เมื่อร่างโฮโลฟอร์มของเซ็นและซาเรียปรากฏขึ้นกลางลานฝึกของคฤหาสน์บนดาวไวรีเลียอย่างสมบูรณ์ ความเงียบที่น่าเกรงขามก็เข้าปกคลุม บรรยากาศของสถานที่จริงนั้นแตกต่างจากการพบกันในเกมอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าสีน้ำหมึกที่มีพระจันทร์สองดวงส่องแสงเยือกเย็น และสายลมที่พัดผ่านต้นไม้โบราณ ล้วนส่งความรู้สึกที่ทั้งสงบและอันตรายในเวลาเดียวกัน
คาเรสในร่างจริง ยืนกอดอกพิงเสาไม้อยู่ไม่ไกล เขาไม่ขยับเข้ามาใกล้ แต่สายตาที่คมกริบภายใต้หน้ากากโอนิครึ่งหน้า นั้นจับจ้องมาที่พวกเขาอย่างประเมิน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบและเ็าคนละขั้วกับที่เซ็นเคยได้ยิน
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของข้า...พวกเ้ามีเวลา 15 นาที"
ซาเรียหันมามองเซ็นเป็เชิงให้เขาเป็คนเริ่ม เซ็นสูดหายใจเข้าลึกผ่านร่างโฮโลฟอร์มของเขา พยายามข่มความประหลาดใจในท่าทีและสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยของเพื่อนสนิท
เซ็น: "คาเรส...ฉันรู้ว่านายคงคิดว่าฉันเพ้อเจ้อมาตลอดเื่ความฝันพวกนั้น..."
คาเรส (เสียงลอดผ่านหน้ากาก ยังคงเรียบเฉย): "ก็ไม่เชิง...แค่ฟังดูเหมือนนิยายไซไฟเกรดบีมากกว่า"
เซ็นยิ้มแหยๆ "ครั้งนี้มันต่างออกไป...ฉันอยากให้นาย 'ดู' บางอย่าง"
เซ็นไม่ได้อธิบายทฤษฎีรูนิกพาวเวอร์คอร์ที่ซับซ้อน แต่เขาเลือกที่จะ "เล่า" เื่ราวล่าสุดที่เขาได้เห็นในฝัน – เื่ราวของซู่เหยียนจื่อที่เติบโตขึ้น , การฝึกฝนรูน , และที่สำคัญคือการที่ซู่สามารถ "สร้าง" พลังงานให้เกิดเป็ "รูปลักษณ์" ที่จับต้องได้จากการผสานรูนพื้นฐานเข้ากับรูนโซเลน
คาเรสยืนฟังนิ่งๆ ไม่ขัดจังหวะ แต่เซ็นก็ไม่สามารถอ่านอารมณ์ใดๆ ได้จากภายใต้หน้ากากนั้น
"ฉันเชื่อว่าสิ่งที่ซู่เหยียนจื่อทำ มันไม่ใช่เวทมนตร์" เซ็นกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เขาเป็แค่คนธรรมดาที่ค้นพบ 'กฎเกณฑ์' บางอย่างที่ต่างออกไป และนี่คือแบบจำลองที่ฉันกับซาเรียช่วยกันสร้างขึ้นจากหลักการนั้น"
ซาเรียฉายภาพโฮโลแกรมของแบบจำลอง "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ขึ้นกลางอากาศ มันคือวงจรพลังงานที่ซับซ้อนและงดงาม ส่องประกายอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์คู่ของไวรีเลีย
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่...
ก่อนที่คาเรสจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาเดินตรงเข้ามายังภาพโฮโลแกรมของพาวเวอร์คอร์ และทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง...เขา "แย่ง" แผงควบคุมโฮโลแกรมจำลองนั้นไปจากซาเรีย แล้วเริ่มหมุน, ซูมเข้า-ออก, และตรวจสอบโครงสร้างวงจรรูนที่ซับซ้อนนั้นด้วยตัวเองอย่างละเอียด
(ความคิดของคาเรส): "ไอ้เซ็นมันก็แค่ฝันบ้าๆ บอๆ มาตลอด...แต่นี่มันอะไรกันเนี่ย...แบบจำลองนี่มัน..."
ทีมของซาเรียอึ้งไปตามๆ กัน มีเพียงเซ็นที่แอบยิ้มออกมา
คาเรส (พึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ทุกคนได้ยิน): "การไหลของพลังงานแบบนี้...โครงสร้างการเชื่อมต่อที่ไม่ใช่แบบไบนารี่...มัน...มันน่าสนใจ..."
