ตราบุญกลับเข้าบ้านในค่ำของวันเดียวกัน...เขาเดินเบาเงียบกริบราวกับเป็นผู้บุกรุกไฟกลางโถงนั้นดับหมดทุกดวงจึงมีแต่ความสงบและความมืด...เข็มแดงเห็นทุกท่วงท่าของผู้เป็นสามีเขาไม่เหลียวมองทางใดเลยนอกจากบันไดที่ทอดสูงขึ้นชั้นบน
หล่อนนิ่งงันอยู่ในเงามืด...ท่าทางสงบทั้งที่ใจลึกๆนั้นไม่ต่างจากผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็นวงเพราะแรงกระทบของก้อนหิน
การเฝ้าดูของหล่อนสิ้นสุดลงเมื่อตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดไฟจนสว่างโร่ผู้เป็นสามีหยุดเท้ากึกหันขวับกลับมามองยังชั้นล่างขณะก้าวไปถึงขั้นบนสุดพอดี
“ยังไม่นอนอีกรึไง”
มันคงเป็นคำทักทายแบบเสียไม่ได้เพราะเขาถามออกมาโดยไม่รอฟังว่าหล่อนจะตอบกระไรเสียด้วยซ้ำ ถามเสร็จก็เดินลิ่วๆไปยังห้องนอนที่ใช้พักผ่อนกายาตั้งสิบกว่าปีหล่อนจึงเดินตามขึ้นมาถึงหน้าห้องพบว่าเขากำลังสอดหมอนหนุนไว้แนบลำตัวและถือผ้าห่มผืนใหญ่ม้วนลวกๆไว้ในวงแขน
“นั่นคุณจะขนหมอนกับผ้าห่มไปไหน”
เขาถอนหายใจแรงๆ...จึงรู้ว่าเขาไปดื่มสุรามาตามเคย
“ไปนอน”
“จะไปนอนที่ไหน”
หล่อนเคยคิดว่าสามีภรรยาที่แต่งงานกันทุกคู่...ไม่เคยมีคู่ไหนที่ไม่ทะเลาะกันสักรายเดียวแต่การมีปากมีเสียงกันนั้นไม่ควรจะปล่อยให้เวลาล่วงผ่านข้ามวันข้ามคืนแต่นี่หล่อนกับเขาทะเลาะกันสามวันดีสี่วันไข้มาพักใหญ่แถมยังปล่อยให้ทะเลาะกันนานข้ามคืน
นานจนใจหายเมื่อได้ยินคำตอบจากปากเขา
“ผมว่าเราควรจะแยกห้องนอนกันสักพัก”
//////////////////////////////////////
ผู้หญิงที่นั่งประจันหน้าระหว่างกันอยู่ที่โซฟาคือ ‘ชนวน’ ระเบิดที่สามารถทำลายครอบครัวของเข็มแดงในพริบตาหล่อนเคยคิดเช่นนั้นตั้งแต่ห้าปีก่อนที่จับได้ว่าสามีของตัวเองนอกใจจนถึงขั้นหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นและปักใจเชื่อตลอดมาว่าผู้หญิงที่คิดแย่งสามีคนอื่นได้อย่างหน้าชื่นตาบานจะต้องเข้าข่ายประเภทรักจะปีนต้นงิ้วไปตลอดชีวิต
แต่นี่กระไร...หล่อนผู้ที่ชื่อว่า ‘เลอดาว’ยังคงยิ้มแย้มกลับมาเสมอเป็นมิตร
เลอดาวต้อนรับหล่อนดิบดีเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองทั้งที่บอกแต่แรกแล้วว่าหล่อนคือใครชื่ออะไร แล้วมาด้วยเรื่องอันใด แต่เลอดาวกลับทำหน้าที่เจ้าของบ้าน หาน้ำหาท่าพร้อมกับของว่างมาเสิร์ฟ
“ทำไมคุณถึงเปิดประตูให้ฉันเข้ามาข้างในคะ” เข็มแดงอดถามไม่ได้
“ก็คุณมาดีนี่คะ”
“หมายความว่าถ้าฉันมาหาเรื่องคุณก็คงไม่เชื้อเชิญให้ฉันเข้ามานั่งข้างในนี้ใช่ไหม”
“แน่นอนค่ะ คงไม่มีใครอยากให้คนที่เกลียดเราเข้ามาในบ้าน ถ้าเราเห็นคนๆนั้นถือมีดถือปืนติดมาด้วยแต่นี่คุณมาตัวเปล่า...มาอย่างเป็นมิตร”
