกเ้าต้องติดตามเขาไปในสามวันนี้ เขาให้ทำอะไรก็ทำ อย่าปล่อยให้เขาหนีไปก็พอ"
"ขอรับ!"
ต้าจ้วงกุมกำปั้นคารวะ
เห็นดังนั้น เนี่ยเฉินยิ่งสงสัยหนักยิ่งกว่าเดิม โจรูเา ไม่ใช่ทหาร ทำไมต้องพูดว่าขอรับ?
แต่ดูจากแผ่นหลังที่ตั้งตรงของหัวหน้าใหญ่ และสายตาอันแหลมคมดั่งพญาอินทรี เขาก็ดูเหมือนแม่ทัพจริง ๆ
เนี่ยเฉินและต้าจ้วงออกไปแล้ว เวิงชิวฉานรีบเดินเข้ามา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"ท่านพ่อ ท่านรับปากคนผู้นี้ได้อย่างไร พวกเราไม่ได้ธำรงคุณธรรมหรือเ้าคะ"
"พี่น้องในค่ายโจรต้องกินต้องใช้เช่นกัน รอจนคนผู้นี้หาเงินมาได้ก่อน แล้วค่อยฆ่าทิ้งก็ยังไม่สาย"
"เช่นนั้นก็ดี ข้าจะไปดูด้วยตัวเองว่าคนเช่นนั้นมีวิธีอะไรที่จะหาเงินมาได้!"
สิ้นคำ เวิงชิวฉานก็ก้าวฉับ ๆ ออกไป
"กลับมาเดี๋ยวนี้!"
เวิงชิวฉานก้าวเข้าไปใกล้เนี่ยเฉิน เอ่ยอย่างเ็าว่า
“เ้ามีวิธีหาเงินอย่างไร”
"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า แต่เมื่อข้าหาเงินได้แล้ว ข้าก็จะเป็พี่น้องร่วมสาบานกับบิดาของเ้า เ้าต้องเรียกข้าว่าท่านอา เข้าใจหรือไม่ หลานสาว"
“ข้า!...”
เวิงชิวฉานโกรธจนตัวสั่น นางชกหมัดใส่เนี่ยเฉินอย่างแรง
หาก้าทำสิ่งใดก็ต้องอิ่มท้องเสียก่อน เนี่ยเฉินกินข้าวไปพลางรวบรวมความทรงจำในสมองและคิดหาวิธี
ถ้าจะหาเงิน แน่นอนว่าไม่ควรไปเอากับคนยากไร้ในแถบนี้ ใครเล่าจะมั่งมีที่สุด
โจร นายอำเภอ พ่อค้า
ตัดโจรทิ้ง เพราะเวลานี้เขายังถูกโจรคุมตัวอยู่ คนที่สามารถสั่งการได้ก็มีเพียงโจรยี่สิบคน จะใช้คนยี่สิบนี้ไปตีโจรอื่นก็ไม่ต่างกับรนหาที่ตาย
นายอำเภอยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไปปล้นเขาก็เหมือนหนูเลียเหรียญแมว หาเื่ตื่นเต้นไม่มีเหตุผล*[1] เ้าหน้าที่ไม่กี่สิบคนก็ปลิดชีวิตพวกเขาได้แล้ว
หากเช่นนั้นก็เหลือเพียงพ่อค้าผู้มั่งคั่งแล้ว
ปัจจุบันในอำเภอชิงเฟิง หลังตระกูลเนี่ยถูกทำลายลง ตระกูลหลิวจึงกลายเป็ตระกูลที่ใหญ่ที่สุด
ประมุขหลิวมีบุตรชายคนเดียว ซึ่งก็คือน้องชายแท้ ๆ ของคู่หมั้นเขา ชื่อหลิวชง เป็คนสำมะเลเทเมา เที่ยวเตร่ไปทั่ว ก่อนหน้านี้มักจะมีปัญหากับเ้าของร่างเดิมบ่อย ๆ เพราะแย่งชิงหญิงสาวในหอนางโลม
เนี่ยเฉินเข้าใจดีว่าหมอนี่เป็คนไม่เอาไหน ทุกคืนต้องไปดื่มสุรากับหญิงงามในหอนางโลม ทว่าไม่เคยค้างคืนเลยสักครั้ง แม้แต่ยามวิกาลก็ยังกลับบ้านไปนอน และมักจะพาผู้ติดตามออกไปแค่สองคนเท่านั้น
นี่ถือเป็โอกาสดี
หากสามารถจับตัวเขาได้ ด้วยนิสัยของผู้นำตระกูลหลิว ย่อมต้องยอมจ่ายเงินตามที่้าแน่นอน
เมื่อได้เงินแล้ว เขาจะออกจากค่ายโจร หาที่อยู่ใหม่ที่ผู้คนไม่รู้จัก ทำการค้าเล็ก ๆ หาเงิน รับอนุภรรยาเข้าบ้านสักสามสี่คน ใช้ชีวิตแบบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่กลับเรียบง่ายและจำเจอย่างมีความสุข
ส่วนการอยู่ที่นี่ต่อไปนั้น เหอะ ๆ เขาไม่อยากเอาหัวไปห้อยที่ขอบกางเกง*[2]เพื่อเป็โจรหรอก
คิดถึงตรงนี้ เนี่ยเฉินหันไปพูดกับต้าจ้วง
"เ้า ไปขอยืมเงินยี่สิบตำลึงจากหัวหน้าใหญ่ บอกว่า้าเงินทุนเพื่อทำการค้า"
“ขอรับ”
ต้าจ้วงพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นไปทำตามคำสั่ง
ครู่เดียว ต้าจ้วงก็กลับมา
เนี่ยเฉินลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า
“นำอาวุธติดตัวไปให้ครบ แล้วตามข้ามา”
"ไปที่ไหน?"
