ตอนที่ 11: เผชิญหน้าผู้าุโ และะเิพลังทลายกระบี่
ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านช่องว่างของกำแพงเมืองเมฆาครามอันสูงตระหง่าน เสียงหวีดหวิวของลมฟังดูคล้ายเสียงโหยหวนของิญญาที่สถิตอยู่ในศิลาพันปี ภายใต้ เงา ของหอคอยสังเกตการณ์ที่ทอดตัวยาวลงมาทาบทับพื้นถนนราวกับอสูรกายสีดำที่หมอบคลาน บรรยากาศรอบด้านที่ประตูทิศเหนือพลันตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ผู้าุโชิงเฟิงแห่งสำนักกระบี่เขียวยืนตระหง่านอยู่กลางถนน กระบี่มรกตในมือสั่นระริกพร้อมแผ่ซ่านกลิ่นอายพลังปราณสีเขียวเข้มออกมาอย่างไม่ขาดสาย
จ้าวหานยังคงถือปืนมหาประลัยประทับบ่าอย่างมั่นคง ั์ตาสีม่วงจางๆ จากสภาวะประมวลผลขั้นสูงของระบบประสาทจดจ้องไปยังชายชราเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบตา เข็มนาโนนับพันที่เสียบลึกเข้าไปในไหล่ขวาเริ่มสูบฉีดความร้อนเข้ารู่ร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการะเิพลังงานระดับขีดสุด
"เ้าเด็กเมื่อวานซืน... เ้ากล้าพูดจาสามหาวกับข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ?" ผู้าุโชิงเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน พลังปราณระดับทองคำเขียวขั้นปลายของเขาบีบอัดจนมวลอากาศโดยรอบสั่นะเื "ในเมื่อเ้าอยากรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะใช้กระบี่นี้ตัดศีรษะเ้ามาสังเวยความหยิ่งผยอง!"
"ศูนย์... ล็อกเป้าหมายที่จุดกึ่งกลางของกระบี่นั่น" จ้าวหานเอ่ยในใจด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง
[ล็อกเป้าหมายสมบูรณ์ครับเ้านาย!] เสียงของศูนย์ขานรับอย่างรวดเร็ว [คำเตือน: เป้าหมายมีการไหลเวียนพลังปราณที่หนาแน่นมาก การยิงระดับ 1 ปกติอาจจะถูกเบี่ยงทิศทางได้ ผมขอเสนอให้เร่งปฏิกิริยา 'Over-Limit' ทันที มวลกล้ามเนื้อน่องขวาหนึ่งเปอร์เซ็นต์และิัแขนซ้ายสองเปอร์เซ็นต์ถูกจัดเตรียมไว้ในห้องเผาไหม้แล้วครับ!]
"ลงมือได้!"
ทันใดนั้น ผู้าุโชิงเฟิงก็ขยับกาย ร่างของชายชราเลือนหายไปกลายเป็ เงา สีเขียวสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่จ้าวหานด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเสียง กระบี่มรกตวาดผ่านอากาศเกิดเป็คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวนับร้อยเล่มพุ่งเข้าหาจ้าวหานจากทุกทิศทาง นี่คือวิชาลับ 'หมื่นกระบี่คืนรัง' ที่สามารถสลายร่างศัตรูให้กลายเป็ผุยผงในพริบตา
จ้าวหานไม่หลบหนี เขาเกร็งกำลังกายาหินผาทั่วร่างจนิักลายเป็สีเทาเข้มมันวาว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดจากการรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากการบีบอัดมวลสาร
เปรี้ยงงงงงง!
เสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ลำแสงปรมาณูสีขาวบริสุทธิ์ที่เจือไปด้วยประกายไฟฟ้าสีม่วงพุ่งทะยานออกจากปากกระบอกปืน มันไม่ใช่ลำแสงที่กว้างขวาง แต่เป็ลำแสงที่เรียวเล็กและมีความเข้มข้นของพลังงานสูงจนถึงขั้นบิดเบี้ยวมิติรอบข้าง ลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าหาจุดกึ่งกลางของพายุกระบี่สีเขียวอย่างแม่นยำ
ตูมมมมม!
