ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 28

    “ถ้าอย่างนั้นวันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนนะคะนักศึกษา อย่าลืมที่อาจารย์ทวนบทเรียนในวันนี้ให้ดี อาทิตย์หน้าก็สอบแล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ..” อาจารย์ประจำคลาสเอ่ยกล่าวกับนักศึกษา ก่อนจะย้ำเตือนว่าอาทิตย์หน้าก็เป็นการสอบครั้งสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีนี้กันแล้ว ถึงจะไม่ใช่กับทุกคนก็ตาม แต่มันก็เป็นส่วนใหญ่ของนักศึกษาทั้งหมด“ขอบคุณค่ะ/ครับ อาจารย์..” นักศึกษากล่าวพร้อมกับเริ่มที่จะเก็บข้าวเก็บของของตัวเอง“นี่ตาขี้เก๊ก วันนี้ช่วงบ่ายนายว่างไหม พวกเราน่าจะไปติวบทเรียนด้วยกันสักหน่อย..” เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเฟิร์นเอ่ยกับโอ๊ตที่กำลังจะออกจากห้องเรียนไป แน่นอนว่าเขาจะต้องส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเขามีนัดทานข้าวกับปิงปิงแล้ว“ขอโทษด้วยนะ พอดีฉันมีนัดแล้วน่ะ เอาไว้เป็นวันอื่นนะ..” โอ๊ตกล่าวอย่างสุภาพ และด้วยประโยคนี้มันทำเอามนต์ที่รอฟังถึงกับทำหน้าเศร้าไปอีกในทันที เพราะเธอหวังเอาไว้สูงที่จะทำคะแนนกับเขา“เหอะ! นายเนี่ยนะมีนัด ไม่ใช่ว่าจะเที่ยวกับยัยดาวคณะเภสัชนั่นหรือไง..” เฟิร์นที่ได้ยินคำตอบเธอก็กล่าวประชดกับโอ๊ตเล็กน้อย อีกอย่างมันเหมือนเป็นประโยคลองใจในอีกทางหนึ่งเช่นกัน เธออยากรู้ว่าตาโอ๊ตจะตอบว่าอะไรกับยัยปิงปิงนั่น“หืออ เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันมีนัดกับเธอน่ะ แต่ก็ไม่ใช่ไปเที่ยวหรอกนะ แค่ไปทานข้าวกับครอบครัวของปิงปิงเท่านั้นเอง..” โอ๊ตก็กล่าวไปตามตรงๆ มันไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป ยังไงก็ตามเรื่องที่ปิงปิงมาหาเขาที่คณะตั้งแต่เช้ามันก็แพร่ไปทั่วทั้งคณะแล้ว“ครอบครัวของยัยปิงปิง?.. นายกับเธอไปถึงขั้นไหนกันแล้วเนี่ย เชอะ! ไปคบกันตั้งแต่เมื่อไร แล้วเพื่อนของฉันสู้ยัยนั่นไม่ได้ตรงไหน ทั้งๆที่มนต์น่ะ อู้..ออบ..อาย..อา..อาม.อี.แอ้ว (ชอบนายมาสามปีแล้ว)” เฟิร์นที่โมโหสุดขีดเอ่ยกล่าวความลับออกมา แต่แน่นอนว่ามนต์ก็เอามือเข้ามาปิดปากเอาไว้ทัน โอ๊ตทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเฟิร์นนั้นพูดเรื่องอะไร แต่ทว่าเขาต้องทำเป็นเหมือนคนไม่รู้เรื่องต่อไปเธอพูดอะไรของเธอ.. ใครไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไร ฉันแค่บังเอิญช่วยเหลือคุณตาของเธอที่สลบข้างถนนเมื่อวานเอง พวกเขาอยากจะเลี้ยงข้าวสักมื้อเท่านั้น.. อีกอย่างฉันก็เพิ่งจะรู้จักเธอดีๆก็เมื่อวานนี้เอง..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วทำสีหน้าจริงจัง มันเป็นการดีที่เขาจะพูดเสียงดัง เพราะมันจะเป็นการแก้ข่าวเรื่องที่ปิงปิงมาหาเขาเมื่อเช้านั้นด้วยเรื่องอะไร“อย่างนั้นเหรอ.. ยังไงก็ทานข้าวให้อร่อยน้าโอ๊ต..” มนต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมาย หนึ่งคือความโล่งอกที่พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน กับสองคือยิ้มเพื่อแก้อาการเขินที่เจ้าเพื่อนบ้าของเธอหลุดปากประกาศออกไปต่อหน้าเขา“ขอบใจน้า.. แต่สำหรับฉันมันเป็นเรื่องที่เว่อร์วังอลังการมาก แค่ช่วยนิดๆหน่อยๆก็ไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลย.. เฮ้อ! ฉันไปก่อนนะ.” โอ๊ตกล่าว ก่อนจะขอตัวลาทันที เพราะมันใกล้จะได้เวลาแล้ว“โชคดีจ้า..” มนต์กล่าว และมองเขาเดินจากไปด้วยความโล่งอก เฟิร์นที่ถูกปิดปากอยู่ก็มีเสียงอู้อี้“นี่แกจะบ้าหรือยังไง ..