เวิงชิวฉานถามขึ้น
"เข้าตัวอำเภอ เ้าจะตามไปก็ได้ แต่เอาผ้ามาปิดหน้าไว้ด้วย"
"เ้ากำลังปั้นเื่ละสิ เ้าจะไปหาเงินสามพันตำลึงมาได้อย่างไร หากเ้าหาได้จริง ข้ายอมล้างเท้าให้เ้าเลย"
"ดี อย่าลืมปรับอุณหภูมิน้ำให้พอดีเล่า"
ท่าทางนิ่งเฉยของเนี่ยเฉินทำให้เวิงชิวฉานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห
เนี่ยเฉินส่ายหัวพลางหัวเราะเบา ๆ สาวน้อยคนนี้หน้าตาสวยทีเดียว แต่นิสัยเ็าไปหน่อย
ในค่ายโจร เนี่ยเฉินหาเกวียนได้คันหนึ่งและให้คนนำดาบไปใส่ไว้ จากนั้นมัดฟืนไว้ข้างบน ทำทีเป็พ่อค้าขายฟืน พาคนยี่สิบคนเดินลงเขาไป
เมื่อเดินทางมาถึงนอกตัวอำเภอ เนี่ยเฉินให้ทุกคนแบ่งกลุ่มกันเข้าไป ส่วนตนเองหยิบหมวกงอบมาสวมหัวไว้
ด้วยความที่เขาเป็คุณชายเ้าสำราญชื่อดังแห่งอำเภอชิงสุ่ย จึงเกรงว่าทหารรักษาการณ์จะจำเขาได้
หลังจากนั้น เขาได้ให้เงินสิบตำลึงแก่ต้าจ้วง พร้อมกล่าวว่า
“พวกเราจะทยอยกันเข้าเมือง ต้าจ้วง หากทหารตรวจค้นเกวียน เ้าจงมอบเงินสิบตำลึงนี้ให้แก่เขา"
"เข้าใจแล้ว"
ต้าจ้วงพยักหน้า จากนั้นเอ่ยเตือน
“เ้าหนุ่ม เ้าทำอะไรก็ขอให้มั่นใจหน่อย ถ้ากล้าทำร้ายพวกเรา ข้านี่แหละจะฟันเ้าเป็คนแรก”
แม้เขาจะทั้งสูงและกำยำ แต่มิใช่คนโง่ เขาเป็คนละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้นหัวหน้าใหญ่คงมิส่งเขามาเป็หัวหน้าคอยช่วยเหลือและสอดส่องเนี่ยเฉิน
คนทั้งหมดเดินต่อไปข้างหน้า เนี่ยเฉินสวมหมวกไม้ไผ่ ลากเกวียน ทำทีเป็คนหาบของ
"หยุดก่อน เ้าบรรทุกสิ่งใดมา?”
ทหารที่ทำหน้าที่เฝ้ายามขวางพวกเขา และกำลังจะใช้ดาบแซะฟืนขึ้นมา
ทันใดนั้นต้าจ้วงก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้า คลี่ยิ้มพลางดึงแขนทหารคนนั้นไว้
“นายท่าน ของเหล่านี้เป็เพียงแค่ฟืน ขอท่านเมตตาพักเหนื่อยสักครู่ หากฟืนเหล่านี้กระจัดกระจาย จะมิสะดวกในการขนย้าย”
ระหว่างที่พูด เขาก็ยัดเงินสิบตำลึงลงในมือของทหาร
ทหารคนนั้นไม่ได้มอง แต่เขย่าถุงเงินดู รู้สึกว่ามีน้ำหนักไม่น้อย จึงรู้ว่าเป็เื่ใด
อำเภอชิงสุ่ยอยู่ใกล้ชายแดน ทางทิศเหนือคือดินแดนของชนเผ่าทุ่งหญ้า บ่อยครั้งที่มีพ่อค้าลักลอบขนทองแดง เหล็ก ชา และเกลือไปยังทุ่งหญ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่ราชสำนักห้ามโดยเด็ดขาด
แน่นอนว่าราชสำนักจะห้ามหรือไม่ห้าม ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา พวกเขาเพียง้าได้เงินเท่านั้น!
[1] หนูเลียเหรียญแมว หาเื่ตื่นเต้นไม่มีเหตุผล เปรียบเปรยถึงการกระทำที่เสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็ หรือการยั่วยุผู้ที่แข็งแกร่งกว่าโดยไม่สมควร
[2] เอาหัวไปห้อยที่ขอบกางเกง เปรียบเปรยถึงการทำงานหรือการใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายมาก ถึงขั้นที่ศีรษะ (ชีวิต) อาจหลุดไปได้ทุกเมื่อ