มองดูร่างัสีทองเจิดจรัสพุ่งทะยานขึ้นฟ้า เหล่าเ้าตำหนักและคนใหญ่โตทราบดีถึงสิ่งนี้ เป็หนึ่งในกระบวนท่าสร้างชื่อของเทียนอวิ๋นนั่นเอง ทว่าบางอย่างกลับแตกต่างไป? อาจารย์คนนึงเอ่ยถามเทียนอวิ๋นทันที
เหล่าผู้ชมยามนี้ชื่นชมในตัวเด็กหนุ่มนัก ความต่างของพลังที่มากเกินไปนี้สมควรจบลงั้แ่กระบวนท่าเทพสังหารของลั่วเหอแล้ว เด็กหนุ่มแม้เจ็บสาหัสยังคงยืนหยัดต่อไป จนมีผู้ชมทนไม่ไหวกู่ร้องออกมา
“ ฮ่าวเทียนยอมแพ้เถอะ เ้าคือสุดยอดของรุ่นเยาว์ไม่ต้องสงสัยแล้ว อาจารย์เ้าเองก็ไม่มีทางผิดหวัง หากไม่ยอมหยุดต้องตายแน่! ” เหล่าผู้ชมะโตามกันมากขึ้น ฮ่าวเทียนไม่สนใจยังคงฝืนรับมือเทพสังหารต่อไป าแยิ่งนานยิ่งมากขึ้น จนมันต้องหยุดชะงัก บุคคลที่ปรากฏขึ้นไม่ไกลจากสายตามันคือชิงเสวียนนั่นเอง นางกล่าวแก่มัน
“ ฮ่าวน้อย พอเถอะ พี่ไม่อาจทนดูต่อไปแล้ว หากเ้า...เ้ายังดื้อดึง พี่จะไปหยุดการประลองนี้ด้วยตัวเอง เ้าเก่งกาจพอแล้ว หากไม่ตายวันนี้ยังมีวันชนะได้ในอนาคต ฟังคำพี่เถอะ ? ” ฮ่าวเทียนมองดูชิงเสวียนที่กำลังจะเข้ามาห้ามตนด้วยสองตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ มันกัดฟันแน่น
“ ยังไม่พอ...ข้าฝึกฝนมากมาย นับว่ายังไม่เพียงพอ ท่านปู่...พี่หญิง ท่านอาจารย์ วันนี้แม้ต้องตายจะไม่ให้พวกท่านผิดหวัง! ” ลั่วเหอที่กำลังเซ็งแซ่ไม่อาจอดกลั้นทนดูตนเองเป็ตัวร้ายในเื่ราวต่อไปได้อีก
“ พอที ล้มลงไปซะ พลังเทพสังหารกระบวนสุดท้าย! ปลิดเทวะ! ” เงาร่างเทพสังหารปกคลุมเวทีมีดสั้นของลั่วเหอยามนี้ปรากฏปราณห่อหุ้มขยายใหญ่สูงเสียดฟ้า กำลัง์นี้เองที่กำลังจะตัดผ่านร่างของฮ่าวเทียน เทียนอวิ๋นที่นั่งอยู่ยามนี้ถึงกับลุกขึ้นยืน กุมแขนตนไว้แน่น พลันกล่าว “ ที่สุดแล้วมันก็ใช้ออก... ”
ฮ่าวเทียนกำมือแน่นส่งเสียงคำรามก้องอีกครั้ง ัประกายแสงที่กำลังหม่นหมองกลับเจิดจ้าอีกครั้ง ร่อนลงมาสู่ร่างของตน พลันบังเกิดรัศมีสีแดงเข้มร่วมด้วย ทำเอาเหล่าอาจารย์อดสงสัยไม่ได้นั่นเป็พลังอันใดอีก สีแดงเข้มค่อยๆบดบังรัศมีสีทองอย่างแช่มช้าก่อนจะถูกบีบรวมลงในหมัดของฮ่าวเทียน เด็กหนุ่มยามนี้หยาดเืไหลหยดออกมาจากทุกทวารของใบหน้า กระทั่งดวงตาก็ไม่เว้น
“ ประสานหยินหยาง : หนึ่งหมัดทำลายฟ้า! ” ตูม!! ท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยคำใดได้ เหล่าเ้าตำหนักลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง รัศมีัทองที่ปกคลุมด้วยไอพลังสีแดงบางเบา พุ่งทะยานทำลายร่างเงาของเทพสังหารสิ้น มีดสั้นเทพสังหารของลั่วเหอหลุดจากมือปักลงอีกฝั่งของเวทีประลอง มือขวาของลั่วเหอปรากฏรอยฉีกขาดน่าสยดสยองนัก ัทองยามนี้พุ่งทะยานฉีกร่างเทพสังหาร ไอพลังสายนี้เองพุ่งต่อไปไม่หยุดยั้งจนก้อนเมฆบนฟ้าถูกฉีกจนเปิดออกจึงสลายไป กระทั่งลมหายใจยังไม่อาจปล่อยออก ผู้คนได้แต่ตกละลึงอย่างโง่งมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วฮ่าวเทียนก็ล้มลงจมกองเื… ชิงเสวียนพุ่งทะยานเข้ากำลังจะหยุดการประลอง กลับต้องหยุดชะงัก
ลั่วเหอมองดูฮ่าวเทียนจมกองเืด้วยความคิดบางประการ ก่อนจะหันไปห้ามไม่ให้ชิงเสวียนขึ้นมาบนเวที
“ ท่านเ้าตำหนัก ศิษย์ไม่อาจกระทำภารกิจที่ท่านมอบหมายสำเร็จได้ ภายหลังจะไปรับโทษ” จากนั้นมันเดินไปที่ร่างจมกองเืของฮ่าวเทียน โอบอุ้มร่างนั้นขึ้น และประกาศก้อง
“ ลั่วเหอขอยอมแพ้ ฮ่าวเทียนชนะการประลอง! ” เสียงเฮดังขึ้นไม่หยุดหย่อน เสียงปรบมือกึกก้องให้กับการประลองนี้ก็เช่นกัน ยามนี้ไม่อาจมีผู้ใดไม่ชื่นชนฮ่าวเทียนและลั่วเหอ ประมุขเ้าสำนักเองก็เช่นกัน
“ น้องข้า เ้าฝึกฝนเทพสังหารจนก้าวหน้าเพียงนี้นับว่าสำเร็จกิจใหญ่หลวง ยังไม่พอ ปรากฏเชื้อสายแห่งแสงที่ทุบทำลายพลังเทพสังหารลงได้ นี่...นับเป็โชคลาภใหญ่หลวงของสำนักโดยแท้....” เ้าตำหนักเทพยุทธ์ได้แต่ถอนหายใจไม่พูดอันใดอีก เนิ่นนานจึงกล่าว
“ เอาเถอะ ข้าเพียงคิดสั่งสอนมันไม่ให้ยโสโอหังเท่านั้น กลับพ่ายแพ้มันเสียได้ ช่างน่าละอายนัก.... พี่หลี่ไม่ต้องกังวล ข้าจะไปขอขมาเทียนอวิ๋นด้วยตนเอง...”
