เสียงเพลงป๊อปฟังสบายๆ ที่กำลังเป็ที่นิยมของนักร้องคนดังแห่งยุคดังคลอไปกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของกลุ่มคนใหญ่ที่พากันสวมใส่เสื้อสีฟ้าและสีดำตามทีมฟุตบอลทีมโปรดของตน เพื่อรอ่เวลาสำคัญในการถ่ายทอดสดฟุตบอลดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ โดยทางร้านได้มีการแบ่งโซนนั่งกันเป็ทีมละฝั่งของร้านอาหารกึ่งบาร์เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการส่งเสียงเชียร์และส่งเสียงแซวฝ่ายตรงข้าม
“นึกยังไงถึงมาที่แบบนี้วะ” หนึ่งในคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านในสุดเอ่ยถามพลางเบ้ปากอย่างดูแคลน
เขาไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับการเชียร์บอลเลยสักนิด ด้วยเพราะไม่ใช่ทีมโปรดและสถานที่ก็ไม่ใช่สำหรับเขา มันรู้สึกขัดหูขัดตาไปเสียหมด แต่ที่ต้องตามมาเพราะ้าคุยธุระกับญาติผู้น้องที่ช่างติดต่อได้ยากเย็น
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี ไม่ใช่เหรอวะ” เพื่อนร่วมโต๊ะช่วยไกล่เกลี่ย
ถึงจะแปลกใจที่อยู่ๆ สิงหาก็ครึ้มอกครึ้มใจอยากที่จะมาดื่มที่ร้านอาหารกึ่งบาร์แถวชานเมือง แทนที่จะเป็เลานจ์ในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ของตัวเองอย่างทุกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะเป็คนง่ายๆ อยู่แล้ว ต่างจากคนบนที่ติดชีวิตหรูหราจนแทบจะเดินถนนไม่เป็
“บรรยากาศแบบนี้มันดีตรงไหนวะ” คนไม่สบอารมณ์ยังคงบ่นไม่เลิก
สายตาดูแคลนกวาดตามองบรรยากาศรอบร้านอาหารที่สุดแสนกระจอกสำหรับเขา แล้วก็ต้องเบ้ปากอีกครั้ง จนกระทั่งเห็นสายตาคมของคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศที่เอาแต่มองไปเบื้องหน้าไม่สนใจใคร จึงหันมองตาม
หญิงสาวตัวเล็กแต่ทว่าอวบอิ่มในชุดยูนิฟอร์มเด็กเชียร์เครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ยี่ห้อหนึ่ง ในชุดเสื้อปาดไหล่เอวลอยแบบพอดีตัวสีเขียวสลับขาวกับกระโปรงเข้ารูปสั้นเพียงแค่สองคืบสีเดียวกัน ขับเน้นรูปร่างและสัดส่วนกลมกลึงเรียกสายตาจากบรรดาลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็ผู้ชาย ที่มีทั้งหนุ่มแน่นไปจนแก่จนเลยวัยเกษียณมองกันจนน้ำลายหยด เขายังเห็นใครบางคนที่ปากดีหน่อยก็เอ่ยแซวออกมาตรงๆ กำลังเดินเข้ามายังโต๊ะของพวกเขา
เด็กคนนี้ดูแลอยู่ในโซนวีไอพีรวมถึงโต๊ะของพวกเขาด้วย ที่แรกกนิษฐ์ไม่ได้สนใจอะไรเพราะผู้หญิงที่เขาเจอทั้งสวยทั้งมีระดับมากกว่าเป็ไหนๆ จนกระทั่งเห็นเพื่อนซึ่งพ่วงตำแหน่งญาติผู้น้องด้วยมองไม่วางตา เขาก็นึกสนุกขึ้นมา
สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มมาหยุดยืนข้างเก้าอี้ของเขาก่อนเอ่ยปากขออนุญาตเติมเครื่องดื่มที่เกือบหมดแก้วให้
‘หมับ’
มือแข็งกระด้างของหนุ่มวัยฉกรรจ์วางแหมะลงบนต้นขาขาว ขณะที่เธอกำลังทำหน้าที่รินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เย็นฉ่ำให้กับเขาและเพื่อนอีกคน
“ขาเนียนดีจัง”
กนิษฐ์บีบเบาๆ แล้วลูบไล้อย่างย่ามใจพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ และมันก็ดังพอที่จะทำให้โต๊ะข้างๆ ถัดอีกไปสองสามโต๊ะได้ยินไปด้วย ทั้งที่เสียงเพลงที่เปิดอยู่จะดังพอสมควร คนถูกลวนลามจนต้องเม้มปากแน่สะกดกลั้นความโกรธขึง แต่ก็ต้องข่มใจทำเป็ยืนนิ่งและปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปอย่างตั้งใจ เพราะเคยถูกหมายหัวเอาไว้แล้วว่าห้ามมีเื่กับลูกค้าอีก
“กนิษฐ์ มึงเอามือออกจากขาน้องเขาเลยนะ อย่ามารุ่มร่าม” เสียงผู้ร่วมโต๊ะกับคนเมาห้ามเสียงแข็ง พร้อมกับที่มือใหญ่ช่วยปัดมือของคนรุ่มร่ามออก
“ไอ้นพ..” คนถูกหักหน้าเสียงเขียวอย่างไม่พอใจ
“ก็แค่เด็กเสริ์ฟ ซ้ำยังแต่งเนื้อแต่งตัวตั้งใจมายั่วลูกค้าขนาดนี้ แค่นี้ไม่ถือว่ารุ่มร่ามหรอกว่ะ” คนเมายังคงเถียงหน้าด้านๆ ไม่สำนึกสักนิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นน่าขยะแขยง แม้แต่เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นยังส่ายหน้า
“เด็กเสริ์ฟก็มีหัวใจนะเว้ย น้องเขามีพ่อมีแม่ มึงมาทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วชุดที่ใส่มันก็เป็ยูนิฟอร์ม แล้วต่อให้ชุดมันจะยั่วยังไงมึงก็ไม่มีสิทธิ์ไปลวนลามเขาอยู่ดี” อีกฝ่ายต่อว่ายืดยาวผิดวิสัยด้วยน้ำเสียงแข็งจัด
แต่ไหนแต่ไรนพดลก็ไม่ค่อยชอบพฤติกรรมของอีกฝ่ายอยู่แล้ว กนิษฐ์ชอบดูถูกคน และมองคนอื่นด้อยกว่าตัวเองอยู่เสมอ แต่ก็ทำเป็มองข้ามไม่เอามาใส่ใจก็เป็เพราะว่าอีกฝ่ายเป็ญาติของเพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเ้านายของเขามาด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่คบั้แ่แรก
“เื่ของกู” อีกฝ่ายสวนกลับแบบไม่ยอมกัน
“พอได้แล้ว” สิงหาบอกเสียงนิ่งเรียบเรื่อยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่กลับยุติความขัดแย้งกลางวงเหล้าลงได้อย่างชะงัก ก่อนหันไปพยักหน้าในเด็กเสริ์ฟสาวที่ยังคงก้มหน้าปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องให้ถอยออกไป
“เป็อะไรไหมทราย” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบถามธันย์ชนก หลังจากที่เ้าตัวเดินออกห่างจากลูกค้าเ้าปัญหามาแล้ว
“โห...หล่ออะ” เพื่อนอีกคนที่เดินตามมาสมทบ เอ่ยชมคนหน้าตาดีที่ช่วยเหลือเพื่อน
