่บ่ายที่แสนสงบสุขภายในป่าล่องนภา
เด็กน้อยปิงหยวนตอนนี้นั้น ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเืของกวางน้อย เค้าหันมองมีดที่ตรงลงพื้น สลับกับคอของกวางที่ตอนนี้เืของมันก็ยังไหลมาอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าที่จะหยุด
“ เ้าไปล้างร่างกายของเ้าก่อน ” จักพรรดิ์ฉีิพูดพร้อมยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เด็กน้อยปิงหยวน
เมื่อเด็กน้อยปิงหยวนรับเสื้อผ้าไปเค้าก็ได้เดินแบบเหม่อลอยไปล้างตัวที่แม่น้ำหฤทัยคนเดียว ภายในใจยังคงฉุกคิดว่าสิ่งที่ทำมันดีแล้วจริงหรือ
จักพรรดิ์ฉีิเห็นดังนั้น ก็ไม่ได้ว่าอะไรการเตรียมใจก็เป็สิ่งสำคัญของผู้ฝึกตน นี้ก็ถือว่าเป็การฝึกเพื่อให้จิตใจได้เข็มแข็งขึ้น โลกแห่งการฝึกตนเทียนหยุนนี้มันโหดร้าย ถ้าเ้าไม่แข็งแกร่งเ้าก็จะถูกผู้แข็งแกร่งกลืนกิน
เมื่อเด็กน้อยปิงหยวนได้เดินกลับมา
“ เ้าว่าพวกเราทำถูกต้องหรือไม่ ? ”
จักพรรดิ์ฉีิกล่าวถามเด็กน้อยปิงหยวน
“ ข้าไม่รู้ ”
“ แล้วเ้าว่ามันถูกต้องหรือไม่ที่ท่านปู่ของข้าและท่านพ่อของเ้าถูกสัตว์อสูรหมาป่าทมิฬสังหาร ” จักพรรดิ์ฉีิกล่าวถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแฝงความโศกเศร้าไว้
ปิงหยวนเงียบไปชั่วคราวก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้ากลับมาเช่นกัน
“ มันไม่ถูกต้องท่านพ่อของข้าและท่านปู่ฉีหนานไม่ได้ทำอะไรผิดเลย !!! ”
“ งั้นการที่เราฆ่ากวางตัวนี้ มันก็ไม่ถูกต้องเหมือนกันงั้นสินะ เพราะกวางตัวนี้มันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ? เหมือนกัน ” จักพรรดิ์ฉีิกล่าวตอบ
เด็กน้อยปิงหยวนไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเค้าทำได้เพียงพยักหน้าตอบ
“ เ้าพูดถูกอย่าง และผิดอย่าง ”
“ ไม่ว่าจะเป็ท่านปู่ฉีหนานท่านพ่อของเ้าและกวางตัวนี้ล้วนไม่มีความผิดที่ควรจะถูกสังหารและตกตายลงไป แต่ถ้าถามว่ามันถูกต้องหรือไม่ ข้าจะต้องบอกให้เ้าเข้าใจว่าโลกแห่งการฝึกตนนั้นมันโหดร้าย ถ้าเ้าไม่แข็งแกร่งเพียงพอเ้าจะไม่มีวันถูก ถูกต้องไม่ถูกต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง ”
“ เมื่อเ้าแข็งแกร่งต่อให้เ้าชี้ดำและบอกว่ามันเป็ขาวมันก็จะไม่มีใครกล้าเถียงเ้า ถ้าเ้าบอกว่าขวามันจะไม่มีใครกล้าไปทางซ้าย ถ้าเ้าไม่พอใจต่อให้ฆ่าล้างโครตตระกูลของมัน มันยังจะแทบมากราบไหว้ขอบคุณเ้าเลยด้วยซ้ำ ”
แม้ตอนนี้จักพรรดิ์ฉีิจะพูดต่อแต่เด็กน้อยปิงหยวนก็ยังคงนิ่งเงียบ
“ เ้ามาช่วยข้าทำอาหาร ” จักพรรดิ์ฉีิยื่นมีดเล่มเดิมให้กับเด็กน้อยปิงหยวน
หลังจากทั้งคู่ทำอาหาร่บ่ายกินเสร็จก็ได้แยกย้ายฝึกต่อไป
เด็กน้อยปิงหยวนเมื่อได้แยกมาฝึกคนเดียวก็ได้คิดไตร่ตรองในคำพูดของจักพรรดิ์ฉีิ ก่อนจะเริ่มเข้าใจ
“ ข้าต้องรีบแข็งแกร่ง ” เค้ายอมรับในคำพูดของพี่ชายฉีิของเค้าทุกอย่างที่ท่านพี่พูดมันคือเื่จริง ที่ท่านปู่ของพี่ชายเค้ารวมทั้งท่านพ่อของเค้าล้วนตกตายลงเพราะความแข็งแกร่งน้อยกว่าเ้าสัตว์หอสูรหมาป่าทมิฬตัวนั้น กวางนั้นก็เหมือนกันต่างฝ่ายต่างต้องสังหารเพื่อการมีชีวิตรอดของกันและกัน ถ้าแข็งแกร่งจะเป็ผู้ล่าถ้าอ่อนแอก็จะเป็ผู้ถูกล่า
