บทที่ 2 บทบาท
ท่านหมอผู้เฒ่าถูกสั่งให้ยุติการรักษาทันที!
แล้วจู่ ๆ ก็มีคนพาตัวออกไปจากวงสนทนา บัดนี้ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางจึงเหลือเพียงอ้ายฉิงน้อย กับสตรีปริศนาที่มีใบหน้าเหมือนกันกับอ้ายฉิงราวกับแกะ อ้ายฉิงน้อยหวาดกลัวอย่างสุดใจ นางไม่รู้จะวิ่งไปซ่อนที่ไหนจึงจะพ้นรัศมีสายตาของคนผู้นี้
“อย่าเข้ามานะ ท่านเป็ใครกันแน่” อ้ายฉิงถอยหลังทีละก้าว แล้วเปล่งเสียงดังอย่างกล้าหาญ
ทว่าสตรีผู้นั้นกลับแสยะยิ้มพร้อมขับเสียง ‘เหอะ’ จากลำคอ
อ้ายฉิงน้อยถอยร่นกระเถิบหนีอย่างจนตรอก กระทั่งไปหยุดลงที่คันฉ่องบานใหญ่ มันสะท้อนภาพลักษณ์ของนางอย่างแจ่มแจ้ง ยามนี้อ้ายฉิงไม่ใช่อ้ายฉิงอีกต่อไป รูปหน้าของนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทว่าร่างกายของนางนั้นยังคงเดิมทุกประการ ปานแดงรูปดอกบัวตรงหน้าท้องก็ยังอยู่ดี
“เช่นนั้นก็แสดงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าในตอนนี้ หาใช่การสลับิญญา ไม่ใช่การตายแล้วฟื้น แต่เป็การเปลี่ยนใบหน้าอย่างนั้นหรือ?”
อ้ายฉิงเอื้อนเสียงหนืดเหนื่อยในลำคอเพียงลำพัง ทว่าสตรีผู้นั้นกลับได้ยินสิ่งที่นางพูดราวมีหูทิพย์ ในทางกลับกันคือ...แม่นางผู้ขโมยใบหน้าอ้ายฉิง จะไม่ได้ยินสิ่งที่อ้ายฉิงพูดได้อย่างไร วรยุทธ์ที่สูงส่งสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คนอื่นคิด
“เ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิด เหตุไฉนถึงเป็ได้แค่ขอทานข้างถนนเล่า”
หญิงสาวที่ยังไม่บ่งบอกชื่อแซ่ของตนเอง นางเข้าประชิดตัวอ้ายฉิงราวมีเวทมนตร์เสกสั่ง ตามด้วยใช้เรียวมืออันสากกร้านเชยคางมน แล้วนาบนิ้วมือััร่องแก้มอ้ายฉิงเบา ๆ สะท้อนให้อ้ายฉิงน้อยหวนไปนึกถึงความรู้สึกที่เพิ่งพบกันครั้งแรกในราตรีที่หนาวเหน็บ
“เป็ท่านนั่นเอง พวกเราเจอกันในคืนหิมะแรก”
อ้ายฉิงน้อยหรี่ตาแคบอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงฉะฉานออกมาอย่างกล้าหาญ หากไม่ใช่ว่าราตรีนั้นหญิงชุดดำสวมหมวกไม้ไผ่ที่มีริ้วผ้าปกปิดใบหน้า อ้ายฉิงน้อยคงจำได้ั้แ่วินาทีแรกที่ยืนส่องคันฉ่อง
ที่แท้ใบหน้าของอ้ายฉิงก็เป็ใบหน้าของแม่นางชุดดำ อ้ายฉิงตกผนึกความคิดได้อย่างนี้ว่า บัดนี้มีเื่ยุ่งยากเกิดขึ้นกับนางแล้ว ทั้งยังเป็การเลาะหนังเปลี่ยนใบหน้า นับั้แ่นี้เป็ต้นไปนางจะกลายเป็คนอื่นใช่หรือไม่
ฟุบ ~
เสียงร่างกายของอ้ายฉิงน้อยทรุดลงกับพื้นอย่างอิดโรย คาดว่าคงเป็ผลข้างเคียงจากยาที่ท่านหมอผู้เฒ่าให้นางดื่ม อ้ายฉิงรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ตนเองมี ท่านอนฟุบตัวของนางหมอบอยู่ใกล้ปลายแทบเท้า ของแม่นางชุดดำอย่างน่าสมเพช
ทันใดนั้นเสียงที่ทั้งเ็าและราบเรียบก็ดังขึ้น…
“หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น พรข้อนั้นของเ้าเป็จริงแล้ว มิใช่ว่าควรดีใจหรอกหรือ ทางที่ดีก็ยอมรับตัวตนใหม่ที่ข้ามอบให้เ้าเสียเถอะ”
