ในที่สุดวันทำงานวันแรกก็มาถึงภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีดำและน้ำตาล ให้บรรยากาศเรียบหรู ผมข่มความประหม่าแล้วไปยืนด้านหน้าพนักงานทุกคน ภาพที่เข้ามาในสายตาคือทุกคนที่สวมเครื่องแบบสีดำเหมือนผม และกำลังมองมาทางนี้
“ทุกคน นี่ทานากะมินาโตะคุง เขาจะเข้ามาทำงานั้แ่วันนี้ มาพยายามไปด้วยกันนะ”
“เอ่อขอฝากตัวด้วยครับ”
ผู้จัดการร้านแนะนำผมให้พนักงานคนอื่นๆผมประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ก้มศีรษะทักทายทุกคน
“จะให้ใครสอนงานทานากะคุงดี...อ้อ งั้นขอให้คุณฮิอิรางิช่วยได้ไหม อายุใกล้เคียงกัน น่าจะคุยกันง่ายนะ”
“...รับทราบค่ะ”
คุณฮิอิรางิเหมือนจะเป็คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม
เธอมีผมหน้าม้ายาวปรกตาปากเม้มแน่น สวมแว่นกรอบบาง ความรู้สึกเมื่อมองแวบแรกคือ เป็เด็กผู้หญิงที่ดูจืดๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะฉันชื่อฮิอิรางิ เรนะ ฝากตัวด้วยค่ะ”
วิธีการพูดที่เ็าเล็กน้อยเหมือนตั้งกำแพงใส่ทำให้รู้สึกได้ว่าเธอกำลังระแวดระวังผมไม่ชอบใจนิดหน่อย แต่เอาเถอะ เจอกันครั้งแรกแถมยังเป็เพศตรงข้ามจะถูกระแวงก็เป็เื่ที่ยอมรับได้
ยิ่งกว่านั้นผมรู้สึกสะดุดกับชื่อเธอเพราะผมเคยได้ยินชื่อเรนะมาก่อน ที่โรงเรียนของผมมีผู้หญิงชื่อไซโต เรนะเธอเป็คนดังจนไม่น่ามีใครไม่รู้จัก ในฐานะสาวสวยอันดับหนึ่งของโรงเรียน ผมเองก็ไม่ค่อยรู้แน่ชัดแต่ไซโตนั้นมีรูปร่างหน้าตางดงามจนแค่เธอมีตัวตนอยู่ก็โดดเด่นมากเพียงแค่เดินผ่านก็ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ทันที
เธอมีเส้นผมสีดำขลับที่เปล่งประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงดวงตาสองชั้นกลมโต สันจมูกได้รูปสวยเหมือนภาพแกะสลักริมฝีปากนุ่มนิ่มแดงฉ่ำเหมือนผลไม้ และผิวขาวเนียนละเอียดสรุปก็คือเธอเป็เด็กสาวผู้งดงามเปี่ยมเสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักทันทีที่มอง
ผมใเล็กน้อยที่เธอมีชื่อเหมือนกับตัวตนเช่นนั้นแต่คนชื่อนี้ก็มีมากมายอยู่แล้ว จะเจอคนชื่อเหมือนบ้างก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรความรู้สึกแปลกๆ จึงหายไปอย่างรวดเร็ว
“ฝากตัวด้วยเช่นกันครับ”
พอผมสบตาแล้วโค้งศีรษะให้แต่เธอก็หันขวับหลบสายตาทันที แม้จะคิดว่าการหวาดระแวงไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรแต่ถ้าถูกเว้นระยะห่างมากเกินไป อาจจะทำงานด้วยยากผมจึงกังวลเล็กน้อยว่าวันข้างหน้าจะเป็อย่างไร
“...ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่นเริ่มจากวิธีต้อนรับลูกค้า...”
