“รับสั่งของฮ่องเต้กับฮองเฮา มีผู้ใดกล้าขัด? กระทั่งองค์ชายรองเองก็ยังไม่กล้า แล้วหม่อมฉันเป็ใครเพคะ” สายตาสั่นไหวของหญิงสาวตอบกลับมาพร้อมความรู้สึกเ็ป ก่อนนางจะเอื้อมไปจับมือเขาพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบพระทัยที่ทรงเป็ห่วงและอยู่ข้างหม่อมฉันเสมอมา น้ำพระทัยขององค์ชายสี่ หม่อมฉันไม่เคยลืม และไม่มีวันลืม ในวังหลวงคนที่ดีกับหม่อมฉันมากที่สุดก็คือพระองค์” คำพูดอ่อนหวานของนาง ทำให้ความขุ่นมัวในใจขององค์ชายสี่ค่อย ๆ สงบลง เขาถอนหายใจแล้วฝืนยิ้ม
“เช่นนั้นเ้าอยากกลับตำหนักแล้วหรือยัง” หญิงสาวหันมองไปยังโคมไฟที่ส่องประกายสว่างไสว แล้วส่ายศีรษะ
“งั้นข้าจะเป็คนพาเ้าเดิมชมงานในวันนี้เอง” เขาพูดจบก็จูงมือนางไปพร้อมกับสายลมแห่งความหนาวเหน็บ ท่ามกลางสายตาขององค์ชายรอง และหลี่เถียนเปาที่ยืนมองทั้งสองจากชั้นบนสุดของร้านน้ำชา
“ทรงคิดอะไรอยู่เหรอเพคะ” คำถามของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มสูงศักดิ์ตอบกลับด้วยสายตาแน่นิ่ง
“องค์ชายสี่ ดูแลหยางเอ๋อเช่นนี้มาั้แ่เด็ก วันนี้เขาเห็นข้าวนเวียนอยู่ใกล้เ้า เขาไม่มีวันยอมง่าย ๆ หากเป็ไปได้ เ้าจงอยู่ห่างจากเขาเป็ดีที่สุด เพราะองค์ชายสี่ไม่เหมือนข้า ที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ตลอดเวลา” คำพูดราบเรียบของอี้เทียนทำให้หญิงสาวหันสายตาสั่นไหวกลับมา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หม่อมฉันไม่มีอำนาจใด ไปต่อสู้กับพวกเขาหรอกเพคะ หากบังเอิญพบกันเมื่อใด จำเป็ต้องยอมอย่างเดียว จึงจะรอดพ้น” คำตอบของนาง ทำให้เขาหันมาแล้วนิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใดต่อ
เวลาผ่านไปค่อนคืน เทศกาลประจำปีก็จบลงพร้อมผู้คนแยกย้ายกับเดินทางกลับ องค์ชายสี่เดินมาส่งพระชายาหยางเอ๋อ ที่หน้าตำหนักเหมยอ้าย
“ข้าส่งเท่านี้พอนะ หากมีโอกาสข้าจะแวะมาเยี่ยม” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนองค์ชายสี่จะหันไปยังยี่หวางแล้วกำชับ
“หากเกิดอะไรขึ้นกับพระชายา เ้ารีบไปตามข้าได้ตลอดเวลาเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วเพคะ” สิ้นเสียงตอบรับของนางกำนัล ชายหนุ่มสูงศักดิ์ก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ท่ามกลางสายลมเย็นพัดผ่านมากระทบกายทั้งสอง
เมื่อเดินกลับเข้าตำหนักไป สายตาของหยางเอ๋อพาดผ่านเห็นแสงตะเกียงจากห้องบรรทมขององค์ชายรองอี้เทียนยังคงส่องสว่างอยู่
“เ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยองค์ชายรองก่อน” ยี่หวางหันมองไปยังห้องบรรทม ที่มีแสงตะเกียงส่องไสวอยู่ราง ๆ