บ่ายจนค่ำเด็กน้อยปิงหยวนได้ฝึกทักษะทั้ง 2 แบบไม่หยุดพัก เมื่อถึงเวลานอนเค้าก็ได้หาต้นไม้โบราณสักต้นเพื่อนอน
จักพรรดิ์เห็นอย่างนั้นเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร
การฝึกเป็อย่างนี้ต่อไป
่เช้าจักพรรดิ์ฉีิจะแสดงทักษะทั้ง 2 ให้เด็กน้อยปิงหยวนดูเพื่อเป็ตัวอย่างในการทำความเข้าใจทักษะได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นก็จะแยกกันฝึก ส่วน่เที่ยงจักพรรดิ์ฉีิจะออกไปหาสัตว์มาเพื่อให้เด็กน้อยปิงหยวนเคยชินต่อการล่าสังหารสิ่งมีชีวิต แล้วั้แ่บ่ายจนค่ำทั้งคู่ก็จะแยกย้ายกันฝึกต่อไปอีกครั้งเมื่อตกดึกก็จะหานอนตามใต้ต้นไม้โบราณ
3 สัปดาห์ผ่านไป
บริเวณป่าล่องนภาข้างแม่น้ำหฤทัยตอนเช้าที่แสนสดใสพระอาทิตย์อัสดงส่องแสงแดดมาอ่อนๆ
วันนี้เมื่อจักพรรดิ์ฉีิกำลังจะแสดงทักษะการต่อสู้ ทั้ง 2 ให้ปิงหยวนดูเหมือนทุกวัน
“ ท่านพี่ฉีิของรับวันนี้ท่านไม่ต้องแสดงทักษะการต่อสู้ทั้ง 2 ให้ข้าดูแล้วขอรับ ”
เด็กน้อยปิงหยวนพูดก่อนจะเคลื่อนที่ด้วยความไวทิ้งร่างเงาไว้ 1 ร่างหน้าต้นไม้โบราณต้นหนึ่งก่อนที่ตัวเค้าจะไปปรากฎเบื้องหน้าจักพรรดิ์ฉีิ
“ ทักษะเคลื่อนดุจเงา ขั้นฝึกหัด ไม่เลว !!! ”
เมื่อจักพรรดิ์เห็นดังนั้นเค้าก็รู้สึกพอใจ ขึ้นมามากการที่เค้าให้ระยะเวลา 1 เดือนเค้ามองว่ามันก็ท้าทายแล้วสำหรับเด็กชนบทที่ไม่เคยออกไปเห็นโลกกว้าง ทรัพยาการการฝึกตนก็ไม่มี แม้จักพรรดิ์ฉีิจะอยากสร้างเม็ดโอสถเพื่อพัฒนาทักษะให้แก่เด็กน้อยปิงหยวนโดยเร็วแต่เนื่องจากสิ่งของที่เป็อุปกรณ์หลักอย่างเตาหลอมนั้นเค้าไม่สามารถหาได้จริงๆ
ความรู้สึกพึงพอใจของจักพรรดิ์ฉีิยังไม่ทันได้หายดี ปิงหยวนที่มาปรากฎเบื้อหน้าจักพรรดิ์ฉีิ ก็ได้ยื่น 1 นิ้วชี้หันมาทางจักพรรดิ์ฉีิ
“ ทักษะดัชนีฟ้าคราม ขั้นฝึกหัด เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ”
จักพรรดิ์ฉีิใช้ฝ่ามือเข้าไปรับ 1 ดัชนีของเด็กน้อยปิงหยวนและด้วยความที่เด็กน้อยปิงยังไม่สามารถเข้าถึงขั้นรวบรบมปราณได้พลังของเด็กกน้อยที่ถูกปล่อยออกมาอยู่ที่ 5-10 กิโลเมื่อ *2 จากวิชาดัชนีฟ้าครามจะอยู่ที่สูงสุด 20 กิโลเท่านั้นทำให้จักพรรดิ์ฉีิที่มีระดับพลัง 400 กิโล รับได้อย่างสบาย
*ทักษะการต่อสู้ถูกแบ่งเป็ 2 ประเภท
1. ทักษะประเภทที่ต้องใช้พลังปราณช่วยเหลือในการฝึกฝนและใช้งาน ยกตัวอย่าง เช่น ทักษะกายาแปรเปลี่ยน ของจักพรรดิ์ฉีิเนื่องจากต้องเปลี่ยนรูปกายรวมทั้งกลิ่นอายของตนจึงต้องบรรลุขั้นรวบรวมปราณก่อนถึงสามารถฝึกฝนและใช้งานได้
2. ทักษะประเภทที่ไม่ต้องใช้พลังปราณ ยกตัวอย่างเช่น ทักษะเคลื่อนดุจเงาและทักษะดัชนีฟ้าคราม
ตอนนี้ตัวเค้าเองก็อดที่จะชื่นชมปิงหยวนออกมาไม่ได้ ตัวเค้ารู้ดีว่ามันยากแค่ไหนในการฝึกฝนทักษะทั้ง 2 ทักษะ แต่ปิงหยวนกลับทำมันออกมาได้ดี ตัวของจักพรรดิ์ฉีิไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านั้นเป็เพราะคำพูดของเค้าเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนทำให้เด็กน้อยปิงหยวนนั้นกระหายความแข็งแกร่งโดยไว
“ ตอนนี้เ้าสามารถฝึกฝนทักษะได้สำเร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเรา 2 คนจะกลับชุมชนกวางกัน ”
“ แต่ก่อนกลับข้าจะให้ 1 ภารกิจแก่เ้าก่อน ”