“วันนี้ผมขอไปเที่ยวคนเดียวนะ”เจซเอ่ยขึ้น ขณะที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ในร้านโจ๊กข้างทางด้วยกัน
“คุณจะไปที่ไหนเหรอ?”ลลิตาเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า เขาเริ่มแสดงความพิรุธออกมาแล้วเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดเธออยู่ซ้ำๆตอนนี้หญิงสาวไม่มีกะจิตกะใจอยากจะทำอะไรเลย
“ผมจะไป...หาเพื่อนเป็เพื่อนที่เคยเจอกันตอนมาเมืองไทยครั้งที่แล้วน่ะแล้วก็่นี้ผมไม่อยากให้คุณออกไปไหนไกลด้วย มันอันตราย”เจซอธิบายเหตุผลที่ดูจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไหร่สำหรับเธอเื่เพื่อนนั้นเธอไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่เื่หลังกลับดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดเพราะหลังจากที่โดนไล่ตามกันวันนั้น ทั้งสองยังคงเที่ยวกันได้ตามปกติ อยู่ดีๆพึ่งบอกให้ระวังวันนี้ ก็ดูแปลกเกินไป
“โอเค” ลลิตาพยักหน้าตอบดวงตางามดูเหม่อลอย มองออกไปยังถนนข้างนอก ถึงจะสงสัยว่าเขามีแผนการอะไรแต่เธอกลับรู้สึกเคว้งคว้างหมดแรงบอกไม่ถูกตอนนี้เธอเองก็ไม่พร้อมที่จะออกไปไหนกับเขาภาพเมื่อคืนทำให้ความรู้สึกอันหลากหลายประดังประเดเข้ามา ทั้งความสับสน ไม่เข้าใจอีกทั้งอึดอัด อยากคุยกันให้รู้เื่ว่า ทำไมเขาจึงทำเช่นนี้เจซรู้จักกับพวกนั้นได้อย่างไร? หรือว่า...เจซเป็คนของบัญชาั้แ่แรกอยู่แล้ว?!
แม้ใจหนึ่งของเธอคืออยากหนีไปให้ไกลอีกครั้ง แต่คำพูดวันนั้นของเจซได้ฉุดรั้งเธอเอาไว้
‘คุณจะมีอิสระก็ต่อเมื่อก้มลงมามองโซ่ที่ขาอีกครั้งแล้วใช้ความสามารถทุกอย่างที่คุณมีทำลายโซ่นั้นทิ้ง...’
ลลิตาไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วเจซเป็ใครหรือเป็คนของใคร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อจากนี้ไปเธอขอใช้ความสามารถทุกอย่างที่เธอมีต่อสู้กับปัญหานี้เป็ครั้งสุดท้ายผลลัพธ์จะเป็อย่างไรนั้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายถึงขนาดไม่ได้มีชีวิตอีกต่อไปเธอจะไม่เสียใจ อย่างน้อยถือว่าได้ทำเพื่อตัวเองเต็มที่แล้ว!