แม่นางชุดดำช่างพูดคุยได้เืเย็นนัก นึกอยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน นึกอยากจะควบคุมก็ควบคุม บัดนี้นางเพ่งพิศ...ยืนกอดอกมองท่าทางตะเกียกตะกาย สุดน่าสมเพชของสาวน้อยเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวไปนั่งไขว้ขาบนโต๊ะน้ำชาอย่างเย่อหยิ่ง
เรียวนิ้วงามคว้าชาร้อนที่เพิ่งต้มสุกใหม่ รินลงจอกอย่างหยาบกระด้าง ยกขึ้นจิบทีเล็กทีน้อยอย่างใจเย็น ท่าทีของนางไร้ทุกข์ไร้ร้อน ต่างจากทีท่าของอ้ายฉิงน้อยโดยสิ้นเชิง ซึ่งยามนี้ดวงตากลมโตของสาวน้อยเอ่อรินไปด้วยคราบน้ำตา
อ้ายฉิงน้อยเคยใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอดมื้อกินมื้อ ผ่านความหิวโหยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ถึงจะผ่าน่เวลาที่ลำบากยากเข็ญพวกนั้น แต่นางก็เป็เพียงสตรีที่อ่อนแอและรักตัวกลัวตายคนหนึ่ง
จะร้องขอให้ผู้ใดช่วยเหลือคงทำไม่ได้แล้ว
แต่เชื่อหรือไม่...ว่าวูบหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในหัวของนางคือ ภาพการปรากฏตัวของหลี่ฮั่นเหลียง แม่ทัพผู้ทรงอำนาจ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ปรากฏตัวในยามที่นางโดดเดี่ยวหิวโหย
“ยาที่เ้ากิน เป็ยาสลายเส้นเอ็น หนึ่งชั่วยามข้างหน้ามันล้วนสลายสิ้น อย่างนั้นก็ไม่ต้องแสดงท่าทางอ่อนแอไร้ประโยชน์ ให้ข้ารำคาญลูกตาได้แล้วกระมัง”
หญิงชุดดำผู้บงการทุกอย่าง กำลังเปิดเผยตัวตนให้อ้ายฉิงน้อยฟัง ชื่อของนางคือ เจียวจื้อหลิน
เจียวจื้อหลิน บุตรสาวลำดับที่สี่ของตระกูลเจียวแห่งแคว้นต้าหยาง เดิมทีเจียวจื้อหลินไม่เคยเป็ที่รักของบิดา เหตุก็ไม่ใช่เื่ไกลตัว นางไม่เป็ที่รักใคร่ของคนในตระกูล เพียงเพราะมารดาของนาง เป็อนุอุ่นเตียง
เจียวจื้อหลินพึงรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าต้องยากลำบากแน่ นางไม่้าเป็สตรีที่ถูกผู้อื่นรังแก เจียวจื้อหลินผู้ไร้เดียงสา จึงเปลี่ยนเป็เจียวจื้อหลินที่แข็งแกร่ง ก็ตอนที่าาพระองค์นั้นให้โอกาสนางได้ฝึกวิชาป้องกันตัว
บิดาไม่เห็นค่าในตัวนาง
พี่น้องไม่ให้ความสำคัญกับนาง
แต่ไม่รู้ว่าเติ้งหยวนหวงตี้เห็นอะไรในตัวนาง?
ถึงได้ทาบทามให้เจียวจื้อหลินเข้าวังเพื่อร่ำเรียนเป็เพื่อนพระธิดาน้อย แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็แค่ละครบังหน้าฉากหนึ่ง เติ้งหยวนหวงตี้พานางไปยังห้องลับท้ายวัง ที่ด้านหน้าตกแต่งให้เหมือนห้องทรงอักษร แท้จริงแล้วด้านในเป็ทั้งห้องคุมขัง และเป็สถานที่สำหรับฝึกมือสังหารชั้นดี
หลายปีผ่านมา เจียวจื้อหลินถูกฝึกให้เป็สุนัขเชื่อง ที่ต้องจงรักภักดีต่อองค์ฮ่องเต้แคว้นต้าหยางตราบชั่วชีวิต ตลอดมามันก็ควรจะเป็เช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าเจียวจื้อหลิน ดันไปตกหลุมรักทาสเลี้ยงม้าในจวนตระกูลเจียวเข้า
เ้าหนุ่มเลี้ยงม้าคนนั้น เป็คนเดียวที่เห็นอกเห็นใจนาง และดีกับนางที่สุด ไม่รู้ว่าเริ่มมีใจให้กันั้แ่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีข้าวสารก็กลายเป็ข้าวสุกเสียแล้ว...
