บนฟากฟ้าสีครามดวงตะวันฉายแสงเจิดจรัส เมฆขาวล่องลอยคล้ายเรือใบเดียวดายกลางมหาสมุทรสีฟ้าอมเขียว
ทว่าณ เวลานี้
ภายในหุบเขาลึกแห่งหนึ่งกลับมีไอพลังิญญาผุดขึ้นมาดุจม่านไหมบางเบาแต่งแต้มเป็ภาพภูมิทัศน์งดงามราวภาพวาดเผยกลิ่นอายบรรยากาศยุคโบราณออกมาอย่างเลือนราง
ไม่สิไม่ใช่แค่เลือนราง
ต้นไม้สูงเสียดฟ้าราวกับจะบดบังแสงอาทิตย์ทั้งมวล กิ่งก้านแผ่สยายปกคลุมทั่วผืนป่าผสมผสานกับเสียงคำรามที่ก้องกังวานเป็ครั้งคราวดุจเสียงาสะท้อนกลับมาจากยุคโบราณ
บางทีหุบเขาแห่งนี้...อาจก้าวเข้าสู่ยุคาอย่างแท้จริงแล้วก็เป็ได้
“แกว๊ก...”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องไปทั่วหุบเขาสะท้านะเืขึ้นสู่ฟากฟ้า ราวกับจะฉีกมวลเมฆและแยกผืนดินให้เป็เสี่ยง
เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปจะเห็นว่ามันคืออินทรีทองตัวมหึมากำลังทะยานแหวกม่านเมฆ
แต่ที่น่าใคืออินทรีทองธรรมดาทั่วไป แม้จะกางปีกออกจนสุดกลับมีความกว้างเพียงสองถึงสามเมตรเท่านั้น
แต่อินทรีทองตัวนี้กลับมี่ปีกกว้างถึงห้าเมตรทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นขนนกสีทองอร่ามทั่วทั้งตัว ราวกับหล่อหลอมจากทองคำบริสุทธิ์ในใจพลันสั่นสะท้าน
นี่คือ...สัตว์ร้ายที่สามารถมีอยู่จริงในโลกนี้ได้หรือ?
“มาอีกแล้วใช่ไหม?”
เพราะความหนักใจเล็กน้อยต้นหลิวที่สูงประมาณสามสิบเมตรสั่นะเืกิ่งก้านห้อยระย้าราวกับม่านน้ำตกพลิ้วไหวไปตามสายลม
[เผ่าพันธุ์: อินทรีทองกลายพันธุ์
อายุขัย:2/60ปี
ระดับ:แรกเริ่มขั้นที่เจ็ด
พร์ประจำตัว:เสียงกรีดร้องบาดหู - เสียงกรีดร้องของมันสามารถดังจนทะลุแก้วหูและยังสามารถสะกดข่มเหยื่อได้อีกด้วย (พร์น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งแต่น่าเสียดาย ที่มันแทบไม่มีผลต่อเขาเลย เพราะเขาเป็แค่ต้นหลิว)ความสามารถพิเศษ:กรงเล็บแหลมคม - กรงเล็บของมันสามารถฉีกแผ่นเหล็กหนาหลายสิบเิเได้
ปีกทองคำ- ปีกที่ได้รับการเสริมแกร่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการวิวัฒนาการมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าโลหะผสม]คำอธิบายละเอียดถี่ถ้วนละเอียดจนกระทั่งแม้แต่อวี๋จื่ออวี๋ที่เคยอ่านมาหลายครั้งแล้วก็ยังอดใจสั่นไม่ได้
หากวัดกันที่พลังต่อสู้เพียงอย่างเดียวอินทรีทองตัวนี้ก็นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หากไม่มีเขาอยู่ตรงนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่สงสัยเลยว่า ในอีกหลายปีข้างหน้าหุบเขาแห่งนี้จะต้องถือกำเนิดนักล่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างแท้จริง!
ต้องบอกเลยว่าอินทรีทองนั้นได้รับสมญานามว่า ‘ราชันย์แห่งปักษา’อินทรีทองที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีสามารถไล่ล่าฝูงหมาป่าในทุ่งหญ้าได้เลย
ในอดีตเคยมีบันทึกอันน่าสะพรึงกลัวว่าอินทรีทองตัวหนึ่งสามารถจับหมาป่าได้ถึงสิบสี่ตัวติดต่อกัน
มองจากเื่นี้จะเห็นได้เลยว่าอินทรีทองเป็นกล่าเหยื่อที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
และตอนนี้อินทรีทองตัวนี้ยังผ่านการวิวัฒนาการมาหลายครั้งคาดเดาไม่ได้เลยว่ามันน่ากลัวขนาดไหน?
ตามการคาดเดาของอวี๋จื่ออวี๋ถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เขาปล่อยออกมาอินทรีทองตัวนี้คงพุ่งเข้ามานานแล้ว
....
