หยางลู่ได้ยินถึงเื่คัมภีร์ิญญา มันกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เื่คัมภีร์ิญญา เ้าจะเข้าใจเองเมื่อมาถึงเมืองถัง ฉะนั้นรีบๆออกมาจากเมืองเริ่มต้นได้แล้ว”
หลี่หยางตบปากรับคำของอีกฝ่าย ในหัวคิด ‘การที่ท่านปู่ไม่ยอมอธิบายนั้นแสดงว่าการเห็นด้วยตาย่อมดีกว่าการอธิบายด้วยปากสินะ’
ไม่นานนักจิ้นอวี่ก็ได้มาถึง ทั้งสองคนนั่งลงบนเตียงและกินหญ้าวิเศษข้ามโลกเข้าไป
....
....
หลี่หยางและจิ้นอวี่ ปรากฏตัวในตำแหน่งเดิมที่พวกมันทั้งคู่ออกมา หลี่หยางสำรวจสองมือและใบหน้าของตัวเอง มันได้หวนคิดถึงตอนที่ออกจากโลกมายาครั้งแรก
ร่างกายเป็เสมือนภาพโฮโลแกรมที่ค่อยๆเลือนหายไปราวกับเป็ิญญา แต่ในยามมาเสมือนถูกดมยาและตื่นขึ้นเท่านั้น
“เข้าออกสะดวก สบายจริงๆแฮะ”
ระหว่างที่หยางหลี่หยางกำลังคิดว่าจะทำสิ่งใดต่อไป พิราบขาวตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ไหลของมัน คิ้วของชายหนุ่มยกสูงด้วยความสงสัย จากนั้นมันหยิบม้วนกระดาษที่ติดกับปลายเท้าของนกพิราบขึ้นมาอ่าน
[นายท่าน ข้ารออยู่ที่ทางออกทิศใต้ของหมู่บ้าน ลงชื่อ ต้าเสี่ยว]
หลี่หยางแวะไปเอาฟันหนูทองที่ฝากเอาไว้ ไม่นานทั้งสามคนได้มาเจอกันที่หน้าประตูทางออก ต้าเสี่ยวแย้มยิ้มกว้าง มันไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดระแวงเหมือนเช่นครั้งแรกที่เจอกันอีกแล้ว
“นายน้อยไปกัน” สิ้นเสียง ต้าเสี่ยวพาหยางหยางและจิ้นอวี่มุ่งหน้าลงใต้ ออกห่างจากหมู่บ้านเริ่มต้นราวๆ10ลี้ ก่อนจะเปลี่ยนทิศมุ่งไปทางทิศตะวันตก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงรกทึบ
ระหว่างทาง เงายาวขนาดเท่าแขนสายหนึ่งพุ่งตัวจากกิ่งไม้ลงมาที่ร่างของต้าเสี่ยวด้วยความเร็วสูง
‘นั้นงู!!!’ หลี่หยางคิดจะร้องะโเตือนแต่มันต้องเงียบเสียงเมื่ออีกฝ่าย บิดตัวหลบหลีกและสองแขนคว้าจับก่อนจะใช้พละกำลังฉีกร่างงูร้ายจนขาดเป็สองส่วน
ต้าเสี่ยวในโลกมายานั้นแข็งแกร่งแตกต่างจากต้าเสี่ยวในโลกจริงที่เป็เพียงเด็กตัวเล็กๆ
หยางหยางถาม “ต้าเสี่ยว เ้าระดับเท่าไร??”
อีกฝ่ายตอบกลับ “ข้าน้อยระดับ8ขอรับ นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วง ป่าแถวนี้มีงูน้อยใหญ่ชุกชุมก็จริงแต่ไม่เป็อันตราย ผ่านเส้นทางข้างหน้าไปก็พบท่านตาแล้ว”
หลี่หยางกล่าวถาม “เ้าเพิ่มขีดความสามารถด้านไหนบ้าง??”