คุณฮิอิรางิแนะนำงานให้ผมทีละอย่างเธออธิบายได้อย่างเป็ระเบียบและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด พอถามคำถามในส่วนต่างๆที่จำยาก เธอก็ตอบให้จนกระจ่าง แม้เ็าไปบ้าง แต่เธอดูจะทำงานได้เรียบร้อยดีผมก็โล่งใจที่ตัวเองน่าจะจำรายละเอียดงานพิเศษนี้ได้อย่างราบรื่น
อาจจะสนิทสนมกันไม่ได้แต่ก็น่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ดี
การปลอมตัวทำงานพิเศษของผมจึงเริ่มขึ้นด้วยการพบเจอกับเด็กสาวแว่นที่นิสัยเ็าอยู่สักหน่อยคนนี้
◆◆◆
“เอาละคาบโฮมรูมวันนี้เลิกได้”
“นักเรียนทั้งหมดยืนขึ้นเคารพ นั่งลง”
เวลาผ่านไประยะหนึ่งั้แ่ผมเริ่มทำงานพิเศษวันนี้ชีวิตหนึ่งวันในโรงเรียนก็สิ้นสุดลงอีกครั้ง ผมลอบถอนหายใจอยู่ภายใน
ในระหว่างที่เก็บตำราจากโต๊ะเรียนกลับเข้ากระเป๋าเป้พลางนึกปลอดโปร่งที่ชั่วโมงเรียนได้จบสิ้นเสียที คาซุกิก็เข้ามาใกล้
“หลังจากตอนนั้นนายเป็ยังไงบ้าง งานพิเศษไปได้ดีไหม”
“ก็ดีนะไปได้ดีอยู่ อย่างที่คาซุกิบอกเลย ร้านนั้นไม่มีนักเรียนม.ปลายมาสักคนตอนนี้ก็เลยทำงานได้อย่างสบายใจ เป็ที่ที่ดีจริงๆ นั่นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วดีใจที่ได้แนะนำนะ แล้วยังไงต่อ มีสาวน่ารักบ้างไหม”
“...เฮ้อนายนี่นะ”
กำลังจะมองหมอนี่เป็คนดีขึ้นแล้วเชียวมาสะดุดเอาตรงคำนี้แหละ ผมเอือมระอาจนพูดไม่ออก พอผมเผลอส่งสายตาเ็าไปให้เขาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเหมือนจะแก้ต่างให้ตัวเอง
“ไม่เอาน่าเื่มีสาวน่ารักหรือเปล่านี่สำคัญนะ มินาโตะอาจจะเกิดความรักผลิบานขึ้นมากับเขาบ้างก็ได้ที่ให้นายไปทำงานที่นั่นส่วนหนึ่งก็เพราะคาดหวังเื่นี้แหละ”
“ไม่มีทางหรอกคนอายุพอๆ กันมีแค่คนเดียว ที่เหลืออายุมากกว่าหมดเลย”
เท่าที่ทำงานมานอกจากคุณฮิอิรางิก็ไม่เจอวัยรุ่นคนอื่นเลยสาเหตุหนึ่งคงเป็เพราะกลุ่มอายุของลูกค้าร้านนั้นค่อนข้างสูงด้วย แต่ผมก็เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานยังมีคนที่เข้างานคนละเวลาอยู่อีก อาจจะมีวัยรุ่นอยู่ก็ได้
ผมแค่พูดไปอย่างนั้นเองแต่คาซุกิกลับตื่นตัวกับคำพูดนั้น เขาถามต่อด้วยแววตาเป็ประกาย
“โอ้ดีเลยนี่ คนที่อายุพอกันนั่นเป็ยังไงบ้าง น่ารักไหม ท่าจะไปกันได้ดีไหม”
“ไม่มีอะไรเป็พิเศษไม่น่าจะมีั้แ่แรกด้วย ทางนั้นเป็คนระแวดระวังแล้วก็ทำตัวเ็าใส่ฉันพอดูน่ะ”
เ้าหมอนี่ชอบเื่รักๆใคร่ๆ เสียจริง ผมให้คำตอบด้วยความเหนื่อยหน่ายกับคาซุกิที่กัดไม่ปล่อย
ยังไงผมก็ใช้ชีวิตแบบไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่รักใคร่หรือผู้หญิงที่ไหนมาั้แ่แรกอยู่แล้วสิ่งที่คาซุกิคาดหวังคงไม่มีวันเกิดขึ้นแน่
ยิ่งเป็คุณฮิอิรางิแล้วยิ่งไม่มีทางเข้าไปใหญ่ดูจากตอนทำงานแล้วเธอไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นๆ ด้วย หลังจากนี้ก็คงไม่มีทางสนิทสนมขึ้นมากกว่านี้หรอก
“นายได้ทำตัวเป็มิตรหรือเปล่าอุตส่าห์แปลงโฉมจนหล่อเท่ทั้งที ถ้าทำตัวเป็มินาโตะอยู่เหมือนเดิมก็ไม่แปลกที่จะถูกระแวงนะ?เพราะอย่างนี้ไงนายถึงเพื่อนน้อย”
“หนวกหูน่าฉันก็ทำตามที่นายบอกทุกอย่างแล้ว แค่ยิ้มประจบกับชวนคุยก่อนให้พอดีๆ ใช่ไหมล่ะแต่มันก็ทำให้คุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ระดับหนึ่งแหละนะ รู้สึกขอบคุณอยู่หรอก”
“ฮะๆๆดีแล้วละ แต่น่าเสียดายจังนึกว่าการพบเจอในที่ทำงานพิเศษจะทำให้ความรักของมินาโตะได้ผลิบานแล้วอยากคุยเื่ความรักกับมินาโตะจังนะ...”
