ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 80 ไปร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง

            จ้วงอวี้เหยียนหัวเราะเห็นด้วยกับที่มู่อวิ๋นจิ่นกล่าว“ใช่แล้ว ไม่เพียงน้องกับพี่ต่างออกเรือนกันแล้ว ยังให้ไปแสดงต่อหน้าคนอื่นมากมายคงไม่เหมาะไม่ควรที่สำคัญตระกูลของพวกเราก็ลำดับขั้นเท่ากับตระกูลฉิน”

            “ในเมื่อลำดับเทียบเท่ากัน ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้พวกเราไปแสดงต่อหน้าคุณหนูฉิน”

            จ้วงอวี้เหยียนกล่าวจบลงแล้วได้หันมองมู่อวิ๋นจิ่นอย่างลำบากใจ “แต่ว่าคุณชายและคุณหนูตระกูลฉินทำศึกชนะหลายครั้งหลายคราชื่อเสียงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หากพวกเราปฏิเสธบ่ายเบี่ยง อาจทำให้ฮองเฮาไม่พอพระทัยได้ใช่หรือไม่?”

            มู่อวิ๋นจิ่นหัวเราะใส่จ้วงอวี้เหยียนพร้อมกับคีบอาหารใส่จานให้ “พี่อวี้เหยียนไม่ต้องกังวลใจไป ทุกเรื่องย่อมมีทางออกของมันเรื่องที่พวกเรามิอยากทำ ใครจะมาบีบบังคับไม่ได้เด็ดขาด”

            พอเห็นสีหน้าที่มาดมั่นเปี่ยมด้วยความมั่นใจจ้วงอวี้เหยียนจึงผ่อนคลายอารมณ์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

            …

            กว่าที่ฉู่ลี่จะเดินทางกลับมาถึงจวนก็ดึกดื่นเสียแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นนั่งรอฉู่ลี่อยู่ที่ลานกว้างของเรือนลี่เฉวียนพอเห็นฉู่ลี่กลับมาก็พลันส่งเสียงเรียกให้หยุดในทันที

            “นี่ ฉู่ลี่!” นางเอ่ยเรียกด้วยโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าคำเรียกนั้นไม่สุภาพ

            ฉู่ลี่ชะงักฝีเท้าลงทันทีจากนั้นขมวดคิ้วขึ้น ตอบรับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ “อืม มีเรื่องอันใด?”

            “ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาเจ้าหน่อย” มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปใกล้ แสดงสีหน้าวิงวอนขอร้อง

            “อืม พูดออกมาสิ” ฉู่ลี่บอก

            “ฮองเฮามีคำสั่งให้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้น ทั้งยังให้นางกำนัลและบรรดาคุณหนูไป…

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องไป” ฉู่ลี่ขัดขึ้นทั้ง ๆ ที่นางยังพูดไม่จบ

            “จริงหรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้ว

            “จริงแท้แน่นอนอยู่แล้ว” ฉู่ลี่ตอบเสร็จก็เดินเข้าห้องไป

            มู่อวิ๋นจิ่นยืนมองฉู่ลี่อยู่ด้านหลังดูออกว่าเขาอารมณ์ไม่สู้ดีนัก แต่ประโยคนี้ของเขาทำให้นางใจชื้นขึ้นเป็นกอง

            ส่วนเรื่องพี่อวี้เหยียนนั้นท่านราชครูจ้วงที่ยึดเรื่องธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด ย่อมไม่มีทางเห็นด้วยที่จะให้พี่อวี้เหยียนต้องออกไปแสดงต่อหน้าผู้คนมากมายให้เสียเกียรติ

            …

            หลังจากที่ฉู่ลี่รับประกันว่าไม่ต้องไปแสดงมู่อวิ๋นจิ่นไร้ซึ่งความกังวลทั้งปวง ในทุกวันเอาแต่กิน ๆ นอน ๆ อย่างสบายใจเฉิบ