ต้าเสี่ยวยิ้มตอบ “เพิ่มกาย7 พลังชีวิตของข้าน้อยมีถึง160 ข้าจะเป็เกราะให้แก่นายน้อยเอง ตามหลังข้ามาก็พอ”
ด้วยความแข็งแกร่งในระดับ8 หลี่หยางแค่ตามหลังต้าเสี่ยวไม่ห่าง มันก็สามารถฝ่าดงงูมาได้
เมื่อทั้งสามคนออกจากป่า สายตาของชายหนุ่มมองไปยัง ธารน้ำใสที่ทอดยาวแบ่งผืนป่าเป็สองฝั่ง
ตลอดทางน้ำยาวปรากฏกระท่อมไม้หลังหนึ่ง ไม่นานนักชายชราก้าวเดินออกมา สองมือถือท่อนไม้และขวาน ก่อนจะนั่งลงตัดฝืน
หากแต่แววตาโศกเศร้า สีหน้าอมทุกข์ของชายชราผู้นี้ เพียงแค่มองดูก็รู้แล้วว่าเขากำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ แต่เมื่อชายชราเห็นต้าเสี่ยว ความทุกข์พลันหายไปจากใบหน้า ประกายตาเต็มไปด้วยความหวังเข้าทดแทน
“เ้าหนุ่ม เ้ากลับมาแล้ว ได้มาหรือไม่??” ชายชรารีบถาม
ต้าเสี่ยวส่ายศีรษะปฏิเสธ “ท่านตา ข้าไม่สามารถช่วยท่านหาฟันหนูทองที่้าได้ แต่ว่าข้าได้พานายน้อยของข้ามา เขาสามารถช่วยท่านได้”
จากนั้นต้าเสี่ยวดันตัวหยางหยางได้ข้างหน้า ชายชราผู้นั้นมองหยางหลี่หยางั้แ่หัวจรดเท้า “เ้าหนุ่ม เ้าสามารถช่วยข้าตามหาฟันหนูทองได้หรือไม่??”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางพยักหน้าตอบรับ “แน่นอน” จากนั้นมันเอาฟันหนูทองยื่นให้แก่อีกฝ่าย ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยประกายความหวัง
มันรีบรับฟันหนูทองคำไปจากมือของหลี่หยางอย่างรวดเร็ว ชายชราส่องฟันหนูทองใกล้กับดวงตา “สิ่งนี้แหละที่ข้าตามหา” จากนั้นชายชราเข้าไปในกระท่อมก่อนจะกลับออกมาพร้อมแหวนสีขาวในมือ
“นี้มือของตอบแทนที่ตกลงกันไว้”
หลี่หยางรับแหวนมา มันก้มสายมองดูแหวนสีขาวเพียงครู่ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ชายชราได้ทิ้งท่อนไม้ไว้กับพื้นและกลับเข้าไปในกระท่อมทันที
หลี่หยางมองแหวนสีขาวด้วยความสนใจ พร้อมกันนั้นจิ้นอวี่ได้กล่าวขึ้น
“รูปลักษณ์ของมันเหมือนที่ขายในร้านค้าเครื่องประดับของหมู่บ้านเลย”
ต้าเสี่ยวพยักหน้า “แหวนขาว สามารถเก็บของไว้ด้านในได้2ชิ้น ที่ร้านค้าเครื่องประดับ ราคาของมันจึงสูงถึง100ตำลึง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น คงไม่จำเป็ต้องนำไปตรวจสอบ” จากนั้นมันถามจิ้นอวี่ “เอาไหม??”
อีกฝ่ายส่ายหน้า “ไม่ละ ส่งเ้าออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น ข้าคงไม่กลับเข้ามาที่นี่อีกแล้ว เอาเวลาไปฝึกฝนพลังวัตรดีกว่า”
เมื่อจิ้นอวี่ปฏิเสธ หลี่หยางจึงโยนแหวนขาวให้ต้าเสี่ยว “งั้นเ้าที่เจอภารกิจเก็บมันไว้ก็แล้วกัน”
“ตะ...แต่ว่า ข้าได้ขายภารกิจให้กับท่านไปแล้ว” ต้าเสี่ยวรีบปฏิเสธ
จิ้นอวี่กระซิบแก่อีกฝ่าย “นายน้อยให้ เ้าก็รับไว้เถอะ แหวนวงนี้ไม่อยู่ในสายตาของเขาหรอก แค่ออกไปจากหมู่บ้านนี้ สิ่งที่ตระกูลหยางเตรียมไว้ให้ มากมายเกินกว่าเ้าจะจินตนาการถึงเลย”
ได้ยินเช่นนั้น ต้าเสี่ยวจึงได้ผงกศีรษะรับไว้ด้วยความซาบซึ้งในใจ
จากนั้นหลี่หยางเปิดสถานะของตัวเองขึ้นมาดู มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มด้วยความพอใจ ไม่ต้องไปสู้กับสัตว์ร้ายให้เหนื่อยแรง ระดับก็เพิ่มขึ้นมาง่ายๆ
หยางหยาง ระดับ : 5
ความถนัด : ไม่ปรากฏ
พลังชีวิต : 70
ลมปราณ : 14
พลัง : 1
กาย : 1
ว่องไว: 1
ควบคุม : 1
ตบะ : 1
ค่าคงเหลือ : 4
ความสามารถ : ควบคุมพิราบสื่อสาร
คุณงามความดี : 0
ขณะที่ทั้งสามกำลังหันหลังกลับ ในใจของหลี่หยางฉุกคิดคำถามขึ้นมาในหัว
“ต้าเสี่ยว ท่านตาคนนั้น เคยชวนเ้าเข้าไปในบ้านหรือไม่??”
อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างงุนงง “มะ..ไม่เคยขอรับ ข้าน้อยไม่รู้ว่าจะเข้าไปด้วยเหตุผลใด??”
หลี่หยางเปลี่ยนคนถาม “จิ้นอวี่เ้าคิดว่า ท่านตาคนนั้นจะเอาฟันหนูทองไปทำอะไร??”
“เครื่องประดับละมั้ง??” อีกฝ่ายตอบกลับ
หยางหลี่หยางพยักหน้าด้วยความคิด มันพึมพำออกมาเบาๆ “หากว่านี้เป็บ้านของพ่อค้า คำตอบของเ้าก็สมเหตุผลอยู่
แต่กับบ้านกระท่อมริมน้ำที่แม้แต่ของตอบแทนก็ไม่ใช่เงิน คงไม่เอาฟันหนูทองไปทำเป็เครื่องประดับแน่...ยังไงพวกเราไปเถอะ เข้าไปดูให้หายสงสัยกัน”
ขณะที่หลี่หยางกำลังจะเอื้อมมือไปเคาะกระท่อมไม้ แต่ไม่รู้อะไรดลใจ ให้มันเปลี่ยนจากการเคาะเป็การผลักประตูกระท่อมให้เปิดออก
ประกายแสงสีเงินวาว พุ่งผ่านหน้าของหลี่หยางไป ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้าง ‘ดะ...ดาบ!!!’
หากไม่ใช่ว่าจิ้นอวี่ ที่มีระดับความว่องไวสูงที่สุดในกลุ่ม รับรู้ถึงอันตรายและไหวตัวทันละก็ ป่านนี้ศีรษะของหลี่หยางอาจไม่ได้อยู่กับตัวอีกแล้ว
เบื้องหน้าของทั้งสาม ปรากฏร่างของชายวัยกลางคน สวมใส่ชุดเกราะสีดำ ใบหน้าถมึงทึงมองมา อีกฝ่ายไม่พูดจาคำใด ง้างมือลงดาบที่สอง
แต่ก่อนที่จะได้ลงดาบ โลหิตกองโตทะลักออกมาจากปากของชายผู้นี้และล้มลง
หลี่หยางมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาตกตะลึง คมดาบบาดไปที่ลำคอของมันจนทำให้รู้สึกเจ็บ ชายหนุ่มรู้สึกว่าพลังชีวิตของตัวเองลดลง
ไม่นานนัก ชายชรารีบวิ่งออกมาจากด้านในกระท่อม มันกอดร่างของชายวัยกลางคนเอาไว้ มันะโเรียกชื่อของอีกฝ่ายเพื่อให้สติกลับคืนมา
“เอ๋อจือ เอ๋อจือ เอ๋อจือ!!!”
จากนั้นมันรีบนำห่อกระดาษที่ห่อด้วยผงทองคำป้อนเข้าไปในปากของชายกลางคนที่ถูกเรียกว่า ‘เอ๋อจือ’
หลี่หยางมองดูชายชราที่กำลังช่วยเหลืออยู่ราวๆครึ่งชั่วยาม เอ๋อจือค่อยๆลืมตา มันมองไปที่หลี่หยางและพวกด้วยแววตาดุร้าย
ชายชรารีบกล่าวห้าม “เอ๋อจือ ลูกอย่าได้เสียมารยาทกับผู้มีพระคุณ”
หลี่หยางทวนคำพูดของอีกฝ่าย “ผู้มีพระคุณ??”