เจซหายไปนานจนเข้าสู่่พลบค่ำชายหนุ่มกลับมาที่ห้องพบว่าหญิงสาวนอนอ่านหนังสือรออยู่บนเตียงใบหน้าหล่อเหลาดูเรียบนิ่งจ้องมองไปที่ร่างงามไม่วางตาพร้อมกับชวนเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูเฉยชาผิดปกติ ราวกับเป็คนละคน
“เราไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารใกล้ๆกันเถอะ” หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้น เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นกันบรรยากาศระหว่างทั้งสองพาให้รู้สึกถึงความเหินห่างบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
ร่างงามลุกออกจากเตียงเดินไปหยิบเสื้อคลุมในตู้ก่อนที่จะเดินไปหาเขาที่ยืนรออยู่ตรงประตู
“ไปกันเถอะ”เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
บรรยากาศร่วมโต๊ะอาหารเย็นของทั้งสองวันนี้ดูเงียบเชียบ ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารของตนเองไม่ได้เอื้อนเอ่ยพูดคุยอะไรกันเลย เจซเปลี่ยนไปชัดเจนส่วนลลิตาเองก็ไม่ได้ถามคำถามใดออกมาเรียกได้ว่ามีแต่ความกระอักกระอ่วนเกิดขึ้นต่อกัน
่ขากลับระหว่างทางกลับไปที่พักตอนนี้ทั้งสองเดินอยู่ในซอยมืดที่แทบจะไม่มีคนพลุกพล่าน
“ฉันมีคำถาม”ลลิตาตัดสินใจพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบใบหน้างามเหม่อมองไปยังทางข้างหน้าที่เป็ซอยแคบและมืด
“ว่ามา” เจซตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูเยือกเย็นไร้อารมณ์เช่นกันใบหน้าหล่อเหลาดูว่างเปล่า เขาพอเดาได้ว่าเธอจะถามเื่อะไร
“นายรู้จักพวกนั้นใช่ไหม?...ที่กำลังเดินตามหลังเราอยู่”จบคำถามของหญิงสาว เจซหยุดเดิน ยืนนิ่ง ไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมา แสงไฟสลัวข้างถนนทำให้หญิงสาวได้เห็นดวงตาอันเ็าของเขาที่เธอเองไม่เคยเห็นมาก่อน...อย่างนี้จริงๆ สินะ เธอคิดไว้ไม่มีผิด
กลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนที่สะกดรอยตามทั้งสองวิ่งเข้ามาล้อมตัวหญิงสาว พวกมันจ้องมองมาที่เธอพร้อมกับหัวเราะในลำคอราวกับเป็ผู้ถือไพ่เหนือกว่าส่วนเจซเองก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แสดงออกมาจากตัวเขา
“หมดเวลาหนีของแกแล้ว!จะไปดีๆ หรือให้ใช้กำลังล่ะ หึๆ” หนึ่งในสี่คนนั้นพูดออกมาพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปาก มือของมันถือผ้าผืนเล็กๆ ที่ดูก็รู้ว่านั่นคือ ยาสลบ
เหตุการณ์ตอนอยู่พัทยาวันนั้นวนกลับเข้ามาในความทรงจำของหญิงสาวอีกครั้งวันที่เขายืนเคียงข้างเธอวันแรก...วันนี้ก็จะเป็แบบนั้นเช่นกันใช่ไหม?
“เข้ามาสิ!”ลลิตามองหน้าพวกมันทีละคน มือเรียวกำหมัดแน่น จ้องมองพวกมันด้วยดวงตาแข็งกร้าวหญิงสาวหันไปมองคนรักที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาแห่งความคาดหวังเธอยังไม่อยากยอมรับความจริง ขอร้องล่ะ...เจซ ได้โปรดอย่าเป็แบบที่เธอคิดไว้เลย
“เจซ...”ลลิตาเรียกชายหนุ่มด้วยเสียงแ่เบา เขาไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นคู่นั้นมองไปยังทางข้างหน้า ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอด้วยซ้ำภาพของเขาทำให้หัวใจแกร่งดวงนี้พลันบิดเกลียวขึ้นมาทันทีดวงตาเริ่มร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้
หญิงสาวยังไม่ทันได้คิดอะไรมากไม่นานได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นนักมวยมือสมัครเล่นอย่างพวกนั้นมีหรือจะสู้มืออาชีพอย่างเธอ หญิงสาวปล่อยทั้งหมัดศอก เข่าให้พวกนั้นเป็ชุด ชายทั้งสี่คนนั้นค่อยๆล้มลงไปนอนครวญครางอย่างเ็ปทีละคนจนครบ
ลลิตาที่กำลังยืนมองผลงานของตัวเองด้วยดวงตาว่างเปล่าต้องหักหลบหมัดปริศนาที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่เป็ใครไม่ได้นอกเสียจากผู้ชายที่เหลืออีกหนึ่งคน
“ไม่นะ...เจซ!”