ไปบอกเขายังอย่างนั้น แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ..” มนต์กล่าวพร้อมกับเอามือที่ปิดปากของเพื่อนสนิทออก แน่นอนว่ามันจะต้องมีด่ากันเล็กน้อย“เออ..ฉันขอโทษ.. พอดีมันฟิวส์ขาดไปหน่อยน่ะ แฮ่ๆ.. ฉันเลี้ยงไอติม โอเคไหม ดีกันน้า นะๆๆๆ..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ มนต์ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่เป่าปากถอนหายใจ ถึงจะน่าอายเล็กน้อย แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รับรู้แล้วว่าโอ๊ตกับปิงปิงไม่ได้เป็นอะไรกัน“ก็ได้!.. วันนี้ฉันจะสั่งให้แกหมดตัวเลยคอยดูเถอะ... จะว่าไปวันนี้ไม่เห็นมิเชลเลยนะ เจ้านั่นทั้งๆที่รู้ว่าใกล้สอบแล้ว กลับโดดเรียนซะได้..” มนต์กล่าวถึงเพื่อนสมัยเด็กอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘มิเชล’ ครอบครัวของพวกเธอสามคนค่อนข้างที่จะสนิทกัน แต่มันก็เป็นในเรื่องของธุรกิจครอบครัวเท่านั้น“นั่นสิ! ถ้าเจอเขาล่ะก็ ฉันจะตีหัวให้เข็ดเลยคอยดู..” เมื่อได้ยินมนต์กล่าวออกมาเช่นกัน เฟิร์นก็ออกอาการในทันที แน่นอนว่ามนต์เข้าใจดี มันเป็นเพราะว่าเฟิร์นนั้นชอบมิเชลมาตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว ทั้งๆที่มีเวลามากกว่าเธอกับโอ๊ตซะอีก แต่เธอก็ยังไม่ยอมสารภาพรักออกไปสักที“ว่าแต่แกเถอะ เมื่อไรจะไปสารภาพรักกับมิเชลสักทีล่ะ เอาแต่วุ่นวายเรื่องของคนอื่นเนี่ย..” มนต์กล่าวพร้อมกับจิกตาใส่คุณเพื่อนของเธอเล็กน้อย แน่นอนว่าตอนนี้เธอหัวเราะอยู่ในใจ เหมือนเป็นการเอาคืนเพื่อนของเธอจากเรื่องเมื่อกี้“อะไร! ฉันก็อยากให้แกรีบลงเอยกับตาโอ๊ตนั่นสักทีเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องมิเชลนั้น...” เฟิร์นกล่าวแม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนเฟิร์นก็รู้อยู่เต็มอก แต่เธอก็พูดอะไรไม่ได้ เธอได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจเท่านั้น
    ‘ก็เพราะมิเชลน่ะ.. ชอบแกยังไงล่ะยัยมนต์’ เรื่องรักสามเศร้าของเราสามสี่คน มันจึงเป็นเหตุผลที่เดาได้ไม่อยากเลยว่าทำไมเธอถึงรีบเชียร์ให้มนต์เข้าวินไปกับโอ๊ต บางทีอาจทำให้มิเชลตัดใจได้ และหันมามองเธอบ้าง มันอาจจะเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว แต่ทว่ามันก็เป็นผลลัพธ์ที่วิน-วิน กันทั้งคู่ “แหน่ะๆ.. ไม่ต้องมาทำเขินเลยนะ.. ยังไงครอบครัวของพวกเราก็ทำธุรกิจร่วมกันมานาน แกยังมีโอกาสอีกมาก ไม่เหมือนกับฉัน จบไปแล้วโอ๊ตเขาจะย้ายไปที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่รู้.. เฮ้อ” มนต์กล่าวอย่างเหนื่อยใจ ถ้าเธอมีความกล้าพออีกสักนิด เธออาจจะสมหวังไปแล้วก็ได้ แต่เพราะว่ากลัวผิดหวังเช่นเดียวกัน เธอเลยไม่กล้า“น่าๆ แกยังมีโอกาสในวันเสาร์อีกทั้งวัน แน่นอนว่าฉันมีแผนเรียบร้อยแล้วนะ.. เชื่อมือได้เลย” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับขยิบตาให้กับคุณเพื่อน มนต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เบะปากเล็กน้อย“จ้ะ!.. ปะ ไปกินไอติมดีกว่า..” มนต์กล่าวประชดเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปกินไอศกรีมที่เธอชอบดีกว่า เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้เล็กน้อย“ใช่ๆไปกินไอติมเย็นๆกันดีกว่านะ.. นี่แกรู้ไหม เมื่อวานฉันลองเลื่อนไอจีดู มีร้านไอติมรถเข็นในตำนานอยู่นะ เห็นว่ากันว่าถ้าได้ทานกับแพนเค้กของลุงแกแล้วล่ะก็.. ฟินสุดๆเลยล่ะ..” เฟิร์นกล่าว และแล้วทั้งสองก็ตกลงกันได้ว่าจะออกตามหาร้านไอติมรถเข็นเจ้านั้นให้เจอ ในอินเทอร์เน็ตบอกเกี่ยวกับร้านนี้เกือบทุกอย่าง สถานที่ขายตามเวลาต่างๆ เพราะลุงแกจะเข็นรถของแกไปขายตามจุดต่างๆตามเวลาที่กำหนด“ถ้ามิเชลมาด้วยก็ดีสินะ.. เอาไว้โทรหาเขาอีกทีก็แล้วกัน” เฟิร์นกล่าวก่อนจะเดินทางออกตามหาร้านไอติมของลุงเกษมเจ้าที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้.. ..ทางด้านสถานีตำรวจภูธร..ปึก!! “ข้อหาที่คุณจะได้รับคือ ผู้บงการ ผู้จ้างวานงานโจรกรรมระดับประเทศ.. มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต หรือถ้าโชคดีศาลพิจารณาความเห็นใจแล้วล่ะก็ อย่างน้อยๆก็คงจะติดคุกตลอดชีวิต..” ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้การหรือผู้กำกับลงมาสอบสวนกับชายหนุ่มผู้ต้องหาด้วยตัวเอง คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำให้เร็ว และจริงจังที่สุด อย่างน้อยๆก็คงจะโดนพักงาน หรือถ้าแย่สุดคงถูกย้ายไปประจำอยู่บ้านนอกคอกนา แล้วบอกลาความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพได้เลย เพราะคดีนี้ผู้บัญชาการภาคลงมาสั่งการด้วยตัวเอง“ห๊ะ! แค่จ้างขโมยเนี่ยถึงกับประหารชีวิตหรือติดคุกตลอดชีวิตเลยอย่างนั้นเหรอครับ.. ถึงผมจะทำผิด แต่บทลงโทษมันก็ไม่น่าจะสูงขนาดนี้นี่.. ผมต้องการทนาย หรือว่าคุณต้องการเงินเท่าไรก็บอกมาได้เลย”มิเชล ชายหนุ่มผู้ต้องหากล่าวกับผู้การ แน่นอนว่าตอนแรกเขานั้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เมื่อหลักฐานปรากฏออกมาทีละอย่างสองอย่าง มันก็ยิ่งมัดตัวเขาไปเรื่อยๆ สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับ และใช้ไม้ตายลับที่ไม่ว่าตำรวจหน้าไหนก็ต้องยอมสยบกับมัน ไม้ตายพลังแห่งเงินตรา“หึหึ! ไอ้หนู แกคงจะถนัดการใช้เงินฟาดหัวคนอื่นอย่างนั้นสินะ.. แต่ข้าจะบอกอะไรให้แกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าตอนนี้แกจะมีเงินมากแค่ไหน แสนล้าน หรือล้านๆก็ไม่มีใครช่วยแกหรอกนะ.. แกเดินเข้าไปเหยียบหางของราชาสิงโตในหมู่ของราชาสิงโตเข้า.. ยากหน่อยนะ” ผู้การกล่าวกับมิเชลที่กำลังทำหน้ามึนงง เพราะเขาเข้าใจว่าเขานั้นขโมยรถที่เจ้าคนมืดมนนั่นไม่ใช่หรือยังไงกัน แล้วเขาไปทำอะไรให้คนระดับราชาสิงโตอะไรนั่นไม่พอใจอะไรตอนไหนกัน“อีกอย่างนะเจ้าหนู.. ข้าจะบอกให้เอาบุญ ตอนนี้ครอบครัวของแกกำลังจะล้มละลายแล้วล่ะ.. แกรู้ไหมว่าตอนนี้พ่อกับแม่แกถึงกับต้องวิ่งเต้นก้มหัวขอร้องกับผู้มีอำนาจหลายคน แต่ก็ไม่มีใครช่วยเหลือเลย.. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หรือ ปาฏิหาริย์ใดๆแล้วล่ะก็.. ครอบครัวของแกคงจะ...ฮ่าๆ” ผู้การยังคงกล่าวกดดันกับมิเชลไม่น้อย แน่นอนว่ามิเชลที่ได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว“ไม่จริง! มันต้องเป็นเรื่องที่แกแต่งขึ้นมาแน่.. ฉันไม่เชื่อแกหรอก”