ภายในห้องลับมืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่าง หลงไป๋ค่อยๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆฝ่ามือข้างขวาััไปกับผนังห้องอย่างช้าๆ
แต่แล้วทันใดนั้นเมื่อหลงไป๋เดินทะลุออกจากทางเดินแคบๆได้แล้วเขาก็พลันตื่นตะลึงเป็อย่างมากเมื่อพบว่าห้องภายในห้องลับนั้นสว่างๆไสวไปทั่วทั้งห้อง
หลงไป๋มองไปรอบๆก่อนจะพบว่าตามมุมห้องนั้นถูกจัดเรียงไว้ด้วยอัญมณีแปลกประหลาดหลายก้อนแต่ละก้อนยังคงส่องแสงสว่างออกมาให้เห็นนับเป็สิ่งแปลกประหลาดอย่างหนึ่งสำหรับหลงไป๋
หินอัญมณีดังกล่าวนี้มีชื่อเรียกว่าหินส่องสว่างสามารถหาได้โดยทั่วไปจากสถานที่ที่มีพลังฟ้าดินไหลเวียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังต้องเป็บริเวณที่มีหญ้าแสงตะวันขึ้นอยู่โดยรอบนับเป็หินแร่ที่พบได้ทั่วไปในทวีปเมฆาล่องลอยหากแต่ในเมืองชายแดนเช่นนี้กลับพบว่าหายากอยู่บ้าง
หลงไป๋ที่หายตกตะลึงก็ได้ตั้งสติและเดินสำรวจห้องลับนี้ก่อนจะพบว่าห้องลับแห่งนี้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ ภายในประกอบไปด้วยหีบสมบัติรวมถึงสิ่งของมีค่านับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็พวกอาวุธและยาสมุนไพรชนิดต่างๆ
“สิ่งของพวกนี้ไม่รู้ว่าเถ้าแก่กวงต้องใช้เวลาเนิ่นนานเพียงใดถึงเก็บรวบรวมได้มากเท่านี้กันนับว่าข้าคิดถูกที่หนีเข้ามาหลบซ่อนอยู่ในนี้ ดูจากทรัพยากรที่อยู่ในนี้แล้วคงทำให้ข้าเลื่อนระดับลมปราณได้อย่างไม่ยากเย็นเลยนี่สินะที่เขาเรียกกันว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามสี่ตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะประหนึ่งคนบ้าเสียสติก็ได้ดังขึ้นแท้จริงเหตุการณ์ใน่หลายวันมานี้ได้สร้างความกดดันให้กับหลงไป๋อย่างมหาศาลด้วยวัยเพียงสิบสี่ปีเศษ แล้ว นับเป็เื่ที่สาหัสอยู่พอสมควร
หลังจากได้สังหารพวกเถ้าแก่กวงและสมุนไปจนสิ้นและหาที่หลบซ่อนได้สำเร็จหลงไป๋จึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาหลายส่วน ไหล่สองข้างที่เคยหนักอึ้งคล้ายกับเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
หลงไป๋ใช้เวลาต่อมาในการจัดแจงที่พักของเขา ลังไม้หลายลังถูกนำมาวางเรียงซ้อนกันก่อนจะปูทับด้วยผ้าหลายผืนจนในที่สุดมันก็ได้กลายเป็เตียงแสนนุ่มเตียงหนึ่ง
เขานำถังน้ำที่อยู่ภายในแหวนมิติออกมาจำนวนหนึ่งเพราะไม่ว่าจะอย่างไรน้ำนับเป็สิ่งที่ต้องประหยัดเมื่อว่ามันจะมีเหลือเฟือสำหรับเขาก็ตาม
ในเื่ของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มยิ่งไม่เป็กังวลกับหลงไป๋เพราะเถ้าแก่กวงนั้นเป็คนชอบโอ้อวดฐานะคนหนึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาจึงเต็มไปด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน
หลงไป๋หลังจากจัดแจงสิ่งต่างๆจนเสร็จสิ้นแล้ว เข้าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน จิตใจที่เคยหนักอึ้งไปด้วยปัญหานับหมื่นพันคล้ายอันตรธานไปหลายส่วนเขาค่อยๆหลับตาลงด้วยความสงบลมหายใจราบเรียบสงบนิ่งประหนึ่งเหล้าในจอกที่ไร้รอยกระเพื่อม
ความคิดมากมายไหลผ่านเข้ามาให้เขาทบทวนอย่างไม่ขาดตอนประสบการณ์ใน่หลายวันนี้ช่วยให้เขาได้พบเจอกับความรู้สึกและอารมณ์ที่หลายหลากและแปลกใหม่มากจนเกินไป เขาต้องใช้เวลาอีกมากในการย่อยสลายทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้
ลมหายใจนั้นกลับเข้าสู่ความสงบอย่างแท้จริงร่างกายที่แสนเหนื่อยล้านั้นหลับใหลดำดิ่งไปด้วยความรวดเร็ว
ณหุบเขาที่ห่างไกลจากเมืองชายนับแดนพันลี้ หุบเขาราชสีห์
เพล้ง!!!