            “คุณหนูอยู่ในจวนมาตั้งสิบวันแล้ว ไม่ออกไปข้างนอกหน่อยหรือเจ้าคะ?”จื่อเซียงเดินเอาอาภรณ์ที่ซักล้างเรียบร้อยเข้าไปแขวนในตู้เสื้อผ้า

            มู่อวิ๋นจิ่นที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกเยกได้ยินเช่นนั้นถึงรู้ว่าไม่ได้ย่างกรายไปนอกจวนเป็นสิบวันแล้ว

            “อากาศร้อนอบอ้าวจะตาย ไม่อยากออกไปสัมผัสแสงตะวัน” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกขี้เกียจ

            จื่อเซียงยิ้มน้อยๆ “แต่การเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่แค่ในจวน คุณหนูไม่รู้สึกเบื่อหน่ายบ้างหรือเจ้าคะ?”

            “เจ้าบ่าวตัวดี คงอยากไปเที่ยวข้างนอกสิท่า จึงมาพูดหว่านล้อมให้ข้าพาออกไปใช่หรือไม่?”มู่อวิ๋นจิ่นถือโอกาสถามกลับ

            จื่อเซียงหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาก้มหน้าก้มตาด้วยความขวยเขิน “บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”

            “เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้เมฆครึ้ม ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วกัน” มู่อวิ๋นจิ่นลุกขึ้นยืน

            “เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวช่วยคุณหนูเกล้าผมนะเจ้าคะ”

            จากนั้นไม่นานนายบ่าวคู่นี้ก็ได้เดินออกจวนองค์ชายหกไป

            พอเดินมาถึงถนนหลักผู้คนในวันนี้พลุกพล่านเป็นพิเศษ เบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด

            มู่อวิ๋นจิ่นมองเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยผู้คนถึงกับขมวดคิ้วขึ้นด้วยใจอยากจะไปนั่งพักที่ร้านน้ำชา กระทั่งเดินมาถึงร้านน้ำชาชั้นหนึ่ง ก็มีผู้คนต่างนั่งเต็มไปหมดทุกที่ส่วนชั้นสองที่ติดริมหน้าต่างก็เต็มเช่นกัน

            ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถามจื่อเซียงว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไรกันก็เห็นสตรีสองคนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างพูดไปยิ้มไปกันสองคน “กองทหารของท่านแม่ทัพฉินและคุณหนูฉินเดินทางใกล้ถึงประตูเมืองแล้วไม่นานจะเดินทางผ่านประตูเมืองเข้ามา!”

            “ใช่แล้ว ๆ แค่คิดก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมด วันนี้ผู้คนเกือบทั้งหมดต่างออกมาคอยต้อนรับท่านแม่ทัพฉินและคุณหนูฉิน”

            “เร็วเข้า ๆ โน่นมาแล้ว ๆ”

            มู่อวิ๋นจิ่นที่ได้ยินเสียงสตรีสองคนนั้นคุยกันอย่างออกรสออกชาติทำได้เพียงหรี่ตามองและเผยอปากยิ้มให้

            ที่แท้คนตระกูลฉินกำลังกลับมาแล้วนี่เอง

            ผู้คนที่กำลังเดินอยู่ต่างแหวกทางซ้ายขวาให้กับกองทัพทหารและม้า

            เมื่อคนที่ขี่ม้าเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ ชาวบ้านต่างค่อย ๆ คุกเข่าต้อนรับ และพากันตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจ “ต้อนรับท่านแม่ทัพฉินคุณหนูฉินกลับบ้านกลับเมือง”

            เดิมทีมู่อวิ๋นจิ่นที่ยืนกอดอกมองดูชาวบ้านเกือบถูกคนลากให้คุกเข่าต้อนรับด้วยกัน ทว่าหลังจากเห็นสีหน้าของมู่อวิ๋นจิ่นคนคนนั้นกลับมิกล้าเอื้อมมือสัมผัสตัวนาง

            ทหารที่ขี่ม้าเดินนำทางมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมตามด้วยทหารเดินเท้าอีกหลายแถวก็ยังมีความเคร่งขรึมไม่ต่างกัน

