คืนนั้นหลางเทียนเอาแต่ครุ่นคิด เื่จิติญญาภายในกระบี่ สีดำขัดโซ่นั้น ทั้งคืนจวนถึงยามเช้า จนเขามีความมั่นใจว่าจะตีกระบี่ ที่สร้างมาจากเหล็กเทวะ ขึ้นมาสำเร็จได้อยู่หลายส่วน
วันนี้หลางเทียน ที่เข้าไปภายในเตาหลอมอีกครั้ง เขาจึงขอท่านลุงหาญเฉิน หลอมเหล็กเทวะ ควบคุมไฟให้อยู่ในสภาพที่ร้อนสม่ำเสมอ ไปถึง1วันเต็ม ก่อนจะคีบเหล็กสีแดงราวกับไฟลาวาออกมา กระหน่ำตีซ้ำๆ เสียงเป้ง!! เป้ง!! ดังออกมาไม่ขาดสาย ด้วยท่วงท่าที่ทะมัดทะแมงของหลางเทียน
ซิ่วฮวา ที่มองดูตลอดนางยังส่ายหัวออกมา ครั้นเห็น ค้อนที่หลางเทียน ง้างหวดฟาด เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ ทุกการกระหน่ำตีของเขา เต็มเปี่ยมไปด้วยความแม่นยำ พร้อมสายตาหลางเทียน จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปถึง 2วันเต็ม กว่าจะขึ้นรูปเป็กระบี่ ส่องแสงประกายได้สำเร็จ ก่อนเขาจะสลบล้มพับไป
หาญเฉิน ชายผมสีแดงเขาแทบไม่อยากเชื่อ ว่าหลางเทียน จะตีกระบี่ที่ทำจากเหล็กเทวะ ขึ้นมาได้สำเร็จ ซิ่วฮวานางที่เข้าไปพยูงร่าง หลางเทียน นางเองยังใ “ท่านพ่อเหมือนว่า พี่หลางเทียนจะเก่งกว่าข้า ไปหนึ่งขั้นแล้วนะ เหตุใดท่านพ่อไม่รับเขาเป็ศิษย์เล่า”
ชายวัยกลางคนผมสีแดงส่ายหัว ก่อนเปิดปากเอ่ยพูดออกมา “ต่างคนต่างก็มีเส้นทางเป็ของตัวเอง เขาเองก็มีเส้นทางโชค วาสนาของเขาเช่นกัน”
“อืมๆ ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ” ซิ่วฮวาเด็กหญิงกล่าวพูด ด้วยความเสียดาย ...เมื่อหลางเทียนลืมตาตื่นขึ้นมากินข้าว เด็กข้างบ้านซิ่วฮวาอีกครั้ง นางก็กล่าวคำพูดท่านพ่อ ให้หลางเทียนฟัง “พรุ่งนี้เ้าไม่ต้องเข้าไปฝึกตีกระบี่ ที่โรงตีเหล็กแล้ว แถมท่านพ่อยังกล่าวว่า เ้ายังเรียนรู้ การทำกระบี่แค่ผิวเผินเท่านั้น หวังว่าเ้าจะหาความรู้ เพิ่มประสบการณ์ของเ้าต่อไป”
หลางเทียน เขาเป็คนที่รู้บุญคุณคน ครั้นหยุดกินข้าวได้ เขาก็คำนับขาทั้งสองข้างลงพื้นลานบ้าน คารวะเข้าไปภายในบ้านไม้ ที่มีท่านลุงหาญเฉินอยู่ ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีมานี้ ทำให้เขา ได้เปิดประตู เหยียบฝีเท้าเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธ์อย่างเต็มตัว
ชายผมสีแดงส่ายหัว ก่อนจะกล่าวประโยคเรียบนิ่งออกมา “เ้าตั้งใจฝึกฝนเถอะ ทุกคนล้วนมีเส้นทาง และวิถีเป็ของตนเอง”
หลังจากวันนั้นหลางเทียน ก็ไม่ได้เข้าไปภายในโรงตีเหล็กอีกเลย เขามักจะขึ้นเขาไปฝึกฝนร่างกาย จนบัดนี้เขาอยู่ในระดับ เปิดชีพจร 2ดาว แบ่งระดับแยกย่อยเป็5ขั้นบันได ก่อนจะเลื่อนขั้นเข้าสู่ขั้นพลังใหม่ เขาเคยได้ยินเื่ขั้นพลังมาบ้างจึงพอจะเข้าใจ การจำแนก แยกย่อยของขั้นพลัง
หลางเทียนปล่อยเ้าลาโง่ เล็มกินหญ้า พร้อมกับเขาที่เริ่มลงจับปลา ต้นธารน้ำบนเขาอีกครั้ง ปลาตัวแล้วตัวเล่า ค่อยๆ ถูกหลางเทียน จับมาใส่ตะกร้าไม้ไผ่สาน ด้วยท่วงท่าที่รวดเร็วปราดเปรียว
