ทั้งแอนนาและอิงฟ้าจ้องมองเจษอยู่ในชุดที่พึ่งซื้อมาแบบไม่กระพริบตา พวกเธอไม่คิดเลยว่าชุดที่เขาซื้อมานั้นจะใส่แล้วหล่อขั้นเป็กองแบบนี้กว่าพวกเธอจะเรียกสติได้ก็โดนเขาดีดหน้าผากเสียแล้ว
“อึ..อื้ม ซื้อก็ซื้อ”แอนนาพูดออกมาอย่างเห็นด้วย ถึงจะแพงไปหน่อยแต่ก็ออกมาดูดี(ดูดีมากต่างหาก)
“หึ!”มีเพียงอิงฟ้าเท่านั้นที่แค่นเสียงไม่พอใจ เธอไม่้าให้เจษสุดหล่อของเธอให้คนอื่นได้เห็น หึงงง!
“ไม่ต้องเลย ฉันจะใส่ชุดนี้กลับบ้าน แต่ก่อนกลับต้องซื้อของที่จำเป็ก่อน”เจษยิ้มให้กับทั้งคู่แล้วเดินไปเลือกของในช็อปต่อ ที่เขาซื้อเสื้อผ้าสามชุดนี้เพราะว่าเขาซื้อเก็บไว้เผื่อได้มีโอกาสไปนู้นมานี่นั่นเองและทั้งสามชุดนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่เขา้าจริงๆเสียหน่อย
สิ่งที่เจษ้าคือ รองเท้าสตี๊ดหนึ่งคู่ รองเท้าวิ่ง ลูกฟุตบอล และชุดฟุตบอลอีกสามชุดต่างหาก อีกแค่สองอาทิตย์ก็ถึงวันแข่งรอบชิงแล้ว กลับมาเล่นฟุตบอลกับเด็กม.ปลายมันน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยเหมือนกัน
ทั้งสองสาวยังค้านเขาอยู่เช่นเคย เมื่อก่อนเขาชอบตามใจพวกเธอจนพวกเธอได้ใจ ไม่ว่าพวกเธออยากให้เขาทำอะไรเขาก็จะไปทำให้แทบในทันที ดังนั้นวันนี้พวกเธอพึ่งโดนขัดใจก็เลยรู้สึกโมโหสุดๆก็ว่าได้
“จะซื้อไปถมบ้านหรือไง เก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็บ้าง”อิงฟ้ายังบ่นราวกับเป็แม่ของเขา
“เช่นวันข้างหน้าถ้าไม่มีขึ้นมา พอมาขอยืมจะไม่ให้”แอนนากล่าวเสริม เจษไม่คิดจะเก็บเงินไว้สำหรับอนาคตของเราเลยรึไง
“หึ!วันนี้จะโทรไปฟ้องน้าอร ดูสิจะทำยังไง”อิงฟ้าเริ่มขู่แล้วเมื่อเห็นว่าเธอห้ามไม่ได้ผล
“สงสารป้าอรที่ลูกชายคนเดียวต้องมาใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้”แอนนาทำน้ำเสียงเศร้า คนทั่วไปที่เดินผ่านมามองทั้งสาม..ไม่สองสาวต่อว่าฝ่ายชายจนเข้าใจว่าเป็แฟนกันไปเสียแล้ว
ทั้งคู่ต่างหาเหตุผลร้อยแปดมาต่อว่าเขา แต่เจษไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกเธอว่าเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาไม่ได้ห่วงเื่เงินเพราะเงินนี่มันเป็เงินเก็บเขา
อีกอย่างครอบครัวเขาก็พอมีพอกินไม่ได้ยากจนถึงขนาดนั้น ถึงพวกเธอโทรไปบอกแม่ของเขาที่ทำงานอยู่ต่างประเทศเขาก็ไม่กลัวเลยสักนิด เพราะว่าแม่ของเขามาด่าไม่ได้ในทันทีหรอก
‘...เอาสีสตั๊ดสีแดงละกัน เวลาวิ่งเพื่อนจะเห็นได้ง่าย ส่วนเสื้อผ้าเอาสีที่ซักไม่ยากดีกว่า...’
