ภพรพี (ปกชั่วคราว)

    รพีกับหมายศาล

         ภายในสำนักข่าวมีเดียไทม์ตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียโทรศัพท์ เสียงคีย์บอร์ด และเสียงพูดคุยดังระงมไปทั่วบริเวณ ผู้คนต่างพากันก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสืบหาข่าวใหม่ๆ มานำเสนอ

         ชานนท์นักข่าวน้องใหม่พึ่งมาทำงานได้ไม่กี่เดือน เขานั่งก้มหน้าจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน หน้าจอคอมของชานนท์เต็มไปด้วยเว็บข่าวหลายเว็บ มี๻ั้๫แ๻่ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงกระแสสังคมบนโซเชียลมีเดีย ดวงตากลมกวาดสายตาอ่านข่าวทุกบรรทัดอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้พลาดประเด็นสำคัญ

         “ชานนท์” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้ชานนท์หันหน้าไปมองยังต้นเสียง ชานนท์เจอเข้ากับชายหนุ่มวัย25ปี เขามีผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเรียว รูปร่างสูงเพียว อยู่ในลุคสบายๆ ด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสปอร์ตสีดำ จับคู่กับกางเกงยีนส์ ภายในมือเขาถือแก้วลาเต้ร้านโปรดของเขาอีกด้วย

         “ลาเต้ของนาย” เขาไม่พูดอะไรมากนัก มือเรียววางแก้วลาเต้ลงบนโต๊ะของชานนท์ ก่อนจะหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ของตัวเอง

         “ขอบคุณนะครับพี่รพี” ในทุกๆ วันรพีจะซื้อลาเต้มาให้ชานนท์เป็๲ประจำ เพราะเขาและชานนท์ทำงานทีมเดียวกัน ก็ไม่แปลกที่พวกเขาทั้งสองจะสนิทกัน ยิ่งทำงานด้วยกันยิ่งต้องอยู่ด้วยกันแทบทุกเวลาเลยก็ว่าได้

         “เออ ไม่ต้องขอบคุณ”

         “แล้วเป็๲ไงวันนี้มีข่าวอะไรน่าสนใจมั้ย” รพีหยิบไอแพดคู่ใจออกมา เสียงปลดล็อกหน้าจอดังขึ้นเบาๆ เขาเลื่อนนิ้วหาเว็บข่าวต่างๆ

         “ก็มีนะครับพี่ แต่ทีมอื่นเขาทำกันไปหมดแล้ว” ชานนท์ตอบพลางยื่นสมุดโน้ตเล่มเล็กให้อีกคนดู

         รพีพยักหน้า คิ้วขมวดเล็กน้อย เพราะสำนักข่าวที่พวกเขาทำงานกันอยู่เป็๲เพียงสำนักข่าวเล็กๆ ที่มีนักข่าวในสังกัดอยู่ไม่กี่คน เลยทำให้ทุกทีมต้องแข่งขันกันทำข่าวที่ดี เพื่อที่จะได้เป็๲หัวหลักของสำนักข่าว ไม่นานก็มีเสียงแจ้งเตือนมาจากไอแพดของรพี

         ติ้ง!

         ข้อความใหม่จากใครสักคนปรากฏขึ้นในช่องแชทของเขา รพีกดเปิดอ่านข้อความอย่างระมัดระวัง ตัวอักษรแต่ละตัวบนหน้าจอทำให้รพียิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

         “ชานนท์ไปกันเถอะ เราได้ข่าวแล้วบอกเลยว่าเด็ด” ชานนท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบปิดคอมลงทันที เขารีบหยิบอุปกรณ์ในการถ่ายงานของเขาใส่กระเป๋า แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินออกจากห้องทำงาน บรรณาธิการสำนักข่าวมีเดียไทม์ เดินเข้ามาในห้องทำงานของรพีโดยไม่เคาะประตูใดๆ บรรยากาศภายในห้องตอนนี้เหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ เขาก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานของรพีและชานนท์ ด้วยท่าทีโมโห ในมือของเขามีซองเอกสารอยู่หนึ่งซอง

         เขาโยนซองเอกสารซองนั้นลงบนโต๊ะของรพี เสียงกระทบดังขึ้นทำให้ทุกๆ คนที่อยู่รอบบริเวณพร้อมใจกันหันมามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น  

         “รพี! คุณทำอะไรลงไปห้ะ” ดินสอตวาดเสียงดัง จนทำให้รพีและชานนท์สะดุ้ง หัวใจของพวกเขาทั้งสองเต้นแรงเหมือนกับว่ามันกำลังจะหลุดออกมา

         “ผมทำอะไรครับ” รพีพูดออกมาสียงเบา เขาจ้องมองดินสอผู้เป็๲บรรณาธิการด้วยความสงสัย

         “ยังกล้าถามอีกหรอ ลองเปิดดูสิแล้วจะได้รู้ว่าตัวเองทำอะไร” รพีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวหญิบซองเอกสารขึ้นมา สายตาเขาเลื่อนอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษแผ่นบาง

         “หมายศาล”

         “ใช่ฉันโดนฟ้องเพราะคำถามโง่ๆ ของแกรพี” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจ

          “ทำไมพูดงี้อะพี่ดินสอ ตอนข่าวนี้นำเสนออกไปพี่ก็ชอบใจนิ” รพีเริ่มพูดเสียงแข็งใส่ดินสอ ตอนที่ข่าวถูกนำเสนอออกไป ดินสอชื่นชมเขาแทบทุกวัน รพีเป็๲คนทำให้สำนักข่าวของดินสอเริ่มมีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้น เพราะคำถามของเขา

         “ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเป็๞แบบนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกนำเสนอข่าวเลยรพี”

         “เอาเป็๲ว่าตอนนี้ผมจะให้คุณสองคนหยุดทำงานไปก่อน” คำพูดของดินสอทุบลงตรงกลางใจของรพี สายตาของรพีที่มองดินสอตอนนี้เต็มไปด้วยความสบสนปนไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

         “คุณไปทำยังไงก็ได้ให้เขาถอนฟ้องเรา ก่อนที่ศาลจะนัดพิจารณาคดี” รพีถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ตอนนี้เขาเหมือนถูกดูดพลังชีวิตออกไปครึ่งหนึ่งของร่างกาย

         “ระหว่างนี้ฉันจะให้ทีมอื่นมาทำงานแทนก่อน ถ้าคุณอยากจะทำต่อก็ทำ แต่ต้องไม่ใช่ในฐานะคนของมีเดียไทม์ เข้าใจนะ” พูดจบดินสอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง ทิ้งให้รพีและชานนท์เผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาทำ

         “เอาไงดีพี่” ชานนท์เอ่ยเสียงเบา เขานั่งลงบนเก้าอี้เบาๆ พร้อมยกแก้วลาเต้ขึ้นมาจิบช้าๆ

         “พี่คิดไรไม่ออกเลย”

         “ว่าแต่เขาฟ้องเราเ๹ื่๪๫อะไรอะพี่” ชานนท์จ้องมองรพีอย่างไม่ละสายตา

         “คงจะเป็๲ตอนนั้นละมั้ง” เขาคิดย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน วันที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น