เพราะทำหน้าที่เสริ์ฟอยู่ในโซนเดียวกันและรับผิดชอบอยู่โต๊ะข้างๆ กับโต๊ะที่ธันย์ชนกดูแล พวกเธอเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างพร้อมกับได้ยินทุกคำพูดที่ผู้ชายคนนั้นดูถูกอาชีพของพวกตน ทั้งที่มันคืองานสุจริตเหมือนๆ กับอาชีพอื่น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะกลัวมีเื่แล้วจะพลอยซวยไป ด้วย ก็พวกเธอยังมีภาระคอยอยู่ข้างหลังนี่
แล้วทีแรกก็คิดว่าธันย์ชนกจะตอบโต้แขกเหมือนคราวก่อน ที่เผลอผลักแขกที่กำลังเมาได้ที่แล้วลุกขึ้นมากอดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวจนเซไปชนกับเสาจนหัวแตก ยังดีที่ฝ่ายนั้นไม่กล้าเอาเื่เพราะกลัวเป็ข่าวให้เสียชื่อเสียงข้าราชการใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นธันย์ชนกก็ถูกคาดโทษ ห้ามทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนั้นอีก แต่เมื่อเห็นเพื่อนยืนนิ่งและมีคนออกหน้าแทนพวกเธอก็เบาใจ แถมยังออกอาการเป็ปลื้มสองหนุ่มหล่อจนอดไม่ได้ที่จะปรี่เข้ามาหาเพื่อนเพื่อชื่นชม
“อยากได้ผู้ชายแบบนี้เลยอะ”
“เพ้อเจ้อ” เพื่อนอีกคนรีบเบรกก่อนที่เ้าตัวจะฝันไปไกล
“เขาไม่สนคนทำอาชีพอย่างเราหรอก” ธันย์ชนกเห็นด้วย
ถึงเขาจะปกป้องเธอและไม่ได้รังเกียจอาชีพเด็กเสริ์ฟ แต่ดูจากบุคลิกที่ดูสง่างาม ภูมิฐาน ขนาดนี้คงเป็นักธุรกิจ แล้วคนระดับนั้นก็คงเลือกคู่ชีวิตที่เหมาะสมกับหน้าที่การงานและฐานะของเขา จะมาสนใจอะไรกับเด็กเสริ์ฟที่ต้องหาเงินตัวเป็เกลียวแต่ก็ยังแทบไม่พอที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างพวกเธอ
ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนว่าจะยังรับผิดชอบโต๊ะเ้าปัญหานั้นต่อหรือแลกโต๊ะกับเพื่อนดี ธันย์ชนกได้หันกลับไปมองยังโต๊ะที่ตนเพิ่งเดินจากมาอีกครั้ง แล้วก็ต้องสบเข้ากับดวงตานิ่งลึกแต่กับร้อนแรงราวกับมีลูกไฟอยู่ในนั้นที่เหมือนจะมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบมองนิ่งอยู่ที่เธอเนิ่นนาน จนคนถูกมองชักวางมือวางไม้ไม่ถูก จึงต้องก้มหน้าหลบสายตาและซ่อนความเก้อกระดาก
สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องกลับไปบริการโต๊ะต้นเื่ตามเดิมไม่ได้แลกโต๊ะกับเพื่อนอย่างที่อยากทำ เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือ เธอเกรงว่าหากผู้ชายคนนั้นทำอย่างที่กับทำกับเธอกับเพื่อน ธันย์ชนกคงรู้สึกแย่มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แย่ๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นเด็ดขาด