ชายชรากล่าว “บุตรชายของข้าได้รับาเ็ภายในสาหัส หากไม่ได้กินฟันหนูทองที่บดละเอียดเป็ผงละก็ เข้าคงอยู่ได้อีกไม่เกินสามวัน”
เอ๋อจือ พยายามโค้งศีรษะให้แก่อีกฝ่าย “ผู้มีพระคุณ ขออภัยที่ล่วงเกิน”
‘ล่วงเกินงั้นรึ?? หากจิ้นอวี่ไม่ดึงข้าไว้ ข้าได้ตายไปแล้ว!!’ แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่หลี่หยางก็ไม่ได้ระบายโทสะออกมา มันปั้นหน้าด้วยรอยยิ้ม จมูกของมันได้กลิ่นของภารกิจต่อเนื่อง
“ไม่เป็ไร ทุกคนเข้าใจผิดกันได้ แต่จากท่าทางหวาดระแวงต่อคนแปลกหน้าของท่าน คงจะไม่ได้ไปสร้างศัตรูที่ไหนมาใช่หรือไม่??”
เอ๋อจือพยักหน้าขึ้นลง มันกำลังจะกล่าวตอบ หากแต่เอ่ยได้เพียงครึ่งค่ำก็สลบไป
ชายชรารีบดูอาการของบุตรชาย “อาการาเ็ของเขา ไม่ควรใช้กำลังภายใน แต่ด้วยสติที่หวาดระแวงทำให้เขาฝืนใช้กำลังภายในโจมตีพวกท่าน
เวลานี้ร่างกายบอบช้ำ จำเป็ต้องรักษาด้วยรากไม้ที่ไม่ถูกแสงและขี้ค้างเคา พ่อหนุ่มข้าไม่สามารถทิ้งบุตรชายไว้คนเดียวได้ เ้าช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่??”
หลี่หยางแทบจะดีดนิ้วให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า อย่างที่มันคิดไว้ ‘เป็เควสต่อเนื่องจริงๆ’
หลี่หยางตบปากรับคำอย่างรวดเร็ว “ข้าจะไปหาสองสิ่งนั้นได้จากที่ใด??”
ชายชราตอบ “ทางทิศเหนือของหมู่บ้านมีถ้ำหินเหล็ก รากไม้ที่ไม่ถูกแสงและขี้ค้างคาว หาได้จากในถ้ำนั้น
แต่จงระวังค้างคาวให้ดี พวกมันไม่ถูกกับมนุษย์ พวกมันตัวเดียวอาจไม่เป็อันตราย แต่การโจมตีของฝูงค้างคาวอาจทำให้เ้าาเ็ได้”
เมื่อหลี่หยางได้ข้อมูลแล้ว มันบอกลาชายชราและมุ่งหน้าไปยังถ้ำหินเหล็ก
“ถ้ำหินเหล็ก คือถ้ำที่ข้าไปขุดหินเหล็กมาทำป้ายสลักชื่อสินะ” หลี่หยางพึมพำ
จิ้นอวี่ส่ายหน้า “ไม่ใช่เ้าขุด ข้าขุดต่างหาก”
หลี่หยางไม่ได้กล่าวต่อ มันหันไปถามต้าเสี่ยว “เ้าเคยต่อสู้กับค้างคางไหม??”
อีกฝ่ายพยักหน้าพร้อมกล่าว “ข้าน้อยเก็บระดับจากสัตว์ร้ายรอบๆหมู่บ้าน ค้างคาวในถ้ำหินเหล็กก็เคยต่อสู้มาบ้าง พวกมันดุร้ายเมื่ออยู่รวมกลุ่ม แต่พวกมันก็กลัวไฟเป็อย่างมาก
ข้าน้อยคิดว่า เราควรหาไม้มาทำคบเพลิง แค่ไล่พวกมันออกไปและเก็บสิ่งของที่้า ไม่น่าจะยากเย็นอะไร ”
ได้ยินเช่นนั้น หยางหลี่หยางยกยิ้มให้กับสหายทั้งสอง “ดีละ งั้นข้าฝากพวกเ้าสองคนด้วยแล้วกัน”
จิ้นอวี่รู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร มันรีบกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเชิงประชด “ไม่มีปัญหาเลยนายน้อยของข้า บ่าวจะรีบไปหารากไม้ที่ไม่ถูกแสงและขี้ค้างคาวมาให้นะขอรับ”