หลังจากว่างเว้นที่เขานั่งลงพักผ่อน ก็มักจะเอาตำรา ที่บัณฑิตมอบให้มาอ่าน แม้มันจะเป็พื้นฐาน ตำราค่ายกลที่หลางเทียนไม่เข้าใจก็ตาม ก่อนเขาจะปิดตำราลง เก็บใส่ไว้ภายในเสื้อ ผ้าป่านเก่าซอมซ่อ ขี่เ้าลาโง่ ทำเสียงบรือ!! เดินลัดเลาะลงมาตามทางไหล่เขา ทำอยู่เช่นนั้น จนเป็กิจวัตรประจำวัน
ก่อนวันหนึ่งหลางเทียน จะขี่เ้าลาโง่ เดินลัดเลาะลงมาตามทางไหล่เขา จะมาหยุดชะลอ เจอเข้ากับชายแก่ ตัดฟืน หลางเทียนยิ้มทักทายชายแก่ ที่เขาไม่ค่อยคุ้นตาเท่าใดนัก เ้าลาโง่เองก็มองชายแก่ ผู้นั้นไม่วางตาเช่นกัน ไม่รู้เหตุใดเขาที่เห็นชายแก่ผมขาวโพลน กำลังแบกฟืนกลับเมืองตะวันเรือง
หลางเทียนจึงคิดอยากจะมอบ เ้าลาโง่ให้ชายแก่เอาไปใช้งาน แถมเหมือนว่าเ้าลาโง่ มันเองก็จะไม่ได้ คัดค้านอะไรเขาเสียด้วย ทุกคนต้องมีเส้นทางเป็ของตนเอง ข้อนี้หลางเทียนล้วนรู้ดี
ครั้นหลางเทียน ลง เดินจูงเ้าลาโง่ มอบให้ชายแก่ดูแล เขากล่าวพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “ผู้เฒ่าชราโปรดดูแลมัน แทนข้าด้วย”
ชายแก่เขามีสีหน้าแปลกใจ แต่ก็ยิ้มรับเด็กหนุ่มอย่างยินดี ครั้นหลางเทียนลูบหัวเ้าลาโง่ ที่เป็เหมือนเพื่อนของเขามาหลายปี มันยังคงทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน แถมยังยินดีเสียด้วยซ้ำ หลางเทียนจึงสืบฝีเท้า เดินจากลามันด้วยความสบายใจ
ไม่นานหลางเทียนก็มาถึงตีนเขา เห็นจอมยุทธ์หนุ่ม อายุราวๆ 25ปี ผู้หนึ่งขี่กระบี่ มาเยือนเมืองตะวันเรือง หลางเทียนที่ไม่ได้เห็นจอมยุทธ์ ขี่กระบี่มาเสียนาน ั้แ่เขาออกจากตระกูลเทียน ทำให้เมืองไร้สีสันแห่งนี้ แตกตื่นไม่น้อย เมื่อพวกเขาเห็นจอมยุทธ์ ขั้นพลัง สะพานความทุกข์ยาก มาเยือนสถานที่แห่งนี้
ม้อซือชายวัยกลางคน ผู้เฝ้าประตูเมืองส่ายหัว ครั้นเห็นหลางเทียน เด็กหนุ่มอีกครั้ง “เ้าหนู ไม่ลองไปทดสอบการคัดเลือกหน่อยหรือ นานๆ ทีเมืองแห่งนี้จะมี จอมยุทธ์ ขั้นพลัง สะพานความทุกข์ยาก มาเลือกรับอนุชนรุ่นเยาว์ ผู้มีพร์ไปฝึกฝน”
หลางเทียนได้ยินเขา คลี่ยิ้มให้ชายวัยกลางคนหนวดติ๋ม แล้วสืบฝีเท้า ตามตรอกทางเดิน ไปดูการคัดเลือกอย่างรวดเร็ว แม้ภายในเมืองแห่งนี้ จะมีไม่ถึง300หลังคาเรือน แต่ก็พอมีตระกูลฝึกยุทธ์ อยู่บ้างสองสามตระกูล บริเวณตรอกของคนมีอันจะกิน ไม่บ่อยมากนัก ที่หลางเทียน จะมาเยือนยังตรอก พื้นหินกระเบื้องเลื่อมแห่งนี้
ผู้คนต่างก็มาล้อมดู การตรวจสอบพลังจากคริสตัลก่อนพวกเขาจะส่ายหัวกันออกมา เมื่อไม่มีใคร ภายในตรอกคนมีอันจะกินแห่งนี้ ผ่านการทดสอบศักยภาพขั้นพื้นฐาน อย่างมากพวกเขาก็ทำให้คริสตัล เปล่งแสงสีเขียวออกมา สีเหลืองเองก็ยังมีให้เห็น แต่อายุเขามากเกินไป ซึ่งมันไม่เข้าตา จอมยุทธ์หนุ่มผู้นั้นเท่าใดนัก จนเขาต้องถอน ลมหายใจออกมายาว
เฮ้อ!!