แต่ก็นับว่าโชคดีที่การกลับไปทำหน้าที่ต่อในครั้งนี้หญิงสาวไม่ได้ถูกลวนลามอีก ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้สำนึกในสิ่งที่ตนทำ เพราะฝ่ายนั้นยังคงส่งสายตาและคำพูดมาแทะโลมเธอไม่เลิก แต่แค่ไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้ก็เท่านั้น
เพราะความช่วยเหลือจากคนใจดีที่ช่วยปรามเพื่อนกับคนหน้านิ่งที่ก็ยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือเขาขยับเปิดทางให้เธอเข้าไปบริการทางฝั่งของเขาซึ่งนั่งอยู่คนละฝั่งโต๊ะกับคนก่อเื่แทนที่จะเป็อีกด้านเหมือนอย่างทีแรก แถมด้วยการช่วยส่งต่อทั้งแก้วทั้งกับแกล้มให้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเดินอ้อมไปทางฝั่งคู่กรณีอย่างใจดี จนหญิงสาวรู้สึกเบาใจ
“ขอบคุณนะคะ” จังหวะที่ธันย์ชนกวางแก้วเครื่องดื่มลงกับโต๊ะให้กับแขกผู้ใจดีทั้งสองคนเธอจึงเอ่ยกับพวกเขาเสียงเบาพอให้ได้ยินกันใกล้ๆ เท่านั้น
“ไปดูโต๊ะอื่นเถอะ” คนหน้านิ่งบอกเสียงขรึมหลังจากพยักหน้ารับคำขอบคุณจากเธอ
ธันย์ชนกรีบถอยออกมาโดยทันที เพราะเห็นว่าสายตาจากฝั่งตรงข้ามที่มองมานั้นดูคุกคามและน่ารังเกียจเพิ่มมากขึ้นทุกทีตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่อีกฝ่ายดื่มเข้าไป
ตอนนี้แขกในร้านเริ่มซาลงไปมากเพราะฟุตบอลนัดหยุดโลกจบลงไปนานแล้วและวร้านก็ใกล้ได้เวลาปิด จึงเหลือแขกที่ยังดื่มอยู่ไม่ถึงห้าโต๊ะ และโซนที่หญิงสาวรับผิดชอบก็เหลือเพียงโต๊ะวีไอพีโต๊ะนั้นเพียงโต๊ะเดียวธันย์ชนกจึงฝากให้เพื่อนช่วยดูแลต่อ แล้วปลีกตัวมาเข้าห้องน้ำสำหรับพนักงานทางด้านหลังร้าน
“อุ้ย…” หญิงสาวร้องอย่างความใ
วงแขนแข็งแรงรวบร่างเล็กอวบอิ่มจากทางด้านหลังทันทีที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ มือหนาหยาบกระด้างข้างหนึ่งโอบรอบเอวคอดเล็กอีกข้างหนึ่งปิดลงบนปากสีชมพูระเรื่อ รัดร่างบอบบางให้เข้ามาประชิดตัว แล้วลากไปยังด้านหลังของห้องน้ำ ซึ่งเป็มุมมืดซ้ำยังเป็จุดอับของกล้องวงจรปิด
ลมหายใจร้อนผสมกลิ่นแอลกอฮอล์เหม็นคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนรินรดลงบนแก้มเนียน จนคนถูกกระทำการอุกอาจขนลุกเกรียว ทั้งขยะแขยง ทั้งหวาดกลัว ธันย์ชนกพยายามดิ้นรน ทั้งกระทุ้งศอกใส่สีข้างคนชั่ว และพยายามร้องขอความช่วยเหลือแม้จะโดยปิดปากไว้สนิทก็ตาม
แต่…เธอต้องทำเพื่อทุกอย่างให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้
“นอกจากขาเนียนนุ่มกับอกอึ๋มแล้วกลิ่นตัวยังหอมเสียด้วย มิน่าล่ะผู้ชายทั้งร้านถึงได้อยากจะฟั..เธอนัก” กนิษฐ์บริภาคคำหมายออกมา
