“หยุดก่อน” มาร์ชสั่งทุกคนให้หยุดท่ามกลางเสียงกรีดร้องดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฮอล์สมาชิกทั้งสามรวมทั้งผู้จัดการชะงักกึก
“พักพล เอามาแหมะ” มาร์ชเรียกผู้จัดการส่วนตัวพลางแบมือเพื่อรอรับของบางอย่างก่อนพอลลี่จะล้วงหยิบตลับสีทองลายวิจิตรออกจากเสื้อสูทสีขาวสะอาด
“พระแม่ธรณี ลูก~” เพื่อนทั้งสามรวมทั้งสตาฟผู้จัดการต่างต้องยกมือพนมไหว้ขึ้นกลางอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้จะรู้สึกว่ามันเสียเวลาแต่พวกเขาก็ี้เีมีปัญหากับสายมูตัวพ่อ ไม่พอแค่นี้เ้าตัวยังเอานิ้วไปแตะดินแล้วมาแตะหน้าผากฟู่~ ขณะเป่าดินที่มือเต็มสูบขึ้นท้องฟ้า ก่อนจะพาตัวเองเดินผ่านฝุ่นละอองดินเรียกความขลัง
“Let’s go พวก” สมาชิกทำได้เพียงสบตากันชั่วครู่มีเพียงมาร์ชที่เดินยิ้มร่าหน้าบาน ทำเอาเหล่าสไตล์ลิสและช่างผมที่บรรจงแต่งหน้าทำผมมาเป็ชั่วโมงถึงกับส่ายหน้าอย่างปลงตก
“โอ๊ย พอลลี่ปวดหัวหนักมากค่ะ เมเนทอม”ร่างบึกบึนคล้ายนักเพาะกล้ามเซถลาไปซบอกชายหนุ่มผิวสีรูปร่างสูงใหญ่สูงร้อยเก้าสิบราวกับชะนีร่างเล็กยังไม่ทันที่มือจะได้โอบกอดรอบเอว ปืนสั้นก็จ่อมาที่ผมสีบลอนด์ทองที่เพิ่งผ่านการทำสีได้แค่วันเดียว
“แหม พอลลี่ก็แค่แซวเล่นเท่านั้นเอง”คนแซวเล่นดีดตัวออกฉับพลัน
“Go away” ทอมพูดแต่ละคำช้า ๆ เน้น ๆทำเอาพอลลี่ถึงกับรีบก้าวฉับฉับพลางแสร้งไปดูความเรียบร้อยข้างหลังสเตจเวทีชายสูงร้อยเก้าสิบชักปืนกลับนลงที่เดิม แล้วเดินไปบอกบอดี้การ์ดให้เตรียมพร้อม โดยมีเกรย์และชินยืนเฝ้าอยู่คนละฝั่งของสเตจเวทีซ้ายขวา
“แก เป็เมียศิลปินมันยากไปเป็เมียของการ์ดศิลปินก็ได้ เปกเลย” หญิงสาวผมบ๊อบสั้นสีทองน้ำหนักไม่ต่ำกว่าร้อยมองไปยังเกรย์พี่ชายฝาแฝดของชินที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำเอาเ้าตัวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่แม้จะไม่ได้ยินเสียงเนื่องจากเสียงกรี๊ดของแฟนคลับ แต่เมื่อมองดูจาก
ท่าทางและใบหน้าที่ดูยั่วยวนทำเอาทอมถึงกับลอบยิ้ม
“บอดี้การ์ดหล่อบอกต่อ” สาวน้ำหนักไม่ต่ำกว่าร้อยกิโลกรัมแชะภาพชายที่สวมเพียงแว่นตาสีดำและอัปโหลดลงสื่อโซเชียลกากบาทสีดำด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม
อีกทวีปหนึ่งของโลกในเวลาเที่ยงวันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากกับโลกบนเกาะส่วนตัวขนาดเล็กท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆสีขาวปกคลุมกลุ่มนกนางนวลหลายสิบตัวบินวนท้องฟ้าเพื่อออกหาอาหารคลื่นทะเลเล็กใหญ่ยังคงพัดเข้าหาฝั่ง และโขดหินสูงต่ำสาดกระเซ็นเป็ละอองน้ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก
“นายหญิงครับ” ชายผมสีดำแต่ดวงตากลับมีสีฟ้า รูปร่างสูงราวกับนายแบบยืนอยู่บนชายหาดที่มีผืนทรายเนียนละเอียดยาวไปตามชายฝั่งสุดลูกหูลูกตา
“สายห้าวินาที” ร่างที่ดูอวบอัดสไตล์สาวละตินแม้จะอยู่ในวัยที่เริ่มมีผมขาวขึ้นแซมพูดเหมือนไม่ใส่ใจแต่น้ำเสียงนั้นทำเอาคนฟังทรุดลงนั่งคุกเข่าบนผืนทรายอุ่นเขากลั้นใจแล้วยกฝ่ามือของตัวขึ้นก่อนจะหลับตาลงแล้วตบไปที่ใบหน้าตัวเองเต็มแรง
เพี๊ยะ
“หวังว่าครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่แกจะมีโอกาสพูดนะเรนเดล” เ้าของน้ำเสียงที่ฟังดูถากถางและข่มขู่นั้นถอดแว่นกันแดดสีดำมือใหญ่เรียวรีบยื่นไปรับแก้วไวน์จากนายหญิงแล้ววางมันไว้บนโต๊ะที่มีเครื่องดื่มเป็วิสกี้ยี่ห้อดีและผลไม้ท้องถิ่นถูกจัดวางด้วยความประณีต แม้จะรู้สึกเจ็บชาที่หน้า