“แย่หน่อยนะเอาเถอะ ยังไงก็ต้องขอบคุณงานพิเศษแหละที่ทำให้ได้คนรักเป็หนังสือตั้งหลายเล่ม”
“เ้าคนหลายใจ”
“ไม่ใช่แล้ว”
ผมตบมุกไร้สาระของคาซุกิพลางคุยเื่อะไรแบบนั้น แล้ว่เวลาหลังเลิกเรียนก็ผ่านไป
‘ให้ตายเถอะเ้านั่น...’
เหมือนคาซุกิจะมีเดตกับผู้หญิงที่ไหนสักคนระหว่างรอเลยฆ่าเวลาด้วยการมาคุยกับผม พอถึงเวลาเขาก็จากไปด้วยท่าทีสนุกสนาน
แม้จะคิดว่าเขาเ้าชู้จังแต่สำหรับผมที่ไม่เคยมีคนที่ชอบเลยสักครั้งก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดหน่อยคนมักคิดว่าพวกหนอนหนังสืออย่างผมจะไม่สนใจชาวบ้านเลยทั้งที่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป ผมสนุกที่ได้พูดคุยกับคนอื่นตามปกติแล้วก็สนใจเื่ความรักด้วย
แต่ช่วยไม่ได้ที่การอ่านหนังสือมันสนุกเกินไปตอนนี้คงยังหาแฟนไม่ได้
อืมหนังสือที่น่าหลงใหลเกินไปนั่นแหละผิด ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย
ตอนนี้ก็พอใจที่มีหนังสือเป็คนรักไปก่อนแล้วกันผมคิดไปเดินไป
“อะไรน่ะ”
สมุดจดสีน้ำเงินเข้มเล่มเท่าฝ่ามือตกอยู่ข้างทางพอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็สมุดเล่มเล็กที่เป็บัตรประจำตัวนักเรียนของโรงเรียนผม สภาพมันยังสวยงามปกไม่มีรอยเลย ทำให้เดาได้ง่ายๆ ว่ามีใครทำตกไว้ จะเมินเฉยก็รู้สึกผิดทั้งยังสงสัยเล็กน้อยด้วย ผมจึงเก็บสมุดขึ้นมาเปิดดูข้างใน
‘ไซโต เรนะวัน เดือน ปีเกิด 28 พฤศจิกายน ปี 2003’
ในแวบแรกสายตาของผมพุ่งไปยังวันเกิดที่เป็วันเดียวกับผมแต่คนละเดือนทว่าก็ถูกชื่อเ้าของสมุดดึงดูดความสนใจกลับมาในทันทีชื่อที่ระบุไว้ในสมุดเล่มนี้เป็ชื่อของคนดังคนนั้น
‘ทำยังไงดี...’