เจษต้องจ่ายอีกสี่พันกว่าๆในการซื้อของในครั้งนี้เพราะทั้งหมดเป็ของแท้ญี่ห่อดัง บางคนอาจเห็นว่ารองเท้าและเสื้อผ้ามันไม่สำคัญเลยสักนิด แต่หารู้ไม่พวกเขาคิดผิด
ยกตัวอย่างเช่นรองเท้าสตั๊ดคู่เก่าของเขาที่มีราคาเพียงสามร้อยบาท เมื่อใส่แล้วเล่นฟุตบอลปุ่มสตั๊ดมันไม่ค่อยที่จะยึดกับพื้น ข้างในเท้ายังลื่นนิดๆเพราะพลาสติกที่ใช้ทำไม่ได้มาตรฐาน คุณภาพไม่ทนทาน พังง่าย และพังไวด้วย
และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครชักใยอยู่เื้ัในการซื้อรองเท้าคู่นี้ของเขา เป็ทั้งสองสาวนั่นเอง!
นี่เพียงแค่รองเท้าสตั๊ดยังส่งผลต่อฟอร์มการเล่นฟุตบอลขนาดนี้เเล้ว ไม่ต้องถึงเื่อื่นเลยทุกอย่างล้วนสำคัญกับฟอร์มการเล่นทั้งหมด
ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนพอมาเจอลองเท้าที่ลื่นบ่อยๆแล้วก็กลายเป็ตัวตลกภายในสนามคนนึงเลยล่ะ
“เสร็จแล้ว”เมื่อจ่ายตังเสร็จเจษก็บอกทั้งสองสาวว่าเรียบร้อยแล้ว เขาช็อปปิ้งในครั้งนี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ มันช่างต่างกับทั้งสองสาวเหลือเกิน
“หึ!ไม่ฟังกันเลยใช่ไหม ไม่คุยด้วยแล้ว”อิงฟ้าหันหน้าไปทางอื่นแล้วพูดออกมาด้วยความโมโห นางค้านตั้งนานสองนานเขาไม่ฟังเลยแม้แต่น้อย แอนนาที่ได้ยินเพื่อนสาวพูดแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ป่ะเจษ ปล่อยให้ใครบางคนยืนอยู่ตรงนี้แหละ”ถึงแม้ว่านางจะโกรธเจษแต่ไว้เคลียร์ทีหลังก็ได้ เอาก้างที่ขวางคอออกไปก่อนเป็ดีที่สุด
พูดเสร็จนางก็ลากแขนเขาไปด้วยความรวดเร็ว
“เจษรอด้วยยย!เค้าขอโทษษษ”อิงฟ้าพุ่งตามไปด้วยความรวดเร็ว
ชายหนุ่มที่มีของเต็มไม้เต็มมือดูรุงรังไม่น้อย ยังจะมาโดนลากแขนที่มีพื้นที่เหลือเพียงนิดเนียวอีก คนทั่วไปมองดูแล้วก็รู้สงสารขึ้นมาและอิจฉาในเวลาเดียวกันที่มีสองสาวผู้น่ารักและสวยงามคอยแย่งชิงกันแบบนี้
ทั้งสามวิ่งไล่กันอยู่บนห้างราวกับว่าเป็บ้านของตนเองก็ถูกต่อว่าโดยคนอื่นเช่นกัน ดังนั้นทั้งสามคนจึงหยุดวิ่งและไปหาที่นั่งพักหลังจากที่วิ่งเสร็จ ที่นั่งที่ดีที่สุดในห้างคงหนีไม่พ้นตรงหน้าโรงหนังเมเจอร์ที่มีโซฟากว้างขวาง แถมแอร์ตรงนั้นยังเย็นกว่าปกติอีก
“แห่ก! แห่ก! เห็นว่ามีอะไรจะบอกและให้พวกเราแนะนำไม่ใช่หรอเจษ พูดมาเลยตอนนี้ว่างแล้ว”แอนนาที่หอบมากกว่าอิงฟ้ากล่าวถามทั้งๆที่ยังเหนื่อยอยู่เพราะกลัวอิงฟ้าจะแย่งเธอถาม
“อืมม แนะนำอะไรนั่นไม่ต้องแล้ว เื่ที่จะบอก....ขอดูหนังก่อนดีกว่าค่อยบอก”เจษจับคางเหมือนครุ่นคิดสักพักเเล้วก็ตอบแอนนาไปตามจริงเพราะในตอนแรกเขาจะให้พวกเธอแนะนำเสื้อผ้าให้กับเขาว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนเื่จะบอกหน่ะหรอ...