หญิงสาวหลบและปัดป้องทั้งหมัดและศอกที่พุ่งเข้ามาอีกหลายชุดแบบไม่ยั้งมือดวงตาคมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเบิกโพลงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าเจซไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ครั้งนี้เขาไม่ได้ช่วยเธอเหมือนวันแรกแต่กลับเป็คนลงมือเสียเอง!
ความจริงข้อนี้ทำให้ลลิตาหัวใจแหลกสลายร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับเขาทันทีน้ำตาแห่งความสิ้นหวังจากการถูกทรยศหลั่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ร่างกำยำจึงอาศัยจังหวะนี้ดันตัวหญิงสาวให้ชิดกำแพงดัง พลั่ก!ตามมาด้วยผ้าผืนเล็กๆ ปิดไปที่จมูก โลกของเธอได้ค่อยๆ ดับวูบลงไปในหัวมีแต่คำถามว่า...ทำไม?
ลลิตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงสีขาวกลางห้องสถานที่เหมือนห้องนอนในบ้านใครสักคนมือทั้งสองถูกเชือกมัดขึงหนาแน่นกับเสาหัวเตียงทั้งสองฝั่ง หญิงสาวพยายามตั้งสติมองสำรวจไปรอบๆ ห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ผนังสีขาวอันว่างเปล่า มีเพียงเตียงที่เธอนอนอยู่กับเก้าอี้ที่ถูกจัดวางตรงปลายเตียงตัวเดียว ไร้ซึ่งเฟอร์นิเจอร์อื่นใดผ้าม่านสีทึบผืนใหญ่ปิดบังแสงจากหน้าต่างไว้มีเพียงแสงเล็กน้อยที่เล็ดลอดส่องผ่านออกมาจากข้างนอก ทำให้พอรู้ว่าเวลานี้คือ่กลางวัน แต่สิ่งที่สะดุดตาเธอที่สุดนั้นคือ กล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่ถูกติดไว้มุมเพดานห้องทั้งสี่มุม
ภาพของเมื่อคืนกลับมาฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำดวงตาสีฟ้าแสนเ็าคู่นั้น พร้อมแรงผลักรุนแรงจากร่างแกร่งสร้างความสับสนไม่เข้าใจให้แก่หญิงสาวยิ่งไปกว่านั้นคือเธอยังคงรู้สึกเ็ปใจเหลือเกิน เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?ลลิตาได้แต่นอนนิ่งมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไม่คิดที่จะพยายามดิ้นรนแก้มัดพันธนาการใดๆ ตอนนี้
เหมือนจะมีใครบางคนรู้ว่าเธอตื่นแล้วสักพักมีเสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกลุ่มคน ชายฉกรรจ์สามคนมาในชุดสูทสีดำใบหน้าถมึงทึง และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักของคนที่เดินเข้ามาทีหลังสุดการปรากฏตัวของคนสุดท้ายนั้น ทำให้สีหน้าของหญิงสาวดูแข็งขึงขึ้นมาทันที สองมือกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปนตามแขนเรียวแกร่ง
ชายสูงวัยรูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวเรียบหรูสีเทาใบหน้าเหี่ยวย่น มีรอยตีนกาขึ้นชัดเกือบทุกรอยทั้งใบหน้า ผมสีดอกเลาทั่วศีรษะขอบตาดำคล้ำดูอิดโรย เหมือนคนที่มีเื่ต้องให้กลุ้มใจอยู่ตลอดเวลา
ถึงกระนั้นแล้วแม้จะสูงวัยแต่เขายังคงมีความกระฉับกระเฉงแข็งแรงริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเ้าเล่ห์จนรอยตีนกาปรากฏชัดเจนลึกขึ้นกว่าเดิมดวงตาที่ดูผ่านโลกมามากมายก้มลงมองดูหญิงสาวตรงหน้า
“คิดถึงพ่อไหม...ลูกรัก?”