เสียงฝนกระทบหลังคาเบา ๆ ราวกับท่วงทำนองที่คอยกล่อมบรรยากาศในห้องเล็กให้กลายเป็ที่พักพิงของหัวใจ
ร่างกายทั้งสองขยับเข้าหากันช้า ๆ ไม่รีบร้อน ไม่เร่งเร้า ราวกับต่างฝ่ายต่างอยากจดจำทุกัั ทุกลมหายใจให้ได้มากที่สุด
สำหรับนที
ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเขาลูบผิวเนียนอุ่นของรันลวี มันไม่ใช่เพียงแค่ััทางกาย แต่เหมือนกำลังแตะต้องหัวใจเธอ
เขารู้ดีว่า ผู้หญิงตรงหน้าเก็บงำบางสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าถึง แต่ในค่ำคืนนี้…เธอเปิดใจ เปิดร่างกายให้เขาเข้าไปอยู่ในโลกเล็ก ๆ ใบนั้น ในอ้อมกอดเขารู้สึกว่าเธอบอบบาง เหมือนกลัวถูกพรากไป และยิ่งทำให้นทีสัญญากับตัวเองเงียบ ๆ ว่า จะไม่ปล่อยให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอีก
สำหรับรันลวี
ทุกแรงกอด ทุกจูบ ทุกการััจากนทีคือความจริงแท้ที่เธอถวิลหา แต่ไม่อาจได้อย่างเปิดเผย
ในยามที่เขาประคองเธอแนบอก เธออยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น ไม่ต้องกลับไปเจอกับโลกแห่งหน้าที่และพันธะผูกมัดที่รออยู่
น้ำตาที่ไหลเงียบ ๆ ระหว่างจูบ บอกได้มากกว่าคำพูดมันคือทั้งความสุขที่ได้อยู่กับคนที่รัก และความเ็ปที่รู้ว่าความสุขนี้ไม่จีรัง
ทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเดียวกัน…ไม่รีบร้อน แต่เต็มไปด้วยความหมาย
เหมือนใช้ร่างกายแทนภาษาที่ไม่เคยได้พูดออกมา
เหมือนบอกว่า “ฉันรักเธอ”
เหมือนถามว่า “ทำไมเราถึงต้องเจอกันช้าไป”
เหมือนคร่ำครวญว่า “ถ้ามันต้องจบ พี่ขอจดจำคืนนี้ไว้ได้ไหม”
เสียงฝนยังตกไม่หยุด…
แต่ในห้องนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ลมหายใจที่ถักทอประโยคที่ไม่มีใครได้ยิน นอกจากหัวใจของทั้งคู่………..
เหตุการก่อนที่รันวลีจะมาเจอนที
บ่ายวันนั้น – บ้านรันลวี
แดดบ่ายส่องลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับแขก เงาแสงอ่อนกระทบพื้นหินอ่อนเย็น ๆ เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กต่อกเหมือนตอกย้ำเวลาให้เดินต่อไปอย่างไม่ปรานี
แม่รันนั่งพับเพียบอยู่บนโซฟา มือหนึ่งกำถ้วยชาร้อน อีกมือพัดไปมา พลางบ่นกับพ่อเสียงเข้ม:
“ไม่รู้ยายรันไปไหนอีกแล้วเนี้ย…ยิ่งใกล้วันหมั้น ยิ่งทำท่าทางแปลก ๆ เหมือนมีอะไรปิดบังอยู่ตลอดเวลา”
พ่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์เพียงแค่เงยหน้าขึ้น สายตานิ่งเฉยเหมือนคนที่ตัดสินใจแล้ว:
“ช่างเถอะแม่ ปล่อยลูกไปก่อน…ยังไงอีกไม่กี่วันก็หมั้นแล้ว จะไปไหนก็ไปเถอะ สุดท้ายก็หนีกรอบที่เราวางไว้ไม่ได้หรอก”
แม่ถอนหายใจเสียงดัง เฮ้อ ก่อนจะบ่นอีกครั้ง:
“รันชอบทำตัวแบบนี้อยู่เรื่อย ไม่เคยคิดถึงครอบครัว ไม่เคยคิดถึงหน้าตาอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่ติดว่าคุณประพันธ์จริงจังกับเื่นี้ ฉันละอยากให้ยกเลิกไปเลย”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน เหมือนอากาศในบ้านหนาหนักจนหายใจติดขัด
ขณะเดียวกัน – รันลวีในห้องนอน
เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปเห็นท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆเทาเคลื่อนเข้ามาในบ่ายวันนั้น มือกอดเข่าตัวเองแน่น ความรู้สึกตีกันในใจระหว่าง "หน้าที่" ที่ไม่อาจปฏิเสธ กับ "หัวใจ" ที่เพิ่งรู้จักความรักแท้จริงจากนที
เสียงแม่กับพ่อคุยกันลอดประตูเข้ามาเหมือนค้อนหนัก ๆ กระแทกลงกลางอก เธอรู้ตัวว่าอีกไม่กี่วันจะถึงเวลาเลือก…เลือกในสิ่งที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมันได้หรือไม่
เธอหลับตา สูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีกครั้ง
มุมมองของรันลวี
เสียงสนทนาของพ่อแม่ที่ลอดเข้ามาจากห้องรับแขกเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการหัวใจฉันแน่นขึ้นทุกที
“อีกไม่กี่วันก็หมั้นแล้ว…”
คำพูดเ่าั้ดังสะท้อนในหัวเหมือนระฆังบอกเวลา บอกให้ฉันจำได้ว่าทุกย่างก้าวของฉัน ไม่ใช่ของฉันจริง ๆ เลย
ฉันนั่งกอดเข่าริมหน้าต่าง มองออกไปยังฟ้าที่เริ่มหม่นเทา
ในหัววุ่นวาย…ฉันถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ทำไมชีวิตฉันถึงไม่เหมือนใคร
ทำไมความรักของฉันต้องแอบซ่อน ต้องแฝงอยู่ใต้เงามืดของความคาดหวังครอบครัว
ในทุกัั ทุกคำพูด ทุกการมองตาที่มีกับนที…
มันคือสิ่งจริงที่สุดในชีวิตฉัน แต่มันก็เป็สิ่งที่ฉันไม่อาจเอื้อมไปได้
ฉันอยากบอกเขา อยากบอกว่า "พี่รักเธอ"
อยากกอดเขาให้แน่น ๆ แล้วหนีไปไกลแสนไกลจากทุกสิ่งนี้
แต่ฉันรู้ดีว่าฉันทำไม่ได้…เพราะฉันไม่ใช่แค่ของตัวเอง
ฉันเป็ของครอบครัว เป็ของธุรกิจที่ต้องผูกพัน เป็หมากในเกมที่ถูกวางไว้แล้ว
น้ำตาร้อน ๆ ไหลอาบแก้มโดยที่ฉันไม่รู้ตัว หัวใจเหมือนถูกฉีกเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งอยากปล่อยตัวเองให้หลงไปกับอ้อมกอดของนที ส่วนหนึ่งกลับถูกดึงรั้งให้ยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อรักษาสิ่งที่ครอบครัว้า