“ชิ! ดูก่อนก็ได้”ถึงอิงฟ้าจะโมโหเจอเื่ก่อนหน้านี้ แต่เธอไม่กล้าต่อว่าเขาเท่าไหร่นักเพราะวันนี้เจษดูแปลกไปกว่าทุกที อีกอย่างยังมียัยแสบที่คอยจ้องแย่งเจษไปจากเธออีก
“ฉันดูมาแล้วว่าจะดูเื่ไหน เดี๋ยวไปซื้อตั๋วแปปรอตรงนี้น่ะ”พูดเสร็จเจษก็วิ่งไปต่อแถวซื้อบัตรที่อยู่ไม่ไกลทันที
เมื่อเจษไปแล้วทั้งสองสาวพลันจ้องตากันเขม็งจนมีกระแสไฟฟ้าที่คนอื่นมองไม่เห็นยกเว้นพวกเธอ กระแสไฟฟาช็อตอยู่ตรงกลางมีเสียงดังออกมาเปรี๊ยๆ
“เจษต้องเป็ของฉัน หึ!”อิงฟ้าขิงก่อน
“เจษเขาไม่ชอบอะไรแบนๆหรอก นี่เขาชอบความใหญ่โตนี่”แอนนาแอ่นอกขึ้นเพื่อโชว์ขนาดที่แท้จริงให้อิงฟ้าได้เห็น
อิงฟ้าเห็นดังนั้นพลางกลับไปมองของตนเองก็รู้สึกพ่ายแพ้เื่นี้อยู่ภายในใจลึกๆ แต่ความรู้สึกนั่นหายไปด้วยความรวดเร็วเพราะเธอมีความมั่นใจในตัวเองสูง
“เื่นั้นฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆน้าอรจะยอมรับเธอหรือป้าววว คราวก่อนที่น้ามาเธอทำอาหารสุดห่วยให้น้ากิน อี๋ๆๆๆ น้าอรเค้าคงไม่ให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาอยู่กับคนทำอาหารไม่เป็หรอก”อิงฟ้าไม่ยอมแพ้ เธอเองก็หาข้อด้อยของแอนนามาขิงใส่เหมือนกัน
“แต่เจษทำกับข้าวอร่อยอยู่แล้ว ที่สำคัญเขายังทำของหวานอร่อยไม่แพ้กับอาหารเลย ให้เอกเป็คนทำก็ได้ ไม่เห็นยาก”แอนนาพูดพลางมองบนแล้วจินตนาการในตอนที่เจษกำลังทำของหวานให้เธอทาน ในตอนนั้นเจษช่างเท่ห์อะไรแบบนี้
“ช่ายยยยย”อิงฟ้าก็เหมือนกัน เื่อื่นนางมักจะเถียงแอนนาหัวชนฝาแต่เื่เจษดันเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย
“มาแล้วสาวๆ เราได้ดูรอบหนึ่งทุ่มเพราะว่ามันเป็หนังฟอร์มยักคนดูเลยเยอะ”เจษพูดตามจริง ตอนแรกได้รอบห้าโมงก็ไม่มีที่นั่งติดกันสามที่เลยเอารอบหนึ่งทุ่มแบบนี้ แถมยังเป็บนโซนสวีทชั้นบนสุดอีกต่างหาก
“งั้นเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน(เจษ)และเอาของไปเก็บก่อนแล้วค่อยกลับมาดู”แอนนาเป็คนแนะนำ เมื่อกี้คิดถึงเื่ของหวานที่เขาทำท้องของเธอก็เรียกร้องอาหารฝีมือของเขาขึ้นมา
“ใช่ๆ”อิงฟ้าก็เห็นด้วย
จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งมอไซค์เวฟ100ของเขากลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากห้างเท่าไหร่
ส่วนของที่ช็อปมาเอากลับยังไงงั้นหรอ?
ก็เอากลับพร้อมคนขับรถ.. ไม่สิบอดี้การ์ดของพวกเธอนั่นเอง
I’m number 4