การปะทะกันระหว่างพลังปราณระดับสูงและพลังงานนิวเคลียร์บริสุทธิ์สร้างคลื่นกระแทกขนาดมหึมาซัดผ่านประตูเมืองจนบานประตูเหล็กกล้าบิดเบี้ยว แสงสว่างจ้ากลบทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้น กระบี่มรกตระดับปฐีชั้นสูงของผู้าุโชิงเฟิงเมื่อัักับลำแสง Over-Limit ก็เกิดรอยร้าวลามไปทั่วทั้งเล่ม ความร้อนมหาศาลระเหิดพลังปราณที่ห่อหุ้มกระบี่ไปจนหมดสิ้น ก่อนที่ตัวกระบี่จะแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับเศษกระจก
"เป็ไปไม่ได้! กระบี่ข้า!" ผู้าุโชิงเฟิงร้องลั่นด้วยความตกตะลึง ร่างของเขาถูกแรงสะท้อนกระแทกจนกระเด็นไปชนกับกำแพงเมืองอย่างรุนแรงจนกระอักเืคำโตออกมา
จ้าวหานเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย แขนซ้ายของเขาที่ถูกดึงมวลิัไปใช้เริ่มมีเืซึมออกมาตามรูขุมขน และกล้ามเนื้อน่องขวาสั่นกระตุกอย่างรุนแรงจนเขาต้องใช้ปืนยันพื้นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลง ความร้อนสะสมในร่างกายสูงจนเกิดควันพวยพุ่งออกมาจากเสื้อผ้า
[คำเตือน! อุณหภูมิแกนกลางร่างกายพุ่งสูงถึงสี่สิบสามองศาเซลเซียส บาเรีย Blue Ripple ทำงานหนักเกินพิกัด... เ้านาย คุณต้องรีบจบเื่นี้แล้วกินอะไรสักอย่างด่วน!]
"ข้ายังไหว..." จ้าวหานกัดฟันกรอด เขามองไปทางผู้าุโชิงเฟิงที่กำลังพยายามลุกขึ้นอย่างสะบักสะบอม
ชายชรามองดูเศษซากกระบี่ในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยเห็นอาวุธชนิดใดที่สามารถทำลายอาวุธระดับปฐีและทะลวงพลังปราณทองคำเขียวได้ง่ายดายเช่นนี้ ความหยิ่งยโสหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
ผู้าุโชิงเฟิงรีบคว้ากล่องศิลาเยือกแข็งขึ้นมาและเตรียมจะใช้มนต์หลบหนี ทว่าจ้าวหานเร็วกว่า เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายจากการดีดตัวด้วย Micro-Burst ที่ฝ่าเท้า พุ่งเข้าไปประชิดตัวชายชราในพริบตา
"ของชิ้นนี้... ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างท่านคู่ควร"
จ้าวหานคว้าข้อมือของชิงเฟิงแล้วบีบจนกระดูกแตกละเอียด ผู้าุโร้องโหยหวนปล่อยกล่องศิลาร่วงหล่นลงมา จ้าวหานรับมันไว้ได้อย่างแม่นยำก่อนจะถีบเข้าที่ยอดอกของชายชราจนกระเด็นตกกำแพงเมืองไป
มู่รุ่ยเสวี่ยที่หลบอยู่ใน เงา ของซอกกำแพงวิ่งหน้าตั้งออกมาหาสภาพจ้าวหานด้วยความใ นางเห็นเืที่ไหลซึมตามแขนและสีหน้าซีดเซียวของเขาแล้วก็ใจหายวับ
"คุณชายจ้าว! ท่านาเ็หนัก!" นางรีบหยิบโอสถบำรุงระดับสูงออกมาส่งให้เขา
จ้าวหานรับยามากรอกปากรวดเดียวสิบเม็ด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขณะที่วิชากายาหินผาเริ่มทำงานดูดซับตัวยาไปซ่อมแซมเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว "ข้าไม่เป็ไร... แค่ฝืนเกินขีดจำกัดไปหน่อย แต่เราได้ของมาแล้ว"
เขาเปิดกล่องศิลาเยือกแข็งออก แสงสีแดงเพลิงจากแก่นอสูรเพลิงโลกันต์สาดส่องกระทบใบหน้าของจ้าวหาน ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาที่เคยหนาวเย็นกลับกลายเป็อบอุ่นขึ้นทันที
[โอ้... ััได้ถึงไอโซโทปเข้มข้น!] ศูนย์ร้องอุทานอย่างตื่นเต้นในหัว [เ้านายครับ สิ่งนี้คือความร้อนแรงที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ผมเคยสแกนพบในโลกนี้ ถ้าเราทำพิธีหลอมรวมมวลสารตอนนี้เลย ร่างกายคุณจะข้ามขั้นไปสู่ 'กายาเหล็กไหล' ได้ทันที และาแพวกนี้จะกลายเป็เื่ขี้ผง!]