แน่นอนอวี๋จื่ออวี๋คาดเดาถูกต้อง
ในฐานะนักล่าระดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอินทรีทองตัวนี้ได้กลายเป็เ้าแห่งหุบเขาอย่างไม่ต้องสงสัยและจากการที่สติปัญญาเพิ่งเปิดเพียงเล็กน้อย มันจึงมีรูปลักษณ์เช่นนี้ในปัจจุบัน
ทว่าแม้มันจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เมื่อมองไปยังต้นหลิวที่แปลกประหลาดบนพื้นดินมันก็หดตัวลงเล็กน้อย และเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ในสายตาของมันอวี๋จื่ออวี๋แตกต่างจากเหยื่อตัวอื่น
กลิ่นอายหรือจะเรียกว่าแรงกดดัน
สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ ล้วนมีอยู่ไม่มากก็น้อย
และเนื่องจากการฟื้นคืนของพลังิญญาในปัจจุบันทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถก้าวะโได้กลิ่นอายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านี้ยิ่งน่าสะพรึงกลัว
เช่นเดียวกับเหยื่อของมันกลิ่นอายของบางตัวก็แผ่ออกไปได้ถึงหนึ่งเมตร บางตัวก็แผ่ออกไปได้ถึงสองหรือสามเมตร
แต่อวี๋จื่ออวี๋แตกต่างออกไป
กลิ่นอายของต้นไม้ประหลาดนี้มีระยะไกลถึงสิบเมตรทีเดียว
เรียกได้ว่าภายในรัศมีสิบเมตรของต้นไม้ต้นนี้ล้วนอยู่ในขอบเขตกลิ่นอายของมัน
และเป็เพราะความสามารถในการตรวจจับกลิ่นอายหรือแรงกดดันนี้เอง ทำให้อินทรีทองตัวนี้วนเวียนอยู่บนท้องฟ้ามานานครึ่งเดือน
ด้วยสติปัญญาของมันแม้จะยังไม่ตระหนักถึงความผิดปกติของต้นไม้แต่สัญชาตญาณในการหลีกเลี่ยงภัยก็ยังคงเข้าใจดี
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็เช่นนั้น กลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยมาแต่ไกล ก็เพียงพอให้มันต้องหยุดการเดินทาง
สังเกตและรอคอย
ในฐานะนักล่าอินทรีทองมีความอดทนเพียงพอที่จะเฝ้าจับตาดู ‘เหยื่อลึกลับ’ที่ทำให้เืลมของมันพลุ่งพล่านจนกว่าจะพบโอกาสโจมตีสังหารในครั้งเดียว
“ยังไม่พุ่งลงมาอีกเหรอ?”
อวี๋จื่ออวี๋มองอินทรีทองั์ที่วนเวียนอยู่บนท้องฟ้าเงียบๆและพึมพำในใจ
ต้องบอกว่าการถูกนักล่าระดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเช่นนี้จ้องมองอยู่ตลอดเวลานั้นไม่ใช่เื่ที่น่าอภิรมย์เลย
ถึงขนาดที่ว่าทุกครั้งที่รับรู้การมีอยู่ของอินทรีทองอวี๋จื่ออวี๋ก็ยังระมัดระวังตัวโดยสัญชาตญาณและกิ่งก้านทุกเส้นก็เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นภายในรังนกใต้เรือนยอดของอวี๋จื่ออวี๋
“แกว๊กก...”
เสียงกรีดร้องแหลมคมและต่อเนื่องยังคงกระตุ้นเส้นประสาทของอวี๋จื่ออวี๋
เหยี่ยวเพเรกริน
นกนักล่าที่น่าสะพรึงกลัวนี้
ขณะนี้ก็ยังคงกรีดร้องและะโโลดเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่ในรังนกที่ใหญ่เท่ากระถางแสดงท่าทางที่ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับอินทรีทองเ้าพวกตัวเล็กยังด้อยกว่าเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันอยู่ในระดับแรกเริ่มขั้นที่สาม ซึ่งห่างชั้นกับอินทรีทองถึงสี่ระดับ
ความแตกต่างของระดับบางทีอาจจะชดเชยได้ด้วยวิธีอื่น
ตัวอย่างเช่นเหยี่ยวเพเรกรินสามารถรับมือกับสัตว์บกที่มีระดับสูงกว่าได้
แต่พวกมันไม่มีทางรับมือกับ‘จ้าวเวหา’ ตัวนี้ ซึ่งก็คืออินทรีทองได้เลย
ท้ายที่สุดแล้วในฐานะนกล่าเหยื่อเหมือนกันข้อได้เปรียบทางอากาศและความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวของเหยี่ยวเพเรกรินจะดูเล็กน้อยมากเมื่ออยู่ต่อหน้าอินทรีทอง
และในตอนนี้ไม่จำเป็ต้องพูดถึงจิ้งจอกแดงเลย
แม้ว่ามันจะปีนออกจากรังแล้วก็ตามแต่เมื่อมองไปยังอินทรีทองั์ที่วนเวียนอยู่บนท้องฟ้าร่างกายของมันก็ยังสั่นสะท้านไม่หยุด
จิ้งจอก...ก็เป็เพียงหนึ่งในอาหารของอินทรีทองเท่านั้นเอง!