เสียงจอกเหล้าที่ทำมาจากหยกขาวอย่างดีแตกกระจายดังไปทั่วทั้งห้องชายคนหนึ่งกำลังสั่นเทาไปด้วยความโกรธเบื้องหน้าของนั้น นั่งคุกเข่าไว้ด้วยชายร่างผอมคนหนึ่งที่กำลังตัวสั่นงันงกไปด้วยความกลัว
“เ้าว่าอะไร!...เ้ากำลังจะบอกกับข้า ว่าพวกเ้าถูกจู่โจมโดยเด็กคนหนึ่ง ก่อนที่มันจะสังหารพวกเ้าและแย่งชิงสิ่งของของเราไปบัดซบ!!! เ้าคิดว่าข้าโง่เง่าที่จะเชื่อเื่นี้? และถึงต่อให้มันเป็จริง เพียงเด็กคนเดียวเพียงคนเดียวที่พวกเ้ากลับไม่อาจทำสิ่งใดกับมันได้ เ้าคิดว่าข้าควรทำเช่นไรกับพวกเ้ากัน!!!”
เ้าของเสียงกล่าวออกมาด้วยโทสะอันล้นปรี่เขากัดฟันแน่นขณะพูด จนราวกับว่าฟันของเขานั้นกำลังจะปริแตก
“ขะ ขออภัยนายท่านข้าน้อยจะตามหาตัวมันให้เร็วที่สุด”
น้ำเสียงของชายร่างผอมสั่นพร่าก่อนที่ภาพเบื้องหน้าของมันจะกลายเป็มืดสนิท พร้อมกับชีวิตของมันที่สูญสลายกลายเป็กองเนื้อไป
ตูม!
เืเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นห้องสีแดงจากเืฉาบย้อมพื้นบริเวณนั้นให้กลายเป็สีแดงฉาน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งชวนอาเจียนออกมาคนอื่นภายในห้องที่พบเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเต็มสองตา ได้แต่หน้าซีดเผือดความประหวั่นพรั่นพรึงนั้นเต็มเปี่ยมอยู่ทั้งสองดวงตาของพวกมัน
ชายร่างใหญ่กำยำดวงตาเขม็งเกร็งมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็วนี่แสดงให้เห็นความหนักแน่นของจิตใจชุดคลุมสีเหลืองขลิบทองปักลวดลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ เสริมให้ร่างกำยำนั้นเด่นสง่า
ตัวมันมีชื่อว่า ฉงฉีเดิมเป็เพียงโจรป่าธรรมดา ต่อมาประสบโชควาสนาได้ปล้นชิงผู้ฝึกตนผู้หนึ่งเข้าจึงได้รับคัมภีร์เพลงหมัดพยัคฆ์มา ด้วยความมานะอุสาหะ ทำให้มันเติบโตและมีอำนาจขึ้นในเขตเมืองหินเหล็กเมืองชั้นตรีอย่างรวดเร็ว
แต่ด้วยการปรากฏตัวของมันทำให้งูเ้าถิ่น(ผู้มีอิทธิพลในท้องที่)ได้พอใจจึงได้ขับไล่มันออกมา จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดตอนนั้นเองที่มันได้เรียนรู้ว่า พลังลมปราณก่อตั้งขั้นสูงที่มันภาคภูมิใจหามีน้ำหนักใดในเมืองชั้นตรี
คงมีเพียงเมืองชายแดนเท่านั้นที่มันจะสามารถเป็ใหญ่ได้มันจึงได้ตัดสินใจที่จะลงหลักปักฐานที่เมืองชายแดนแห่งนี้ แต่แล้วแผนการของมันก็ต้องมาถูกรบกวนจากเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งจะไม่ให้มันขุ่นเคืองได้อย่างไร
ฉงฉีทอดถอนหายใจก่อนจะกล่าวกับชายเบื้องหน้า
“สือมู่นำพรรคพวกจำนวนหนึ่ง ติดตามหามันให้พบมันจะต้องอยู่ไม่ไกลจากบ้านเถ้าแก่กวงแน่ๆ นี่คือหินสื่อิญญามันจะนำเ้าไปพบเจอกับแหวนเมื่อเ้าเข้าใกล้แหวนมากเท่าใด หินสื่อิญญาจะส่องสว่างมากขึ้นเท่านั้น”พูดจบฉงฉีก็ได้ยืนหินผลึกที่ขาวโปร่งใสขนาดเท่ากับหัวแม่มืออันหนึ่งให้กับคนด้านหน้า
“ขอรับนายท่านข้าจะรีบจัดการปัญหาให้เสร็จสิ้น นายท่านโปรดรอข่าวดี”