“เพคะ” ยี่หวางเดินแยกออกไปอีกทาง พร้อมสองเท้าเล็กของหยางเอ๋อจะมุ่งตรงไปยังห้องบรรทมของอี้เทียน ก่อนหลี่เถียนเปาจะเดินสวนออกมาพร้อมองค์ชายรอง ทำให้สองเท้าเล็กของพระชายาชะงัก หัวใจดวงน้อยหล่นวูบอีกครั้ง ทอดสายตาตรงไปยังสามีแน่นิ่ง ไม่มีสิ่งใดเอ่ยออกมาเป็คำพูดได้ สายลมที่ว่าหนาวเหน็บยังไม่เท่ากับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น
“ถวายพระพร พระชายาหยางเอ๋อเพคะ” หลี่เถียนเปาน้อมกายเคารพ ก่อนองค์ชายรองอี้เทียน จะก้าวเท้ามาเพื่อรับหน้าแทน
“ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกลับมาเร็ว เพราะเห็นว่าไปกับเซียวจ้าน เป็่เวลาที่ทำให้เ้ามีความสุข เทศกาลโคมไฟเป็เทศกาลที่เ้าชอบมากมิใช่รึ?” หญิงสาวกลืนความเ็ปลงคอ แล้วเลื่อนสายตามายังหลี่เถียนเปา
“ข้ารู้ว่าองค์ชายรองมีใจรักเดียวต่อเ้า แต่การกระทำเช่นนี้ไม่มีผู้ใดในวังหลวงกล้ากระทำ ต่อให้เป็ความ้าขององค์ชายรอง แต่ศักดิ์ศรีของเ้าควรมีค่ามากกว่า” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงน้อมกายลงเล็กน้อย ไม่ตอบโต้
หยางเอ๋อหันมองมายังองค์ชายรอง แล้วตัดสินใจเบี่ยงกายเดินกลับห้องพักไปโดยไม่หันกลับมามอง
“หยางเอ๋อ! เดี๋ยวก่อน” คำเหนี่ยวรั้งของเขา ทำให้หญิงสูงศักดิ์หันกลับมาตามเสียงเรียกของอีกฝ่าย ภาพที่เห็นคือเขาค่อย ๆ ยกมือลูบศีรษะหลี่เถียนเปาเบา ๆ
“เ้ากลับไปก่อน แล้วข้าจะหาเวลาไปพบ”
“เพคะ” หลี่เถียนเปาหันมามองมาหยางเอ๋อครู่หนึ่ง แล้วเดินจากไปด้วยความรีบร้อน ท่ามกลางสายลมเย็นเยียบพัดผ่านมากระทบกายทั้งสอง
องค์ชายรองหันพระพักตร์งดงามมายังพระชายา ทั้งสองสบสายตากันอย่างมีความหมาย พร้อมชายหนุ่มถอนหายใจ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากเ้าจะโทษนาง ข้าขอบอกว่านางไม่ผิด!”
“หม่อมฉันไม่เคยโทษว่านางผิดเพคะ” คำตอบของหยางเอ๋อทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหา แล้วกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงตั้งมั่น
“เช่นนั้นก็ควรรู้ไว้ ว่าการแต่งงานที่เกิดขึ้น เป็เพียงความ้าของฮ่องเต้ ไม่ใช่ข้า” เขาแสดงจุดยืนของตัวเองชัดเจน น้ำเสียงและกิริยาเ็า จนหยางเอ๋อถึงกับพูดอะไรไม่ออก ก่อนนางจะตั้งสติแล้วฝืนยิ้มออกมาบางเบา
“เช่นนั้น หม่อมฉันก็จะเก็บความรักที่มีต่อพระองค์ไว้ ไม่ให้ล้นออกมารบกวนความสุขของพระองค์” นางกล่าวจบ ก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง กับความสงบเงียบของอีกฝ่าย ที่เก็บซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้ความเ็ปของตัวเอง คิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อยพร้อมความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นในใจ ท่ามกลางสายลมเย็นพัดวูบเข้ามาปะทะกาย