เด็กเสริ์ฟคนนี้นอกจากน่าตาดี หุ่นก็ยังน่าฟัด ด้วยส่วนโค้งส่วนเว้าที่แสนโดดเด่นดึงดูดสายตา ตลอดเวลาที่นั่งอยู่เขาสังเกตผู้ชายหลายคนมักจะทิ้งสายตามองตามบั้นท้ายกลมกลึง หรือถ้าใครใจกล้าหน่อยก็จ้องเอาที่หน้าอกอวบอิ่มราวกับจะกลืนกิน รวมถึงญาติผู้น้องขอลเขาเองด้วย จนเขาชักอยากลองลิ้มชิมรสผู้หญิงตลาดล่างดูสักที
ทันทีที่ลากเข้ามุมมืดได้สำเร็จกนิษฐ์ก็จับหญิงสาวหันหน้าเข้ามาหา พร้อมกับดันแผ่นหลังบอบบางไปจนชิดกำแพงแล้วใช้ร่างสูงใหญ่ของตนบดเบียดเข้ากับร่างนุ่มนิ่มเป็การกักขังอีกฝ่ายไม่ให้ดิ้นหนีโดยที่มือข้างที่ปิดปากยังไม่ยอมคายออก เพราะรู้ดีว่าหากปล่อยมือเมื่อไหร่แม่ตัวดีได้ร้องลั่นแน่ ส่วนมือข้างที่ว่างก็รวบเอาข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะป้องกันการถูกทำร้าย
คนโฉดยิ้มเยาะใส่ดวงตากลมโตที่วาวไปด้วยน้ำตาที่คลองคลอฉายแววหวาดกลัว จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามซอกคอดอมดมความหอมจากกลิ่นเนื้อสาวเข้าจนเต็มปอด กลิ่นความสาวปลุกเร้าให้ความหื่นกระหายเพิ่มขึ้นเป็ทบเท่าทวี แววตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ก้มมองหน้าอกอวบอิ่มที่กำลังขยับขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่เพราะความกลัวที่เข้ามาเกาะกุมหัวใจ จนเผลอไผลคลายมือจากปากอิ่มเพราะอยากััเนินเนื้อนิ่มใจแทบขาด
“ช่วยดว….” คำร้องขอความช่วยยังไม่ทันจบประโยค มือหยาบก็ตะปบลงมาที่ปากของเธออีกครั้ง
"เผลอไม่ได้เลยนะมึง" กนิษฐ์บอกเสียงเดือดดาล แล้วก้มซุกไซ้หาความหวานจากซอกคอขาวลอออีกครั้งท่ามกลางอาการดิ้นรนขัดขืนทั้งน้ำตาของธันย์ชนก
เพราะย่ามใจว่าเป็มุมอับและใช้เงินเปิดทางให้กับผู้จัดการร้านมาแล้ว คนชั่วจึงไม่คิดที่จะระวังตัวว่าจะมีใครเข้ามาขัดจังหวะ จนเมื่อถูกมือของใครคนหนึ่งกระชากคอเสื้อแล้วเหวี่ยงออกไปทางด้านหลังอย่างแรงจึงเสียหลักได้ไม่ยาก ยังดีที่มีอีกคนที่เดินตามหลังกันมาช่วยรับไม่ให้ล้มหงายหลังให้ขายหน้าได้ทัน
“ไอ้สิงห์ มึงมาขัดจังหวะกูทำไมวะ” ทันทีที่เห็นหน้าคนที่มันกล้าเข้ามาขัดจังหวะ กนิษฐ์ก็มีท่าทีฮึดฮัดขัดใจ แต่ไม่กล้าบู่มบ่ามทำอะไรเพราะรู้ถึงนิสัยและพื้นเพการเลี้ยงดูแบบลูกคนจริงของอีกฝ่ายดี
“ก็เด็กมันไม่ได้สมยอม” คนกระชากคอเสื้อบอกเสียงเข้ม พลางมองคนตัวเล็กตรงหน้า วงหน้าสวยเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัว ร่างน้อยสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
“มึงรู้ได้ยังไงว่าไม่ยอม มันก็แค่ดิ้น แค่ร้อง เพื่อโก่งค่าตัวไปอย่างงั้นเอง”
“โหไอ้…” นพดลหมดคำจะด่ากับคนที่มีแต่ความอุบาทว์ในโพรงสมอง