            ด้านหลังทหารเดินเท้าเป็นรถม้าที่ประดับอย่างวิจิตรค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ปิดท้ายด้วยทหารเดินเท้าอีกหลายแถว

            สายตาของมู่อวิ๋นจิ่นจับจ้องไปที่รถม้าที่เคลื่อนผ่านหน้านางไปด้วยความรู้สึกแปลก ๆ แวบขึ้นในใจ

            หลังจากที่รถม้าเคลื่อนผ่านไปไกลแล้วผู้คนที่เบียดเสียดต่างแยกย้ายกันไปจนมีพื้นที่เหลือเฟือ

            “คุณหนู พวกเรายังจะเดินเล่นอีกไหมเจ้าคะ?” จื่อเซียงเอ่ยถามอย่างระวังด้วยเห็นสีหน้ามู่อวิ๋นจิ่นไม่ค่อยสู้ดี

            “ทำไมจะไม่เดินเล่นด้วยเล่า?” มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปที่ร้านเครื่องหอมที่อยู่เบื้องหน้า

            เมื่อเดินเข้าร้านเครื่องหอมมู่อวิ๋นจิ่นกลับพบคนรู้จักเหมือนอย่างเคย

            “คารวะพระชายาหก” เหยียนหลิงซานที่กำลังเดินเลือกเครื่องหอมกับบ่าวใช้อยู่ รีบแสดงความเคารพทันที

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับทราบทว่าครั้งก่อนนางไม่ประทับในตัวเหยียนหลิงซาน ดังนั้นจึงมิอยากแยแสนางแม้แต่น้อย

            เหยียนหลิงซานกลับไม่คิดเช่นนั้นนางเดินเข้ามาประชิดมู่อวิ๋นจิ่น “พระชายาหก เครื่องหอมนี้เป็นของใหม่ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของดอกเหมยอ่อนๆ อีกด้วยเพคะ”

            กล่าวแนะนำเรียบร้อยแล้วเหยียนหลิงซานได้หยิบเครื่องหอมกลิ่นผลถาว[1] ยื่นส่งให้มู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นกลับไม่ได้รับมาแต่กลับยื่นมือไปหยิบเครื่องหอมที่อยู่ข้างเหยียนหลิงซานขึ้นมาแทน “ข้าชอบแป้งผลัดหน้านี้ปกติข้าไม่ค่อยใช้เครื่องหอม”

            เหยียนหลิงซานถึงกับหน้าเสียนางหัวเราะกลบเกลื่อนด้วยความเขินอาย “พระชายาหกออกมาเลือกแป้งผลัดหน้าที่จะใช้ในการแสดงใช่ไหมเพคะ? หม่อมฉันเลือกเครื่องหอมกลิ่นดอกมู่ตัน[2] เพื่อเตรียมใช้ในการแสดงเพคะ!”

            “ข้าไม่ได้เอาไปใช้แสดงหรอก!” มู่อวิ๋นจิ่นตอบเสียงเรียบเฉย จากนั้นเลือกแป้งผลัดหน้าห้าหกชิ้นส่งให้จื่อเซียงไปจ่ายเงินกับเจ้าของร้าน

            “ห๊ะ? ไม่แสดงอย่างนั้นหรือเพคะ? เพียงแต่ว่าฮองเฮาตรัสเอาไว้ห้ามหาข้ออ้างปฏิเสธในทุกกรณีมิใช่หรือเพคะ?”เหยียนหลิงซานอุทานอย่างแปลกใจ เดิมทีนางแอบดีใจที่ฮองเฮาตรัสเช่นนั้นจะได้มีโอกาสดูมู่อวิ๋นจิ่นที่ไร้ความสามารถขายหน้าคนอื่น

            มาถึงตอนนี้มู่อวิ๋นจิ่นกลับบอกว่าไม่แสดงในงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง?