“ระวังตัวด้วย อย่าได้ประมาทเ้าเด็กนั่นจนเกินไปในเมื่อมันสามารถถล่มบ้านเถ้าแก่กวงได้ด้วยตัวคนเดียว มันย่อมมีที่ถือดี อ่อจับตัวมันมาเป็ๆล่ะ คนมีฝีมืออย่างมัน ฆ่าทิ้งจะเสียของเปล่าๆ”
สือมู่รับคำ ก่อนจะขอตัวลาฉงฉีออกไปก่อนจะนำกองกำลังติดตามไปมากถึงห้าสิบคนตัวมันไม่เข้าใจว่าหัวหน้าของมันจะกังวลอะไรเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเพียงมันดีดนิ้ว เ้าเด็กนั้นก็น่าจะร่างแหลกเหลวแล้ว แต่เมื่อมันเป็ลูกน้องก็ได้แต่ทำตาม
“ไปกันเถอะ รีบทำงานให้เสร็จจะได้รีบกลับ”มันบอกกับเหล่าลูกสมุนก่อนที่ทั้งหมดจะมุ่งหน้าออกไปจากหุบเขาพยัคฆ์
บนโลกใบนี้นั้นต่างยึดถือระบบการแบ่งแยกระดับชั้นของเมืองเฉกเช่นเดียวกันคือ หนึ่งทวีบย่อมประกอบไปด้วยหลากหลายอาณาจักร
ในหนึ่งอาณาจักรจะแบ่งระดับชั้นของเมืองออกเป็สี่ระดับชั้นคือ
เมืองหลวงที่เป็ศูนย์กลางของอำนาจและความมั่งคั่งทุกอย่างของอาณาจักรทั้งยังเป็ส่วนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด
เมืองชั้นเอกเป็เมืองที่มีขนาดรองลงมาจากเมืองหลวง มักตั้งล้อมรอบเมืองหลวงและรับคำสั่งจากเมืองหลวงโดยตรง ปกครองโดยกลุ่มเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิด ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งร้อยเมืองชั้นโทจึงถือเป็เมืองชั้นเอก
เมืองชั้นโท เป็เมืองในปกครองของเมืองชั้นเอกมีขนาดเล็กกว่าเมืองชั้นเอก ปกครองโดยเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางผู้ใหญ่ ทั้งยังต้องประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งพันเมืองชั้นตรีถึงสามารถนับเป็เมืองชั้นโทได้
เมืองชั้นตรีเป็เมืองขนาดเล็กที่สุดทั้งยังมีจำนวนมากที่สุดอีกด้วย ปกครองโดยเหล่าขุนนางทั่วไปตามแต่ความสำคัญของเมือง
ส่วนเมืองชายแดน แท้จริงมีขนาดเล็กมากไม่นิยมนับเป็เมือง อีกทั้งส่วนมักตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารแร้นแค้นและอันตรายผู้คนอาศัยกันอย่างกระจัดกระจายห่างไกลจากอำนาจของราชสำนักมักมีการปกครองตนเองในพื้นที่
แต่เนื่องจากเมืองชายแดนมักอยู่ติดกับพื้นที่อันตรายเช่นพื้นที่าหรือไม่ก็ป่าอสูรทำให้พ่อค้าและผู้คนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจมาแสวงโชคอยู่เสมอ หากแต่เพียงเป็ผู้ที่พอมีฝีมืออยู่บ้าง ย่อมไม่มีผู้ใดคิดอยู่อาศัย
ภายในความมืดมิดชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิดวงตาปิดสนิทบ่งบอกความแน่วแน่ผ่านร่างที่ดูมั่นคงประหนึ่งขุนเขา พลังฟ้าดินโดยรอบพลันหมุนวนราวกับพายุเศษฝุ่นผงรวมถึงสิ่งของขนาดเล็กต่างปลิวกระจัดกระจายไปตามกระแสลมที่บ้าคลั่ง ปัง! เสียงะเิดังขึ้นมาจากร่างของชายคนดังกล่าว
หลงไป๋ค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะใช้พลังจิติญญาสำรวจเข้าไปภายในจุดตันเถียนของตนเองก่อนจะพบว่าตอนนี้มีถูกอัดแน่นไปด้วยพลังฟ้าดินจำนวนมหาศาล
“นี่มัน.... จุดสูงสุดของลมปราณก่อตั้งขึ้น ไม่คาดคิดเลยว่าการฝึกบ่มเพราะพลังโดยใช้ผงธูปเจ็ดสีจะทำให้การบ่มเพาะลมปราณก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงขนาดนี้น่าเสียดายที่มันมีเพียงกำเดียวเท่านั้น”
