สิบวันต่อมา มู่หรงเหยี่ยนสร้างร่มแก้วรัตนะขึ้นมาชุดหนึ่ง ส่งไปขายยังเมืองด้านล่างเขา
พวกเขาหลอมร่มแก้วรัตนะคุณภาพต่ำ การหลอมร่มหนึ่งคันจำเป็ต้องใช้ยี่สิบหินิญญาระดับต่ำ หลังจากหลอมสำเร็จ ก็ขายได้ห้าสิบหินิญญาระดับต่ำ
หนึ่งคันจะได้รับสามสิบหินิญญาระดับต่ำ
พวกเขาขายร่มแก้วรัตนะชุดแรกได้สามคัน ขายหินิญญาระดับต่ำได้หนึ่งร้อยห้าสิบหินิญญา รวมแล้วได้รับเก้าสิบหินิญญาระดบต่ำ
แบ่งกันได้คนละสี่สิบห้าหินิญญาระดับต่ำ
เยี่ยนชิงหยางนำไปซื้อโอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำสามขวดทันที เหมือนได้กินถั่วหวาน!
่นี้ลู่อวิ๋นก็ค่อนข้างนิ่งไป เนื่องด้วยยุ่งอยู่กับการฝึกฝน
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าโอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำจะถูกกินเหมือนถั่วหวาน แต่การฝึกของเยี่ยนชิงหยางยังคงไม่คืบหน้า
ในคืนนั้น จู่ๆ ลู่อวิ๋นก็พุ่งเข้ามาในที่พัก กรีดร้องด้วยความตื่นเต้น “ข้าชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้แล้ว!”
จินหรงร่างผอมผิวคล้ำ ได้ยินคำพูดนี้ก็รีบวิ่งเข้าหา ประจบสอพลอล้อมรอบลู่อวิ๋นไม่หยุด
ฉู่เจินเจินอุ้มผลไม้ิญญาไว้ในอ้อมแขนพลางกัดแทะ มองไปยังลู่อวิ๋น ไม่สนสิ่งใด ยังคงกินต่อไปเรื่อยๆ
ผลไม้ิญญาถูกส่งมาโดยผู้ดูแลครัว มันเป็ผลไม้ที่ให้พลังิญญา
ลู่อวิ๋นส่งเสียงในลำคอ มองที่เยี่ยนชิงหยางอย่างเย่อหยิ่ง เอ่ยเยาะนาง “ขยะก็คือขยะ ไม่มีทางชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้หรอก เป็ข้าคงลงเขาไปนานแล้ว!”
จินหรงหัวเราะอย่างไม่เต็มใจนัก
ประโยคนี้ของลู่อวิ๋น กระแทกคนทั้งห้องล้มลง
ทว่า ลู่อวิ๋นไม่สนใจ นางได้ชักนำปราณเข้าสู่ร่างแล้ว ไม่นานก็จะสามารถฝึกสำเร็จขั้นที่หนึ่ง คนในห้องนี้ ไม่แน่ว่าอาจมีแค่นางเองที่คงอยู่ คนธรรมดาไม่กี่คน ในมุมมองของผู้บำเพ็ญเซียน ก็เป็เพียงแค่มด
ด้วยคิดสิ่งนี้ในใจ นางจึงมองคนอื่นด้วยสายตาเช่นเดียวกับที่มองเหล่ามด
เยี่ยนชิงหยางหยิบผลไม้ิญญาของฉู่เจินเจินมาหนึ่งผล กัดไปหนึ่งคำเสียงดังกึก โดยไม่ได้มองลู่อวิ๋นก่อนจะเอ่ยขึ้น “มีคนบอกว่าหากชักนำปราณเข้าสู่ร่างแล้ว ภายในเวลาครึ่งปีไม่สามารถฝึกขั้นหนึ่งได้สำเร็จ จะถูกไล่ลงจากเขา!”
“เ้า ฮึ ไม่ได้กินองุ่นก็ว่าองุ่นเปรี้ยว เ้ารอดูได้เลย!” ลู่อวิ๋นกระทืบเท้า หมุนตัวเดินออกไปอีกครั้ง!