หญิงสาวที่โหยหาความรักมานานแสนนาน มีหรือที่จะไม่หวั่นไหวต่อความอ่อนโยน และเฝ้าเอาใจใส่ของชายหนุ่ม เจียวจื้อหลินคิดเื่นี้อย่างละเอียด กระทั่งตัดสินใจได้ว่า นางจะเป็ฝ่ายถอนตัวจากองค์กรนักฆ่าของเติ้งหยวนหวงตี้ จากนั้นแจ้งต่อบิดาอย่างตรงไปตรงมา ให้จัดงานสมรสแก่คนทั้งสอง
แต่เชื่อหรือไม่ ว่าเจียวจื้อหลินยังไม่ทันได้เอ่ยความในใจ เทียบประกาศราชโองการแห่งฟ้ามาเยือนถึงหน้าจวน ไค่กั๋วกงเป็ตัวแทนกล่าวโอวาทแทนฮ่องเต้ผู้เป็ใหญ่ด้วยตนเอง ได้รับเกียรติโอ่อ่าเพียงนั้น มีหรือที่เจียวจงฉือผู้เป็บิดาของเจียวจื้อหลินจะไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
ใจความในราชโองการแห่งฟ้าจากฮ่องเต้แคว้นต้าหยาง ระบุไว้ถี่ถ้วนว่า
บุตรสาวลำดับที่สี่ของตระกูลเจียวแห่งต้าหยาง เจียวจื้อหลิน สดใสงดงาม รอยยิ้มดั่งบุปผชาติในยามสารท อุปนิสัยอ่อนหวานราวหยาดมธุรสในเดือนหงาย จงรับตำแหน่งสตรีบรรณาการ ไปยังแคว้นพันธมิตรจิ่วโจว แต่งเข้าจวนต้าซือหม่าต้าเจียงจวิน เป็ภรรยาเอกของหลี่ฮั่นเหลียง ผู้ถือตรายศราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่
ทันทีที่ได้ทราบคำสั่ง เจียวจื้อหลินปวดใจราวอสุนีบาตฟาดฟัน ความตั้งใจของนางปรักหักลงไม่เป็ท่า ความในใจอันใดที่อยากกล่าวต่อบิดา ถูกฝังกลบด้วยคำพูดของไค่กั๋วกง เจียวจื้อหลินพลันรู้ในทันทีว่า ตัวนางไม่อาจหลุดพ้นจากวังวนของการเข่นฆ่า ภายใต้พระบัญชาขององค์จักรพรรดิได้ง่าย ๆ
เจียวจื้อหลินทำได้เพียงทรุดตัวลง แล้วออมเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ หากว่าเจียวจื้อหลินเอ่ยเื่แต่งงานกับทาสเลี้ยงม้า เจียวจงฉือ...บิดาผู้ที่มีอารมณ์ร้ายกาจของนาง จะต้องหาทางกำจัดทาสเลี้ยงม้าที่เป็ชายคนรักของบุตรสาวอย่างแน่นอน
อย่างไรตำแหน่งราชเลขาธิการของหลี่ฮั่นเหลียงอะไรนั่น ก็เป็ที่เชิดหน้าชูตาให้สกุลเจียวได้มากกว่า การที่จะเห็นดีเห็นงามให้บุตรสาวแต่งกับทาสเลี้ยงม้าคนหนึ่งอยู่แล้ว
เจียวจื้อหลินระลึกรู้ว่า...ตนไม่อาจคัดค้านสิ่งใดได้ เช่นนั้นวิธีเดียวที่นางจะไม่กลายเป็ภรรยาบรรณาการ ก็คือปลิดชีพหลี่ฮั่นเหลียงอะไรนั่นซะ เจียวจื้อหลินไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ นางเฝ้าวางแผนหลายวันหลายคืน
กระทั่งแคว้นจิ่วโจวจัดเทศกาลโคมไฟประจำปี วันนี้ถือเป็วันที่เหมาะสมแก่การลงมือที่สุด เจียวจื้อหลินลอบเข้าเมืองหลวงแห่งจิ่วโจว ั้แ่ยังไม่ถึงวันจริงของงานเทศกาลโคมไฟ
ทำเช่นนี้ก็เพื่อสะดวกต่อการสำรวจเส้นทาง เผื่อว่าทำงานพลาดจะได้มีหนทางหลบหนีได้ทันเวลา แต่แล้วความคิดของเจียวจื้อหลินก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อนางได้พบกับสตรีผู้น่าสงสารคนหนึ่ง ซึ่งสตรีที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็คืออ้ายฉิงน้อยนั่นเอง
จะว่าไปอ้ายฉิงน้อยไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็พิเศษ ทว่าอ้ายฉิงน้อยดันมีรูปร่างทรวดทรง ตลอดจนส่วนสูงใกล้เคียงกับเจียวจื้อหลินราวกับลอกคราบกันออกมา เป็เช่นนี้แล้ว...แทนที่จะไปไล่ฆ่าแกงแม่ทัพใหญ่แคว้นพันธมิตร มิสู้เปลี่ยนโฉมหน้ากับขอทานน้อยยังจะดีกว่า
อนึ่งการสังหารแม่ทัพใหญ่หลี่ฮั่นเหลียง หากเป็เื่ที่ทำได้ง่ายดายขนาดนั้น คนผู้นี้คงได้ตายไม่ต่ำกว่าพันครั้ง มีข่าวคราวให้ได้ยินไม่ขาด ว่าหลี่ฮั่นเหลียงผู้นี้ถูกตั้งค่าหัวหนึ่งหมื่นก้อนทอง ท่าว่าคงมีศัตรูคู่อาฆาตรายล้อมอยู่ไม่น้อย
นิยายเื่ : เมื่อต้องสวมบทบาทเป็ภรรยา ของท่านราชเลขาธิการ
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า