ยามนี้ลั่วเหอมาปรากฏกายข้างเ้าตำหนักเทพยุทธ์ คุกเข่าลงพลันกล่าว
“ ท่านเ้าตำหนัก ศิษย์มาเพื่อรับโทษ ” ได้เห็นาแและกำลังทางจิตที่ถูกฮ่าวเทียนทำลายจนย่อยยับของลั่วเหอ ทำเอาเหล่าาุโในที่แห่งนี้กลืนน้ำลาย
“ เอาเถอะ เ้าไม่มีโทษอันใด เป็ข้าที่พายแพ้แก่มันมิใช่เ้า หากเ้าลงมือเต็มที่แต่แรกคงกำชัยไปแล้ว... ” ลั่วเหอตอบกลับ
“ ท่านเ้าตำหนักเข้าใจผิดแล้ว ท่าเทพสังหารนั้น ข้าใช้พลังสุดฝีมือ แม้ไม่คิดสังหารเพียงหวังโค่นล้มมัน แต่กลับถูกหมัดเดียวทุบทำลายสิ้นสภาพจิต อาวุธหลุดจากมือ เท่ากับพ่ายแพ้ถึงสองครา เป็ข้าประมาทไปเอง.... ” ได้ฟังดังนั้นจึงไม่มีใครพูดอะไรต่ออีก... ฝั่งที่นั่งผู้ชมยามนี้รับตัวฮ่าวเทียนกลับมา เ้าตำหนักและเทียนอวิ๋นเร่งถ่ายทอดพลังรักษาเด็กหนุ่มไม่ให้สาหัสไปกว่านี้ พลันปรากฏร่างหญิงสาวผู้หนึ่งขึ้น
“ ชิงเสวียนคราวะท่านเ้าตำหนักและรองเ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัด ” ทั้งสองก้มรับคำชิงเสวียนก่อนเทียนอวิ๋นจะกล่าว
“ หึ ที่แท้นางในฝันของมันงดงามทรงพลังดั่งเทพเทวานี่เอง เ้าคงไม่รู้กระมัง ไอ้ตัวโง่งมที่ปางตายอยู่ตอนนี้ ทุกเมื่อเชื่อวันฝึกฝนราวกับพร้อมจะตายทุกเมื่อ รำพึงรำพันถึงเ้ามิขาด ” ชิงเสวียนหน้าแดงก่ำไม่เอ่ยคำใด ก่อนผายมือหยิบขวดยาขวดหนึ่งออกมา
“ อาจารย์เทียนอวิ๋น โปรดรับสิ่งนี้ไว้ มันจะช่วยเยียวยาฮ่าวน้อยได้รวดเร็วขึ้น ”
เทียนอวิ๋นรับไว้ก่อนจะใกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“ หยดน้ำค้างเก้าหฤทัย! ” คำนี้ทำเอาเหล่าคณาจารย์หันขวับทันที สมบัติวิเศษที่กลั่นตัวร้อยปีครั้งหนึ่ง มอบให้เหล่าศิษย์เทพยุทธ์ใช้เพื่อเลื่อนระดับพลัง เงินมากมายก็ไม่อาจหาซื้อได้ในเมืองหลวง
“ ฮ่าวน้อยต้องาเ็หนักปางตายเพียงนี้ ข้าไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ หากใช้มันแล้วรักษาเขาได้....." เทียนอวิ๋นมองดูโอสถเทพก่อนกล่าว
“ เ้ามอบสิ่งล้ำค่าเพียงนี้ให้แก่มัน ที่แท้เ้าสองคนมีความสัมพันธ์ใดกันแน่ ตัวข้าผ่านโลกมามากยังดูไม่ออก ?” ชิงเสวียนกล่าวตอบ
“อาจารย์เทียนอวิ๋นโปรดปรานทุ่มเทแก่ฮ่าวน้อย ชิงเสวียนไม่อาจทดแทน ได้แต่ฝากฝังเด็กคนนี้ให้ท่านดูแล ขอตัวลา ” จากนั้นนางจึงหายตัวไป ท่ามกลางบทสนทนาทั้งหลายนี้เอง เว่ยซินที่มองดูเื่ราวทั้งหมดกลับแสดงออกด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก ก่อนจะช่วยทำแผลฮ่าวเทียนต่อไป....
จบตอน