ผงธูปเจ็ดสีเป็ผงธูปที่หลอมสร้างขึ้นมาจากสมุนไพรเจ็ดชนิดแต่ละชนิดล้วนมีฤทธิ์อ่อนโยน สามารถผสานเข้ากับพลังลมปราณของผู้คนได้ง่าย แต่มักถูกใช้ช่วยยกระดับการบ่อมเพาะในระดับก่อตั้งและต่ำกว่าเท่านั้นไม่มีผลกับการบ่มเพาะพลังลมปราณในขั้นที่สูงกว่านี้เนื่องจากฤทธิ์ยานั้นอ่อนเกินไป
ลักษณะภายนอกของผงธูปเจ็ดสีนั้นจะทอแสงประกายสีรุ้งอ่อนๆออกมายามที่กระทบกับแสงใดๆก็ตาม ตัวก้านธูปทำมาจากลำต้นนของไผ่เจ็ดสี ยามที่กระทบกับแสงแดดมักส่องประกายแวววาวเมื่อรวมสีของตัวธูปกับก้านธูปแล้ว ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักมันในชื่อ ผงธูปเจ็ดสี
หลงไป๋พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายก่อนจะจ้องมองไปยังผงธูปเจ็ดสีที่ตอนนี้เป็เพียงผงขี้เถ้าสีเทากองอยู่เบื้องหน้าของหลงไป๋
ก่อนหน้านี้หลงไป๋ได้บังเอิญเจอกับผงธูปเจ็ดสีเข้าโดยบังเอิญมันถูกกองรวมไว้กับสิ่งใช้ที่ไร้ประโยชน์จำพวกของประดับตกแต่งและเครื่องประทินโฉมจำนวนมาก
โชคดีที่เถ้าแก่กวงไม่ได้สังเกตของล้ำค่านี้หรือไม่เถ้าแก่กวงก็อาจจะดูไม่ออกและไม่รู้จักผงธูปเจ็ดสีอย่างไรก็ตามสำหรับหลงไป๋แล้วมันกลับเป็ของขวัญล้ำค่าที่จะทำให้เขาสามารถต่อกรกับพวกหุบเขาราชสีห์ได้ไม่ยากหากนับรวมพลังลมปราณระดับก่อตั้งระดับสูงสุดแล้วกับเพลงกระบี่พิรุณโปรยแล้วทำให้หลงไป๋มั่นใจขึ้นมาก
หลงไป๋ลุกขึ้นขยับตัวก่อนจะบิดตัวคลายความเมื่อยล้า ก่อนหน้านี้เข้าได้จัดเตรียมสิ่งของจำเป็และมีค่าลงไปด้านในแหวนมิติเรียบร้อยแล้วแม้ว่า่เวลาที่เขาอยู่ที่ตระกูลหลงจะมีไม่มากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาได้ผ่านตากับของมีค่ามากมายมันทำให้ไม่ยากนักที่เขาจะแยกมันออกจากกองขยะของเถ้าแก่กวง
เขาปัดฝุ่นที่อยู่ตามเนื้อตัวของเขาออกก่อนจะหยิบกระบี่พิรุณนิทราขึ้นมาเหน็บที่เอวด้านหลัง
ไม่รู้ว่าข้าติดอยู่ในนี้มานานแค่ไหนแต่คงถึงเวลาที่ต้องออกไปจัดการกับปัญหาต่างๆภายนอกแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้โลกภายนอกจะเป็เช่นไรบ้างนะ
หลงไป๋ยิ้มก่อนจะซัดฝ่ามือไปที่ประตูศิลาที่ปิดทางตอนเขาเข้ามาเพื่อออกไปด้านนอก
ตูมมมมม
เสียงดังสนั่นผนังสั่นะเืผงฝุ่นปลิวคละลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้หลงไป๋นั้นต้องเอามือมาปิดหน้าปิดจมูก เมื่อฝุ่นผงสงบลงสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้หลงไป๋แทบน้ำตาไหล สองได้นั้นรื้นไปด้วยน้ำตาอยู่เล็กๆ
หลงไป๋ค่อยๆยกฝ่ามือออกไปลูบคลำผนังหินอย่างช้าๆมันเรียบเนียนราบเรียบ ไม่ต่างจากเดิม ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนหรือรอยแตกร้าวใดๆสิ่งที่ดูเหมือนจะแตกหักยับเยินในตอนนี้คงเป็หัวใจดวงน้อยๆของหลงไป๋เอง
ร่างกายนั้นสั่นเทา สองหมัดกำแน่นก่อนจะมีเสียงะโก้องเบื้องหน้าศิลาที่เรียบเนียน
ไม่!!!!!!!!!!!!!!