เยี่ยนชิงหยางถอนหายใจ นางคิดเล็กคิดน้อยและพูดไม่ดีกับเด็กผู้หญิง ่นี้ทำไมนางถึงได้ใจแคบเช่นนี้ หรือติดเชื้อของลู่อวิ๋นเข้าเสียแล้ว
สิบวันต่อมา การบำเพ็ญเพียรของเยี่ยนชิงหยางยังไม่มีความคืบหน้า
นางขมวดคิ้วมุ่น หรือที่จริงแล้วนางประเมินคุณสมบัติตัวเองสูงเกินไป นึกถึงตอนแรกที่ลั่วซิงกินโอสถที่ตนให้ ล้วนเป็โอสถอวิ้นหลิงตานที่กินแล้วหากไม่ใช่ประสิทธิภาพระดับกลางก็เป็ประสิทธิภาพระดับสูง โดยปกติมักมอบให้ลั่วซิงอย่างไม่ขาดสาย
ด้วยเหตุนี้ หลังจากเวลาที่ยาวนาน ลั่วซิงสามารถชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้สำเร็จ หรือเป็เพราะตนกินโอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำมากเกินไป
โอสถอวิ้นหลิงตานเป็โอสถคุณภาพด้อยที่สุด โอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำหนึ่งขวด้าสิบหินิญญาระดับต่ำ ส่วนระดับสูง้าร้อยห้าสิบหินิญญาระดับต่ำ
แม้ว่ามู่หรงเหยี่ยนจะหลอมยุทธภัณฑ์ได้มากขึ้นและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นางก็ยังโอสถอวิ้นหลิงตานระดับสูงไม่ไหว
อย่างไรก็ตามนางต้องพยายามต่อไป เยี่ยนชิงหยางซื้อโอสถอวิ้นหลิงตานระดับกลางมาหนึ่งขวด และโอสถอวิ้นหลิงตานระดับสูงหนึ่งขวดทันที โดยใช้หินิญญาระดับต่ำทั้งหมดในมือ
หลังจากกินจนหมดแล้ว นางก็ยังไม่สามารถชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้
ผ่านมาร่วมเดือนแล้ว มู่หรงเหยี่ยนรู้เข้าก็กล่าวเย้ยหยัน “เ้ากินโอสถเป็ถั่วหวานเลยนะ ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง ปัญหาคือวิธีการที่เ้าทำน่ะมันไร้ค่า กินโอสถอวิ้นหลิงตานมากมายขนาดนั้นเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ มันก็อย่างที่ตำนานว่าไว้...ไม้ผุไม่สามารถนำไปแกะสลักได้ไม่ใช่เหรอ”
เยี่ยนชิงหยางเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วพูดขึ้นมาหนึ่งคำ “ไสหัวไป!”
มู่หรงเหยี่ยนกับเยี่ยนชิงหยางอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ทำให้คนในโรงเตาหลอมล้วนประหลาดใจ
ผู้คนต่างรับรู้ว่า มู่หรงเหยี่ยนเปลี่ยนไปเป็คนละคนจากก่อนหน้านี้ ศิษย์รับใช้มากมายถูกเขาทำร้ายทุบตี แค่เด็กสาวที่ไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่และยังไม่ได้ชักนำปราณเข้าสู่ร่าง ไม่อยากเชื่อว่าสามารถควบคุมจ้าวปีศาจได้
หลังจากที่ผู้ดูแลหลิวรู้ว่าเยี่ยนชิงหยางอยู่ได้อย่างสงบ ก็คิดวางแผนที่จะเปลี่ยนงานให้นาง
แต่มู่หรงเหยี่ยนระบุว่าต้องเป็เยี่ยนชิงหยางเท่านั้น ทำให้ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนได้
มู่หรงเหยี่ยนเป็ศิษย์สายนอก แต่ฝึกปราณขั้นที่ห้าสำเร็จั้แ่อายุยังน้อย และอารมณ์ร้อน เขานับเป็ผู้มีอำนาจในหมู่ศิษย์สายนอก ไหนเลยผู้ดูแลหลิวกับผู้ดูแลโรงเตาหลอมด้านล่างจะสามารถจัดการได้
แต่ทว่า เยี่ยนชิงหยางไม่กลัวมู่หรงเหยี่ยน หลังจากสอนกันมาเป็เวลานาน เขาก็กลายเป็ลูกศิษย์ของตัวเอง ไหนเลยอาจารย์จะกลัวศิษย์
วันนี้ เยี่ยนชิงหยางออกจากโรงเตาหลอม เพื่อไปซื้อแร่หินให้มู่หรงเหยี่ยน แต่กลับพบฉู่เจินเจินวิ่งมาด้วยเหงื่อชุ่ม
ฉู่เจินเจินเป็สาวรูปร่างใหญ่ที่วิ่งเร็วมาก จากการที่วิ่งมาเป็ระยะเวลานาน ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงก่ำ เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด เรียกได้ว่าเป็่เวลาที่น่าอับอาย ศิษย์ที่ผ่านไปผ่านมาต่างมองนางแล้วแอบหัวเราะ
“ชิงหยาง แย่...แย่แล้ว ลู่อวิ๋น...ลู่อวิ๋น โอสถอวิ้นหลิงตานของลู่อวิ๋นหายไปอีกแล้ว!” เมื่อฉู่เจินเจินเห็นเยี่ยนชิงหยางก็หอบหายใจพลางพูดต่อ
“อะไรนะ อีกแล้วเหรอ” เยี่ยนชิงหยางขมวดคิ้ว
“ใช่ นางพบขวดโอสถอวิ้นหลิงตานที่ข้างเตียงของเ้า บอกว่าเ้าขโมยมัน” ฉู่เจินเจินซับเหงื่อบนใบหน้าหลังจากพูดจบ
หัวใจของเยี่ยนชิงหยางกระตุก นางเพิ่งกินโอสถอวิ้นหลิงตานไปทั้งระดับกลางและระดับสูง ดูเหมือนว่าจะมีโอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำอยู่ใต้หมอน ลืมเก็บมันออกมา
ฉู่เจินเจินจ้องเยี่ยนชิงหยาง ดึงเร้านางอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าครั้งนี้...ลู่อวิ๋นไม่เหมือนคนโกหก ชิงหยาง เ้าต้องระวังให้มาก คิดแผนสำรองเอาไว้ เกรงว่าคนอื่นจะใส่ร้ายเ้า!”