“ฉันอาจซ่อนอาวุธไว้ในกระเป๋าก็ได้”
ครานี้เลอดาวจึงหัวเราะน้อยๆพลางสัพยอก “คนที่คิดจะฆ่าจะแกงต่อให้ตีหน้าซื่ออ่อนต่อโลก...แต่เชื่อไหมคะ แววตาของคนๆนั้นมันเก็บไม่มิดหรอกค่ะพอดีฉันเห็นแววตาของคุณมันบอกความรู้สึกอย่างอื่น”
ใจที่เคยโกรธเกลียดของเข็มแดงหล่นหาย...มีความรู้สึกบางอย่างในแง่บวกแทรกซึมเข้ามา
ในตอนนี้เอง เข็มแดงจึงเริ่มพินิจทั้งหน้าตา ท่าทางรวมถึงลักษณะนิสัยอย่างผิวเผินของผู้หญิงตรงหน้า...หากมองเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวของเลอดาวเห็นได้ชัดว่าคือผู้หญิงเปรี้ยวคนหนึ่งของยุคสมัย ผมหยิกดัดฟูนั้นเป็นเอกลักษณ์การแต่งหน้าก็เฉี่ยวสมกับเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางเสื้อผ้าที่สวมก็ทันสมัยนิยมช่วยเสริมบุคลิกภาพอย่างนี้กระมังที่ทำให้สามีของหล่อนถึงกับติดเนื้อต้องใจมาหลายปี ต่างกับหล่อนที่ตอนนี้เริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัวทรงผมก็ตัดแต่งไม่ต่างจากคุณป้า แต่งตัวก็เชยล้าสมัย ใบหน้านั้นก็แสนจืดชืดธรรมดาช่างไร้แรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามทำให้คิดได้ว่าส่วนนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หล่อนถูกเมินในเรื่องเพศรสจากเขา
ความคิดของเข็มแดงถูกขัดเมื่อมือข้างหนึ่งของเลอดาวเอื้อมมาแตะที่ต้นขา
“กำลังคิดอะไรอยู่คะคุณเข็ม...ฉันเรียกตั้งนาน”
“ขอโทษค่ะฉันกำลังคิดว่าคุณดาวอ่านใจฉันออกหรือคะว่าฉันรู้สึกยังไงอยู่ในตอนนี้”
“ในแววตาคุณบอกชัดค่ะว่ามีเรื่องทุกข์ใจถ้าให้เดาก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสามีของคุณ”
เมื่อเปิดใจ...เข็มแดงจึงเล่าถึงตะกอนที่ตกค้างมานานตั้งหลายปีรวมถึงเหตุการณ์ในครอบครัวของตัวเองที่เพิ่งเกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังเป็นการเล่าที่หล่อนคิดว่ามันคือทางออกในการระบายและหวังผลว่าผู้ที่รับฟังอยู่ตรงหน้าจะเห็นอกเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันถ้าเกิดเลอดาวคิดจะคบชู้กับสามีของหล่อนจริงอย่างที่เข้าใจเสมอมาบางทีการมาหาของหล่อนในวันนี้อาจช่วยเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้บ้าง
ทว่าเล่าจบ สีหน้าของเลอดาวกลับไม่ได้เคร่งเครียดแต่อย่างใดกลับยิ้มน้อยๆพร้อมกับให้คำมั่นบางอย่างที่ลูกผู้หญิงด้วยกันสื่อสารกันได้ดี
“เชื่อใจฉันนะคะ ฉันจะไม่มีวันทำลายครอบครัวของคุณเข็มแน่นอน”
//////////////////////////////////////จบตอนที่ 15