เด็กหนุ่มกล่าวพูดขึ้นมาทันที ครั้นเห็นจอมยุทธ์หนุ่ม กำลังจะสืบฝีเท้าจากไป ซึ่งมันเป็ความหวังของพวกเขา หากได้รับการคัดเลือก ชีวิตพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ให้ข้าทดสอบด้วย”
“ข้าเองก็อยากทดสอบเหมือนกัน” เสียงดังจอแจของเหล่าผู้มามุงดู เกิดเสียงดังขึ้นมาทันที จนชายหนุ่มฮุ่ยโจ ต้องหยุดฝีเท้า ปากเข่นเคี้ยวเขี้ยวฟัน ออกมาเล็กน้อย เมื่อเขาไม่ได้อนุชน จากตระกูลใหญ่ จนต้องมาหาอนุชนภายในสถานที่ ที่เขาแทบไม่ชายตามอง อย่างเมืองตะวันเรือง
ครั้นฮุ่ยโจหันกลับมาได้ เขากล่าวพูดขึ้นมาทันที “ได้ ข้าจะให้พวกเ้าลองทดสอบพลัง ผ่านหินคริสตัลดู”
เสียงดีใจของเหล่าอนุชนที่มามุงดู ดังขึ้นมาทันที ก่อนไม่นานการทดสอบคนแล้ว คนเล่าจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่ผิดหวังของพวกเขา เดินจากตรอกแห่งนี้ไป ด้วยความผิดหวัง หน้างอ คอตกไปตามๆ กัน
ฮุ่ยโจ ชี้ฝ่ามือมาที่หลางเทียน เป็คนสุดท้าย “เ้าจะทดสอบพลังหรือไม่?”
หลางเทียนมีท่าทีลังเลเล็กน้อย เมื่อมองฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา ก่อนพยักหน้ารับคำ เดินสืบฝีเท้าเข้าไปกุม หินคริสตัลอย่างตั้งใจ ทำให้หลางเทียน รับรู้วิธีการทำงานของหินคริสตัล ที่จะดูดซับพลังงานในร่างแปรเปลี่ยนเป็แสง
เมื่อในยามอดีตที่หลางเทียนทดสอบพลัง ร่างกายเขากลับเป็ตรงกันข้าม ดูดพลังงานของมันออกมาเสียอย่างนั้น จนทำให้หินคริสตัลมันแตก จากกายาประหลาดของเขา
ทว่าบัดนี้ไม่ใช่อีกต่อไป เมื่อหลางเทียน เริ่มจะควบคุมปราณพลัง ภายในร่างของเขาได้อย่างใจนึก หินคริสตัลค่อยๆ เปล่งแสงสีเขียว สีเหลือง สีฟ้าขึ้นมาตามลำดับอย่างรวดเร็ว แถมมันยังมีทีท่า จะขึ้นไปยังสีแดงเสียด้วยซ้ำ ทำให้หลางเทียนใเผลอ ดูดปราณพลังทำให้หินคริสตัลแตก เสียงโบ๊ะ!! ดังออกมาก้องทันที
หลางเทียนยิ้มแห้งๆ ให้ฮุ่ยโจ ผู้ทำหน้าที่ทดสอบพลัง ก่อนจะเดินสืบฝีเท้าเตรียมจากลา เมื่อเห็นสีหน้าชายหนุ่ม ห่างตากระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ยืนแข็งทื่อ ไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใดออกมา แม้แต่ประโยคเดียว