            “คุณหนูเหยียนวันนี้พูดมากเป็นพิเศษจริงเชียว” พอเห็นว่าจื่อเซียงจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วมู่อวิ๋นจิ่นจึงถือโอกาสเสียดสีทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป

            เหยียนหลิงซานหน้าซีดเผือดได้แต่ถลึงตาโตกัดฟันกรอด ๆ มองมู่อวิ๋นจิ่นอยู่ด้านหลัง “ปากกล้าแบบนี้ไปเถอะ คุณหนูฉินกลับมาแล้วข้าจะคอยดูสิว่าพระชายาหกจะจองหองได้สักกี่น้ำกันเชียว!!!”

            ด้วยความหูไวของมู่อวิ๋นจิ่นทำให้ได้ยินสิ่งที่เหยียนหลิงซานเอ่ยออกมาทั้งหมดนางจึงเปรยด้วยเสียงเย้ยหยันทิ้งทวน “ทุกคนต่างพูดเช่นนี้กันหมด ข้าชักเริ่มสงสัยเสียแล้วสิไม่รู้ว่าฉินมู่เยว่ผู้นี้สุดท้ายจะได้อยู่ตำแหน่งพระชายาหกหรือไม่!!!”

            “คุณหนู…” จื่อเซียงเรียกตามมู่อวิ๋นจิ่น

            …

            หลังจากวันนั้นก็เป็นเวลาห้าวันแล้วที่มู่อวิ๋นจิ่นไม่ได้พบหน้าฉู่ลี่แม้แต่ครั้งเดียวตามที่แม่นมเสิ่นเล่ามานั้น ฉู่ลี่ถูกฝ่าบาทเรียกตัวเข้าเฝ้าในทุก ๆ วัน

            “คุณหนู นี่ก็ใกล้ถึงวันต้องเข้าวังหลวงร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองแล้ว คุณหนูจะใส่อาภรณ์ชุดไหนดีเจ้าคะ?”

            จื่อเซียงหยิบชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนกับชุดลูกไม้สีเขียวอ่อนออกมายกให้มู่อวิ๋นจิ่นเลือกดู

            “ข้าเอาชุดนั้น” มู่อวิ๋นจิ่นชี้ไปที่ชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนที่แขวนอยู่ในตู้

            “คุณหนู ชุดนั้นธรรมดาเกินไปเจ้าค่ะ ใส่ธรรมดาอยู่ที่จวนได้ แต่ใส่ไปร่วมงานเลี้ยงในวังเกรงจะไม่เหมาะสมนะเจ้าคะ”จื่อเซียงขมวดคิ้วอย่างสงสัย

            มู่อวิ๋นจิ่นหัวเราะเสียงต่ำ“มีอะไรไม่เหมาะสมกันเล่า ข้าไม่ได้ไปในฐานะหลักของงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเสียหน่อย คุณหนูฉินโน่น…ที่ต้องแต่งตัวให้งามสะพรั่งถึงจะถูก”

            จื่อเซียงจนปัญญาจะต่อปากกับคุณหนูได้แต่เอาชุดที่คัดเลือกให้เก็บเข้าตู้ดังเดิม และหยิบชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนออกมาแทน

            ในระหว่างที่จื่อเซียงผลัดแป้งและเกล้าผมให้มู่อวิ๋นจิ่นกำชับกำชาให้ทำทรงเรียบง่าย รวมทั้งใส่เพียงต่างหูไข่มุกคู่เล็กกับปิ่นธรรมดาชิ้นเดียวเท่านั้น

            หลังจากแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อยมู่อวิ๋นจิ่นเดินออกไปยืนหน้าประตู เห็นห้องของฉู่ลี่ปิดสนิท จึงเอ่ยถามขึ้น “ฉู่ลี่ไม่อยู่ที่จวนอีกแล้วหรือ?”

