“เฟยหลงเ้าคงเหนื่อยแล้ววันนี้ข้าจะอนุญาตให้เ้าได้กลับจวนไปพักผ่อนเสียก่อน...เ้าว่าดีหรือไม่” สุรเสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยนกับญาติผู้น้อง
“หากฝ่าา้าเช่นนั้นข้าไม่ขอขัดพระทัย” ร่างสูงก้มตัวค้อมคำนับ “ขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากท้องพระโรงด้วยท่าทางองอาจอย่างชายชาติทหาร
แม้ใบหน้าจะบึ้งตึงขนาดไหนหากแต่ไม่สามารถบั่นทอนความหล่อเหลาบนใบหน้าที่ราวกับเทพเซียนได้บรรจงปั้นก่อนส่งลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ได้เลย
“ท่านพ่อคราวนี้ท่านทำเกินไปยิ่งนัก” หลิวซินอี้ผู้เป็บุตรชายกล่าวกระซิบหลังการหารือในท้องพระโรงจบลง
“ข้าทำเกินไปตรงไหน ไหนเ้าลองพูดมาสิ” ทั้งยังทำสีหน้าครุ่นคิดไปด้วย
“ท่านพ่อก็รู้ว่าหยางเฟยหลงเป็บุรุษน่ากลัวและโเี้เพียงใดและในการประชุมท่านยังคอยขัดขวางในทุกเื่ที่เขาทูลเสนอต่อฝ่าาย่อมต้องทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจหากเขาคิดเล่นงานตระกูลหลิวย่อมไม่ใช่เื่ยาก” สีหน้าของบุตรชายคนโตเต็มไปด้วยความกังวลใจ“ข้าเพียงแค่เป็ห่วงท่านแม่กับน้องเล็กเท่านั้น”
“ซินอี้ เ้าอย่าได้กังวลใจเกินไปแม้หยางเฟยหลงจะน่ากลัวและดูเป็พวกอันธพาลมากกว่าบุรุษผู้สูงศักดิ์ขนาดไหนก็ตามแต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครโดยไร้เหตุผล”
“ท่านพ่อแน่ใจได้อย่างไร”
“หากเขาคิดจะลงมือสังหารข้าแล้วล่ะก็คงทำไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้ข้าเป็หนามตำใจมานานขนาดนี้หรอก”
“แต่ท่านอ๋องคงลงมือจัดการครอบครัวของเราได้ยาก” หลิวซินอี้ไม่คิดว่าจะมีใครได้ยินจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ “ท่านพ่อคงจำได้ใช่หรือไม่ว่าตระกูลหลิวมีสัตว์เทพคอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองอยู่”
“อื้ม...ข้าย่อมต้องจำได้สิเพราะนั่นเป็ของที่บรรพบุรุษได้ส่งต่อกันมาหลายรุ่นแล้ว”สีหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยทำท่าครุ่นคิด “แต่สัตว์เทพก็ชอบนอนหลับอยู่แต่ในกำไรหยกสงสัยจะหลับจนกว่าผนึกคำสาปจะคลายไปเองหรือไงนะ”
เื่ลับในตระกูลหลิวที่บอกเล่าต่อกันมาอย่างช้านานหากแต่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าแท้ที่จริงเป็เพียงนิทานหลอกเด็กหรือมันเป็ความจริงกันแน่...
‘มีของวิเศษเช่นนี้นี่เองถึงได้กล้าทำตัวเป็ปรปักษ์กับข้า’ ช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาแอบสะกดรอยตามสองพ่อลูกคู่นี้จนบังเอิญได้รับรู้สุดยอดความลับเข้าโดยบังเอิญ
กำไลหยกที่มีสัตว์เทพสิงสถิตอยู่ในนั้นหากมันตกมาอยู่ในมือของเขาแล้วล่ะก็เขานี่แหละจะใช้มันเล่นงานตระกูลหลิวให้ราบคาบไปเลย...
‘ดูท่าเขาจะมีเื่สำราญใจให้ทำในยามราตรีนี้เสียแล้ว!’