เขาเงยหน้าขึ้นจากแบบจำลอง ดวงตาภายใต้หน้ากากจ้องมาที่เซ็น ก่อนจะ "อะแฮ่ม!" ออกมาเบาๆ เพื่อรักษามาด
คาเรส (กลับไปใช้เสียงเรียบเฉย): "...เอ่อ...มันก็น่าสนใจดีนั่นแหละ...ตามข้ามา"
เขาเดินนำเข้าไปในส่วนลึกของคฤหาสน์ ไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ไฮเทคที่เซ็นไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แค่ห้องทำงาน แต่เหมือนเป็โรงงานขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยแขนกล, เครื่องพิมพ์สามมิติระดับสูง, และแผงวงจรที่ยังประกอบไม่เสร็จ
"เราจะลองจำลองการทำงานของมันดู" คาเรสพูดขณะที่เชื่อมต่อแบบจำลองของเซ็นเข้ากับระบบของเขา "ฉันจะลองสร้างแบบจำลอง 3 มิติของแกนพลังงานจริงๆ ขึ้นมา แล้วลองป้อนพลังงานจำลองเข้าไปตามวงจรที่พวกนายออกแบบ"
จากนาทีนั้น การทำงานร่วมกันของสามอัจฉริยะต่างสายก็ได้เริ่มต้นขึ้น เซ็นให้ข้อมูลจาก "ความฝัน", ซาเรียให้ "หลักการทางวิทยาศาสตร์", และคาเรสให้ "ทักษะทางวิศวกรรมการผลิตจริง" พวกเขาทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยผ่านระบบ Holoform
"เวลาของพวกเ้าหมดไปตั้งนานแล้ว" คาเรสเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ก็ไม่ได้ตัดการเชื่อมต่อ
เขาหมกมุ่นอยู่กับการวิเคราะห์แบบจำลองนั้นอย่างเต็มที่ ความสนใจของเขาที่มีต่อ "ความเป็ไปได้" ของเทคโนโลยีนี้ ได้เอาชนะ "ความระแวง" ที่เขามีในตอนแรกไปโดยสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ในที่สุด...ซาเรียก็เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องแล็บเสมือน เสียงของเธอเจือความอ่อนเพลียแต่ก็ยังคงความหนักแน่น
ซาเรีย: "ฉันว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะ...ทีมของเราล้าเกินไปแล้ว ข้อมูลที่ได้มาวันนี้ก็มากพอที่จะนำไปวิเคราะห์ต่อได้อีกหลายวัน"
ดร.อาริสและลีน่าพยักหน้าเห็นด้วย ร่างโฮโลฟอร์มของพวกเขาเริ่มโปร่งแสงขึ้นเล็กน้อยเตรียมจะตัดการเชื่อมต่อ
คาเรส (ยังคงจดจ่ออยู่กับแบบจำลอง 3 มิติ): "อืม...ก็จริง พวกนายกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะลองรันซิมมูเลชั่นทิ้งไว้ดูอีกสักสองสามรอบ"
ร่างโฮโลฟอร์มของซาเรียและทีมของเธอค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเซ็นที่ยังคงเชื่อมต่ออยู่ เขายังคงรู้สึกตื่นเต้นจนไม่อยากจะตัดการเชื่อมต่อ
เซ็น: "นายไม่พักเหรอคาเรส?"
คาเรส (หันมามองร่างโฮโลฟอร์มของเซ็นแวบหนึ่ง): "โปรเจกต์ของ 'เพื่อน' ทั้งที จะให้พักได้ยังไง... อีกอย่าง...นี่มันน่าสนุกกว่าการล่าบอสในเกมเป็ร้อยเท่า" เขากล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มองเห็นได้ยากภายใต้หน้ากากโอนิ
เซ็นหัวเราะเบาๆ "งั้นฉันอยู่เป็เพื่อนก็แล้วกัน เผื่อมีอะไรให้ช่วย"
จากนั้น บรรยากาศก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องมือไฮเทคในห้องของคาเรส เซ็นนั่งมองเพื่อนสนิทของเขาทำงานอย่างคล่องแคล่วและเป็มืออาชีพ เขาคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "ความรู้สึก" หรือ "หลักการ" ของรูนที่เขาััได้ ในขณะที่คาเรสรับข้อมูลนั้นไปแล้วแปลงมันเป็การปรับแก้แบบจำลองทางวิศวกรรมอย่างรวดเร็ว มันคือการทำงานร่วมกันที่ไร้รอยต่อและเต็มไปด้วยความเข้าใจ
แต่แล้ว...ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ประกอบกับความผ่อนคลายที่ได้อยู่กับเพื่อนที่ไว้ใจ...ก็เริ่มเข้าจู่โจมเซ็นอย่างหนักหน่วง...
เปลือกตาของเขาในโลกจริงเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ...ภาพโฮโลแกรมของคาเรสและแบบจำลองเริ่มพร่ามัว...และในที่สุด...
เซ็นก็เผลอหลับไปคาเครื่องเชื่อมต่อ Holoform!
ร่างโฮโลฟอร์มของเขาในห้องทำงานบนดาวไวรีเลีย slumped หรือฟุบลงไปกับเก้าอี้เสมือนอย่างหมดแรง
คาเรส (สังเกตเห็นความผิดปกติ): "เฮ้...คาลิส? หลับเรอะ? โว้ย! ไอ้เพื่อนคนนี้นิ..."
เขาบ่นพึมพำ แต่ก็ไม่ได้ตัดการเชื่อมต่อของเซ็นทิ้งไป เพียงแค่ลดระดับการทำงานของระบบลงเพื่อความปลอดภัย...
และในห้วงแห่งจิตที่ก้ำกึ่งระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนนั้นเอง...จิตสำนึกของเซ็นที่กำลังล่องลอย ก็ได้ถูก "ดึงดูดเข้าไปในความฝัน"
สามคนที่ต่างกันสุดขั้ว...กลับมาร่วมมือกันเพื่อบางสิ่งที่ “ไม่มีในโลกนี้”
ครั้งแรกที่คาเรสเริ่มเชื่อ
ครั้งแรกที่เซ็นไม่ได้โดดเดี่ยว
และอาจเป็ครั้งแรก...ที่ “ฝัน” จะกลายเป็จริง
แต่เมื่อหลับตาอีกครั้ง...เขาอาจไม่ได้ฝันถึงแค่โลกอื่น
แต่เป็ “บางอย่าง” ที่ไม่มีใครพร้อมจะเผชิญ