"ที่นี่ไม่ปลอดภัย... สำนักกระบี่เขียวต้องส่งคนมาเพิ่มแน่" จ้าวหานมองไปทางทิศที่ผู้าุโชิงเฟิงตกลงไป แม้เขาจะาเ็หนักแต่ยอดฝีมือระดับทองคำเขียวย่อมไม่ตายง่ายๆ
"ไปที่ห้องลับใต้ดินในคฤหาสน์ของข้าเถอะค่ะ" มู่รุ่ยเสวี่ยเสนออย่างรวดเร็ว "ที่นั่นมีอาคมป้องกันที่แ่าที่สุด และข้าได้เตรียมเนื้อสัตว์อสูรระดับสูงไว้รอท่านแล้ว"
จ้าวหานพยักหน้า เขาเก็บปืนมหาประลัยเข้าสู่มิติส่วนตัว ทิ้งรอยไหม้เกรียมและซากปรักหักพังไว้เื้ั ทั้งสองเร่งฝีเท้าหายเข้าไปใน เงา ของตรอกซอกซอย มุ่งหน้ากลับสู่เขตพื้นที่ของตระกูลมู่อย่างลับๆ
การปะทะกันที่ประตูเมืองในคืนนี้จะกลายเป็หัวข้อที่ะเืไปทั่วเมืองเมฆาครามในวันรุ่งขึ้น ชื่อของ 'จ้าวหาน' มนุษย์ไร้ปราณผู้ทำลายกระบี่ของผู้าุโสำนักใหญ่จะกลายเป็ตำนานที่ทั้งน่าหวาดหวั่นและน่าค้นหา
ภายในคฤหาสน์ตระกูลมู่... จ้าวหานนั่งอยู่กลางห้องลับใต้ดินที่รายล้อมไปด้วยหินปราณและมวลสารเนื้อสัตว์อสูรกว่าร้อยชั่ง แก่นอสูรเพลิงโลกันต์วางอยู่เบื้องหน้าของเขา แผ่รัศมีสีแดงฉานย้อมผนังห้องให้กลายเป็สีเื
"ศูนย์... เริ่มกระบวนการหลอมรวมมวลสารระดับปรมาณูได้ ข้าพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็เหล็กไหลแล้ว"
[รับทราบครับเ้านาย... กระบวนการนี้จะเ็ปกว่าที่คุณเคยเจอมาสิบเท่า เพราะผมต้องหลอมละลายโครงสร้างหินเดิมให้กลายเป็โลหะชีวภาพ... เริ่มการเชื่อมต่อเข็มนาโนระดับลึกใน 3... 2... 1!]
"อ้ากกกกกกกก!"
เสียงร้องคำรามของจ้าวหานดังก้องไปทั่วห้องลับใต้ดิน ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีส้มแดงออกมาประดุจเหล็กที่ถูกเผาไหม้อยู่ในเตาหลอม มวลสารจากแก่นอสูรถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายผ่านปลายนิ้ว ผสมผสานกับสารอาหารปริมาณมหาศาลที่เขาสวาปามเข้าไป ิัที่เคยเป็สีเทาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดำขลับมีความมันวาวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ภายใต้ เงา ของความเ็ปเจียนตายนั้น จ้าวหานกำลังถือกำเนิดใหม่ในฐานะอาวุธนิวเคลียร์เดินดินที่มีความแข็งแกร่งเหนือชั้นกว่าเดิม และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง... ทั่วทั้งเมืองเมฆาครามจะต้องสั่นะเืภายใต้อำนาจของ 'กายาเหล็กไหล' อย่างแท้จริง