เ้าของแว่นกันแดดหยัดกายขึ้นนั่งจากเก้าอี้ชายหาดในท่วงท่านางพญามือที่ดูอวบอิ่มยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แก้ววิสกี้สีใสก็ถูกยื่นมาอย่างรู้งานเธอปรายตามองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเถือกสีรอยห้านิ้วด้วยความพึงพอใจพลางรับวิสกี้ขึ้นจิบด้วยใบหน้าที่ดูอารมณ์ดี
“คนที่มาเป็น้องชายมันครับ ชื่อแอรอน”
“หึ จะได้สักกี่น้ำ” ขณะควงแก้ววิสกี้ดูน้ำสีใสไหลวนไปตามภาชนะที่ทำจากแก้วเนื้อดี กระหยิ่มยิ้มอย่างพอใจ
“แล้วสัญญาละ”
“คือ เอ่อ..” เสียงที่ดูตะกุกตะกักทำให้มือที่กำลังเพลิดเพลินกับน้ำสีใสรสร้อนแรงนิ่งกึกชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงรีบละล่ำละลักพูด
“พวกมันฉีกทิ้งครับ”
“หึ จนตรอกแล้วยังไม่เจียมกะลาหัว”ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มเยาะ เรนเดลเองนั้นลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อนายหญิงยังมีท่าทีปกติเขาเลือกที่จะโกหก เพราะหากบอกความจริงว่าตนไม่มีแม้โอกาสจะหยิบสัญญานั่นขึ้นมาด้วยซ้ำเท่านี้ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว เขาคงไม่มีโอกาสได้มาพูดเป็ครั้งที่สองแน่
“แล้วใครขึ้นมาสืบทอดพวกมันต่อ”
“แอรอน ครับ” เรนเดลตอบแม้จะแปลกใจที่นายหญิงถามแบบนี้ เพราะตัวเองก็บอกไปั้แ่แรกแล้วว่าใครเป็ผู้สืบทอดแต่ก็คิดว่าหญิงตรงหน้าอาจจะลืมจึงบอกอีกครั้ง
“นี่แกยังไม่ฆ่ามันเหรอจะเก็บไว้ทำซากอะไร?”
“เอ่อ..คือ..นายหญิงไม่ได้สั่งครับ”
ตุบ
เรนเดลรีบหยัดกายลุกขึ้นก่อนจะก้มหมอบลงจนหน้าผากติดดินทรายด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเมื่อถูกเท้ายันโครมเต็มแรงจนลงไปนอนกับดินทราย ั์ตาสีฟ้าขลาดกลัว
“หรือมึงจะให้กูฆ่ามึงก่อนบอดี้การ์ดที่กูลงทุนจ้างไปหลายหมื่นเหรียญไม่ได้เพื่อไปคุ้มกันกะลาหัวมึงคนเดียวแต่กูจ้างให้ไปถอนรากถอนโคนมันให้สิ้นซาก ไม่ใช่ให้มันมาอยู่รกหัวรกตากู” ร่างอวบอัดตวาดลั่นขณะชี้หน้าด่ากราดเด็กที่เธอชุบมาเลี้ยง
เสียงนั้นทำเอาบริกรที่กำลังนำอาหารเที่ยงมาเสิร์ฟก้มหน้างุดด้วย
ความขลาดกลัวสองมือพยายามประคองอาหารที่อยู่บนถาดด้วยมือสั่นระริก บอดี้การ์ดที่อยู่ล้อมรอบบริเวณนั้นหันหลังพรึบเตรียมเหนี่ยวลูกะุหากมีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมอง
“ขะ ขอโทษครับนายหญิงครั้งต่อไปจะจัดการให้เรียบร้อยครับ” เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของเด็กหนุ่มนั้นเธอก็พ่นลมหายใจทิ้งก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดยาว ๆ เพื่อระงับความโกรธ
“มึงจะเก็บมันไว้เป็เสี้ยนหนามตำใจกูทำไมรีบส่งมันไปลงนรกตายตกตามพี่ชายมัน ครั้งหน้าจัดการให้เรียบร้อย” ร่างอวบอัดของนายหญิงหย่อนก้นลงนั่งยังเก้าอี้ชายหาดตามเดิมก่อนบอดี้การ์ดจะให้สัญญาณอนุญาตให้บริกรนำอาหารเที่ยงเข้ามาเสิร์ฟ
บริกรวางอาหารลงทีละอย่างด้วยมืออันสั่นเทาแม้จะพยายามควบคุมมันแล้วก็ตามเมื่อวางเรียบร้อยก็รีบถอยหลังแล้วเดินจากไปทันที
“ถ้าหมายถึงเลออน มันยังไม่ตายครับ”
“ว่ายังไงนะ..!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแผดเสียงทวนถามอีกรอบั์ตาสีมะกอกแดงก่ำและดุดันเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ
“ละ ละ เลออนมันยังไม่ตายครับ~”
เพล้ง!
ชายที่นั่งคุกเข่าก้มหน้างุดมองเศษแก้วที่แตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่บนผืนทรายสะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์ก่อนจะมีเืสีแดงสดหยดลงที่ผืนทรายสีทอง
“ตามซัวเรสมา กูจะถลกหัวมันสองพี่น้องเอามาเซ่นสังเวยลูกชายด้วยมือของกูเอง”ั์ตาสีมะกอกวาวโรจน์ มือสองข้างกำแน่นด้วยความโกรธ