“ทำไม มึงจะด่าอะไรกูไอ้ขี้ข้า” ในเมื่อเล่นงานญาติผู้น้องไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเหนือกว่าทุกอย่าง เขาก็หันมาเล่นงานผู้ช่วยของมันแทน
“นพไม่ได้เป็ขี้ข้า นพเป็เพื่อนแล้วก็เป็ผู้ช่วยของฉัน” คนที่มักปล่อยผ่านความกักขฬะของญาติผู้พี่บอกเสียงเย็น
“จะไม่ใช่ได้ยังไงในเมื่อมันทำงานเป็เบ๊แก” มีหรือที่คนอย่างกนิษฐ์ผูู้ไม่เคยยอมใครที่ต่ำกว่าจะยอม
“เขาทำงาน ส่วนฉันก็จ่ายเงินเดือนมันก็วินๆ แกไม่ควรดูถูกใครทั้งนั้น ถ้าแกยังหาเงินเองไม่เป็” สิงหาบอกเสียงแข็ง
“นี่แกเห็นคนอื่นดีกว่าญาติของตัวเองอย่างนั้นเหรอ” กนิษฐ์กัดฟันกรอดในเมื่อสิ่งที่มันพูดคือความจริง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่พยายามหาเงินแต่เพราะความอ่อนประสบการณ์ของเขาต่างหาก ที่ทำให้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน จนถูกโกงหลายครั้งหลายคราจนหมดเงินไปไม่น้อยและสุดท้ายก็ต้องกลับไปขอเงินมารดาใช้จนตามเดิม เพราะท่านไม่ยอมให้เงินก้อนใหม่มาลงทุนอีกแล้ว ซ้ำยังเปรียบเทียบญาติผู้น้องที่ทำอะไรก็เจริญงอกงามไปเสียหมดให้เจ็บช้ำ
“เมาก็กลับบ้านไปนอน ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณป้าตอนนี้” เขาเอ่ยถึงมารดาของอีกฝ่ายที่มีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องกับมารดาของเขา
“นพพาเม็ดทรายไปส่งบ้านด้วย ส่วนแกกลับกับฉัน”
สิงหาทิ้งสายตาคมกริบไปยังคนที่เอาแต่ยืนกอดอกตัวสั่นมองคนโน้นที คนนี้ที แล้วถอดเสื้อบอลที่เขาสวมทับเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางส่งให้เธอสวม ก่อนลากคอญาติผู้พี่ไปที่รถ ใจจริงเขาอยากเป็คนไปส่งธันย์ชนกด้วยตัวเอง แต่ถ้าปล่อยกนิษฐ์ไว้กับนพดลญาติของเขาคงอาละวาดจนผู้ช่วยของเขาเผลอบันดาลโทสะแน่
ธันย์ชนกลอบมองคนตัวโตเงียบๆ เขาน่าจะเป็ลูกครึ่งเพราะใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มเหนือดวงตาดุคม จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากหยักได้รูปเป็ส่วนผสมของตะวันออกกับตะวันตกที่ลงตัว เรือนผมดกดำถูกเซ็ตให้เสยขึ้นเปิดเผยเครื่องหน้าส่งผลให้เขาดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไหล่ของเขากว้างและดูแข็งแรง เขาน่าจะส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ ่แขนและ่ขายาวกำลังดี บุคลิกดูสง่างามทุกย่างก้าว ทำให้เขาดูน่ายำเกรง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกถึงความอ่อนโยนที่แฝงลึกอยู่ภายใน เพราะมัวแต่ใจึงไม่ทันฉุกคิดว่าทำไมเขาถึงรู้จักชื่อเล่นเต็มๆ ของเธอ
“กลับกันเถอะครับคุณเม็ดทราย”
*****
นั่นสิอีพี่รู้จักชื่อน้องมาไหนคะ
ชอบไม่ชอบเมนต์บอกกับมั้งนะคะ