            จื่อเซียงก้มหน้ารับ“ใช่แล้วเจ้าค่ะ แต่รถม้าของจวนได้เตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อย ใกล้เวลาเริ่มงานเลี้ยงเฉลิมฉลองแล้วคุณหนูออกเดินทางได้แล้วเจ้าค่ะ”

            “ไปกัน” มู่อวิ๋นจิ่นตอบรับ

            รถม้าเดินทางออกจากจวนองค์ชายหกไม่นานนักก็มาหยุดที่หน้าประตูวังหลวงประจวบเหมาะกับรถม้าจวนอัครเสนาบดีมาถึงพอดี อัครมหาเสนาบดีมู่ผู้เป็นบิดา และมู่อวิ๋นหานพี่ชายคนโตก้าวลงจากบนรถม้า

            “คารวะพระชายาหก” อัครมหาเสนาบดีมู่ยกมือประสานทำความเคารพมู่อวิ๋นจิ่น

            ทางด้านมู่เซี่ยโหรวน้องห้ากับมู่หลิงจูน้องสี่ต่างย่อตัวทำความเคารพมู่อวิ๋นจิ่นเช่นกัน

            “ท่านพ่อไม่ต้องมากพิธี”

            มู่อวิ๋นจิ่นกวาดสายตาไปทางมู่หลิงจู

            “น้องอวิ๋นจิ่น เหตุใดวันนี้แต่งตัวธรรมดาแบบนี้เล่า?” จ้วงอวี้เหยียนผู้เป็นภรรยาของมู่อวิ๋นหานถามขึ้น ด้วยความฉงนใจ

            “แต่งเอาสบายนะพี่อวี้เหยียน” มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มมุมปาก

            จ้วงอวี้เหยียนยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มู่อวิ๋นจิ่นพูดมากนักแต่ก็พยักหน้ารับไป เมื่อมองไปที่รถม้าเห็นมู่อวิ๋นจิ่นลงมาเพียงคนเดียว จ้วงอวี้เหยียนจึงคว้ามือของมู่อวิ๋นจิ่นไปจับไว้“พวกเราเข้าไปข้างในด้วยกันเถอะ”

            ในเมื่อมีจ้วงอวี้เหยียนอยู่เป็นเพื่อนข้างกายมู่อวิ๋นจิ่นก็ไม่รู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นแล้ว

            “อวิ๋นจิ่น ได้ยินมาว่าน้องไม่ต้องทำการแสดงถูกต้องไหม?” มู่อวิ๋นหานที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถาม

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับ“ใช่แล้ว ฉู่ลี่บอกว่าไม่ต้องแสดง”

            เมื่อได้ยินมู่อวิ๋นจิ่นอ้างชื่อฉู่ลี่ขึ้นมาอัครมหาเสนาบดีมู่กับมู่หลิงจูที่เดินตามข้างหลัง พลันมองด้วยความแปลกใจ

            มู่หลิงจูได้แต่กัดฟันกรอดคอยมองดูมู่อวิ๋นจิ่นและจ้วงอวี้เหยียนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ด้วยสายตาอิจฉาริษยา

            เป็นเพราะนางชั้นต่ำอย่างมู่อวิ๋นจิ่นที่ทำให้ท่านแม่ของมู่หลิงจูจากไปและจนป่านนี้นางที่ผ่านพิธีปักปิ่นแสดงความเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ก็ยังไม่มีบุรุษหน้าไหนมาสู่ขอหมั้นหมายเสียที

            นางเป็นถึงหญิงที่มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรซีหยวนบุรุษที่อยากแต่งกับนางต้องต่อแถวยาวเหยียดถึงจะถูก แต่ตอนนี้นางกลับกลายเป็นที่ขบขันของบรรดาคุณหนูคุณชายไปเสียแล้ว

            โชคดีที่วันนี้มีการแสดงนางเชื่อมั่นว่าจะต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่ที่สุดในการแสดงศักยภาพ

            เชอะ!มู่อวิ๋นจิ่น หนทางยังอีกยาวไกล! พวกเราต้องได้เห็นดีกัน!

            …………………………………………………………………………..

            [1] ผลถาว คือ ผลลูกท้อ

            [2] ดอกมู่ตัน คือ ดอกโบตั๋น

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663