ผมกุมขมับอย่างคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับสมุดเล่มนี้ในเมื่อเก็บมาแล้วก็ควรนำไปคืนเ้าของ แต่น่าเสียดายตรงที่ผมไม่กล้าพอจะเข้าไปคุยกับเธอถึงห้องเรียนนี่สินึกภาพออกเลยว่าแค่เข้าไปคุยด้วย ความสนใจจะพุ่งมาขนาดไหน ให้ตกเป็เป้าสายตาแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก
แวบหนึ่งก็คิดจะฝากให้คาซุกินำไปคืนอยู่หรอกแต่เ้านั่นต้องฉวยโอกาสนี้ตีสนิทกับไซโตแน่นอน หมอนั่นอาจจะเป็คนดีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่คนที่ควรจะให้เข้าใกล้ผู้หญิงเท่าไรถึงผมจะแทบไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเธอคนนั้นแต่ยังไงก็ละอายเกินกว่าจะส่งคนแบบเ้านั่นไปหาเธอ เพราะฉะนั้นก็มีแต่ต้องนำไปคืนเองแล้ว
แต่ว่าเื่นั้นแหละที่ยุ่งยาก“เฮ้อ...” ผมเผลอถอนหายใจเธอมีชื่อเสียงเื่ความไม่เป็มิตรเสียด้วย เดาได้ง่ายๆเลยว่าถ้าเข้าไปคุยต้องถูกปฏิบัติด้วยอย่างเ็าแน่นอนชักจะกลัววันพรุ่งนี้แล้วสิ
หลังเลิกเรียนในวันถัดมาผมรอไซโตอยู่แถวตู้เก็บรองเท้า ตอนเลิกเรียนคงไม่มีใครมาคอยมองเท่าไร โอกาสตกเป็ข่าวลือน่าจะน้อยกว่าหลังจากรอสักพักเธอก็ปรากฏตัว
เส้นผมยาวสยายสีดำขลับเปล่งประกายและความงดงามที่ดึงดูดสายตา ทำให้รู้ว่าเป็เธอได้ในทันทีที่เห็น ผมเคยเห็นจากที่ไกลๆมาหลายครั้งแล้วก็จริง แต่พอมองใกล้ๆ แล้วความน่ารักของเธอยิ่งโดดเด่นเป็เท่าตัวรูปลักษณ์อันยอดเยี่ยมทำให้แค่เธอก้าวขาเดินก็สะกดสายตาผู้คนได้สมกับเป็อันดับหนึ่งของโรงเรียน
“ขอเวลาหน่อยได้ไหม”
ผมส่งเสียงเรียกเมื่อเธอกำลังจะเดินผ่านหน้าผมไปโดยไม่แม้แต่ชายตามองดวงตาสองชั้นกลมโตจึงหันมาทางผม ถ้าเธอยิ้มสักหน่อยคงมีเสน่ห์จนใครต่อใครพากันลุ่มหลงเป็แน่
แต่ตอนนี้เพราะถูกเรียกกะทันหันทั้งยังจากคนที่ไม่เคยข้องแวะด้วยมาก่อน แก้วตาดำขลับจึงฉายแววระแวดระวังเล็กน้อย
“...มีอะไรเหรอคะ”

จากคำพูดเ็าที่ทำเอาเหน็บหนาวไปจนถึงกระดูกดำนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังตั้งกำแพงชนิดที่ไม่ยอมให้เข้าใกล้แม้แต่นิดเดียว ท่าทีนั้นทำผมเสียความรู้สึกเล็กน้อยแต่เธอถูกคนแปลกหน้าเรียกกะทันหันแบบนี้ จะเพิ่มความระวังตัวขึ้นมาก็เป็เื่ที่เข้าใจได้
เธออาจจะคิดว่าผมมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือมารอสารภาพรักก็ได้ ถึงจะโดนเข้าใจแบบนั้นก็ไม่เป็ไรเพราะผมแค่มาส่งสมุดคืนให้ แต่ก็ควรรีบจัดการให้จบเร็วๆ ดีกว่าสินะ
“เอ้า นี่เธอน่าจะทำตกไว้”
ผมก็ไม่ได้คิดจะข้องเกี่ยวกับเธอมากนักเหมือนกัน แล้วก็ไม่อยากถูกมองว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงด้วยผมจึงพูดห้วนๆ อย่างไม่ใส่ใจนักแล้วดันสมุดประจำตัวนักเรียนไปให้ ไซโตเห็นดังนั้นก็หลุดอุทานออกมาเบาๆ
“เอ๊ะ...”
ดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างใบหน้าที่เคยไร้อารมณ์มีร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้น เธอกะพริบตาถี่ๆตัวแข็งทื่อ
“แค่เอานี่มาคืนเฉยๆไปละ”
ผมมุ่งหน้าไปทางประตูโรงเรียนด้วยความโล่งใจที่คืนของได้ราบรื่นดีเท่านี้ก็เสร็จธุระแล้วผมรีบเดินสับเท้าออกจากตรงนั้นก่อนที่ไซโตจะทันได้ขยับปากพูดอะไร
แค่คืนของที่ทำตกเท่านั้นเองจะขาดความสุภาพไปสักหน่อยก็คงไม่มีใครมาบ่นว่าอะไรหรอก ผมคิดขณะที่เร่งฝีเท้าเดินออกจากโรงเรียนยังไงก็ไม่มีเื่ให้ไปข้องเกี่ยวกันอีกแล้วเื่บังเอิญแบบนี้ไม่ใช่จะเกิดขึ้นบ่อยๆ ตัวผมเองก็ไม่อยากตกเป็จุดสนใจด้วยเื่ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกันก็จบแค่นี้ วันนั้นผมกลับบ้านด้วยความคิดเช่นนั้น จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ง