“หึหึ ดูเหมือนเ้ากำลังมีปัญหานะ” ตอนนี้มู่หรงเหยี่ยนที่ค่อยๆ เดินออกมาดู ท่าทางเสแสร้งพูดขึ้น
ฉู่เจินเจินสังเกตเห็นมู่หรงเหยี่ยนทันที
เด็กหนุ่มผู้มีผิวเหมือนหยก ท่าทางเอื่อยเฉื่อย ดวงตาเ็า ยิ่งมองยิ่งน่ากลัว ทว่างดงามน่าดึงดูด
“เ้า เ้าเป็ใคร” ฉู่เจินเจินเริ่มพูดด้วยอาการติดขัด
มู่หรงเหยี่ยนคุ้นเคยกับการถูกพวกผู้หญิงแสดงความหลงใหลในรูปลักษณ์ของเขา มองฉู่เจินเจินอย่างดูถูกเหยียดหยาม และพ่นคำพูดเ็าออกมาจากริมฝีปาก “ไสหัวไป!”
เยี่ยนชิงหยางจ้องมู่หรงเหยี่ยน นางจับฉู่เจินเจินไว้ พร้อมกับกล่าวว่า “ไปเถอะ เรากลับกันก่อน!”
ทั้งสองรีบกลับไปยังที่พัก คาดไม่ถึงว่าภายในห้อง ทั้งผู้ดูแลหลิว ลู่อวิ๋น จินหรง ทุกคนรออยู่ที่นี่
“ฉู่เจินเจิน เ้าไปแจ้งข่าวเหรอ หึ เ้าหวังอะไรกับขยะที่ไร้ประโยชน์!” ลู่อวิ๋นพูดและมองด้วยดวงตาแดงฉาน
พูดจบ ถ่มน้ำลายลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง “ไม่ใช่แค่ขยะ แต่ยังเป็ขโมย”
เยี่ยนชิงหยางแสดงออกด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ลู่อวิ๋น อย่าพูดเื่ไร้สาระ เ้าหาว่าใครเป็ขโมย”
ลู่อวิ๋นยกขวดในมือขึ้น “ก็หมายถึงเ้า ขโมย ขโมยโอสถอวิ้นหลิงตานของข้า!”
เยี่ยนชิงหยางพูดเสียงเย็น “ยังไง โอสถอวิ้นหลิงตานทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ของเ้างั้นหรือ”
“แน่นอนว่ามันเป็ของข้า โอสถอวิ้นหลิงตานของข้าได้รับมาจากพี่สาว แล้วเ้าล่ะ เ้าไปเอามาจากไหน” ลู่อวิ๋นพูดด้วยความเกลียดชัง
“ในเมื่อเ้ามีคนให้ ข้าเองก็มีคนให้เหมือนกัน มันแปลกหรือไง”
เยี่ยนชิงหยางเดินเข้าไปตรงหน้าลู่อวิ๋น มือกระชากขวด และกล่าวว่า “มันเป็ของข้า เอาคืนมา!”
ลู่อวิ๋นตัวสั่นด้วยความโกรธ พูดกับผู้ดูแลหลิวว่า “ศิษย์พี่หลิว ท่านดู ขโมยนี่มันจองหอง ตอนนี้ยังมาคว้าไปอย่างเปิดเผยอีก!”
ผู้ดูแลหลิวสีหน้าถมึงทึง “เยี่ยนชิงหยาง สั่งสอนเ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่เคยเปลี่ยน!”
เยี่ยนชิงหยางเสียงเย็น “ศิษย์พี่หลิว ถ้าพบมันบนเตียงของข้า ก็เป็ข้าที่ขโมยทุกอย่างเหรอ ข้ายังยืนยันประโยคเดิม ถ้าข้าขโมยมัน ข้าจะไม่วางมันไว้ในสถานที่ที่ชัดเจน! ขโมยที่แท้จริงคือคนอื่น!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37