เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 39 การรักษาโรคระบาด

    บทที่ 39
    เท้าของผู้ช่วยหมอที่เข้ามาชะงักทันที
    “มีอะไรหรอคลาวด์” ลุงรอยด์ถามผม
    “นั่นสิมีอะไร จะมาขวางการรักษาหรอ” คุณหมอถามผม
    “น้ำในกะละมังนั่น เอามารักษาหรอครับ” ผมถาม
    “ใช่แล้วมันเป็นน้ำที่ผุดขึ้นมาจากฟาร์มไงล่ะตอนแผ่นดินไหว ตอนนี้มันเป็นทะเลสาบไปแล้ว” คุณหมอบอกผม
    “แล้วเอามารักษาอย่างไรครับ” ผมถามอีก
    “เอาเท้าของคนไข้แช่ไว้เพื่อบรรเทาอาการคันยังไงล่ะ” ผมหันไปหาลุงรอยด์ทันที
    “ผมขอลองรักษาได้มั้ยครับ ลุงรอยด์” ผมถามลุงเจ้าเมืองก่อน
    “หมอได้ยินแล้วนะ ว่าไงลองให้เด็กมันรักษาได้มั้ย” ลุงรอยด์หันไปถาม
    “แต่เห็นเด็กมารักษา มันไม่เหมาะนะท่านเจ้าเมือง แถมนี่มันเป็นงานของข้าด้วย” คุณหมอท้วง
    “คลาวด์แม่เธอเคยสอนเรื่องยาและการรักษาบ้างมั้ย” ผมสงสัย
    “ก็เคยนะครับ” ผมตอบเคยไว้ก่อน
    “ลองดูเถอะหมอแม่ของเด็กคนนี้เกิดในตระกูลหมอน่ะ” ลุงรอยด์บอก
    “แม่ของเธอคือใครพ่อหนุ่ม” คุณหมอหันมาถามผม
    “ท่านแม่ผมชื่อนาเดียร์ ฟัวร์ครับ” ผมบอกไป
    “ตระกูลฟัวร์หรอ ไม่เคยได้ยินแฮะ” คุณหมอลองนึกดู
    “อ๋อ นั่นนามสกุลหลังจากแต่งแล้ว สมัยก่อนใช้นามสกุลว่า เซรีนิตี้ น่ะ ชื่อนาเดียร์ เซรีนิตี้” ลุงรอยด์เป็นคนบอกแทน
    “ว่าไงนะ เซรีนิตี้ นั่นมันตระกูลหมอเก่าแก่ของเมืองหลวงนี่” คุณหมออุทาน ส่วนผมเองก็พึ่งรู้ นะเนี่ยว่าแม่นามสกุลเก่าเซรีนิตี้ถึงจะรู้ว่ามาจากตระกูลหมอแต่ไม่นึกว่าจะเป็นหมอเก่าแก่เลย
    “เอาล่ะเธอคงได้รับการสอนมาอย่างดี ลองดูแล้วกันพ่อหนุ่ม” คุณหมอหลีกทางให้ผม
    ผมสำรวจที่ขาคนไข้อีกที อืมมีหนองต้องจัดการมันก่อน ผมหันไปหาผู้ช่วยหมอที่ยกน้ำเข้ามา
    “ผมรบกวนเอาน้ำนั่นไปต้มด้วยครับ จากนั้นใส่นี่ลงไป 1 ช้อน” ผมยื่นถุงเกลือที่ผมพกติดตัวไว้ให้ไป
    “ลุงรอยด์รบกวนไปหยิบยาที่รถม้ามาให้หน่อยสิครับ” ผมบอกลุงรอยด์
    “โอ้ ได้เลย” จากนั้นลุงก็เดินออกไป ผมรอไม่นานผู้ช่วยคนนั้นก็นำน้ำที่ต้มแล้วมาให้ผม ตอนนี้มันคือน้ำเกลือ ผมจะใช้มาล้างหนองออก ตอนนี้ลุงรอยด์เอายาจากใบตำลึงมาให้ผมแล้ว
    “ขอผ้าสะอาดหน่อยครับ” ผมขอผ้าจากคุณหมอ
    จากนั้นผมทำให้น้ำเกลือมันเย็นลงด้วยเวทย์ลม
    “ซี๊ด !! แสบจังเลยพ่อหนุ่ม” ชาวบ้านคนนั้นร้องออกมา
    “ทนหน่อยนะครับ นี่เป็นการรักษาหนองนี่ ผมขอทำความสะอาดมันก่อน” ผมค่อยๆใช้ผ้าสะอาดเช็ดมันออก จากนั้นผมเอาน้ำเกลือล้างซ้ำๆอีกหลายๆครั้ง
    “เป็นยังไงบ้างครับ” ผมถามอาการ
    “ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้วครับ หายคันลงไปหน่อย” ผมพยักหน้าจากนั้นผมหยิบยาออกมาจากไหที่ใส่ตำลึงที่ขยี้แล้วไว้เต็มไห
    “นี่มันอ่ะไรกันพ่อหนุ่มกลิ่นเหม็นเขียวมากเลย” คุณหมอถามผมส่วนคนอื่นๆเข้ามามุงดูใกล้ๆกันหมด
    “มันคือใบตำลึงครับ” ผมตอบ
    “ไอ้อาหารหมูนั่นน่ะนะ” เป็นลุงรอยด์ที่อุทานออกมา
    “ใช่แล้วครับ มันมีสรรพคุณทางยาด้วย แถมเอามาทานเป็นอาหารได้ด้วยนะครับ” ผมอธิบาย
    “สรรพคุณทางยา ยังไง??” คุณหมอถามผม
    “ใบตำลึงมีฤทธิ์เป็นยาเย็นครับ ดับพิษร้อน สามารถใช้ทาแก้คันได้ โดยใช้ใบตำลึงสดแค่ 4-5 ใบมาขยี้ให้ได้น้ำแล้วนำไปทาตรงบริเวณที่คัน” ผมบอกคุณหมอ
    “โอ้ สมกับเป็น ตระกูลเซรีนิตี้ ความรู้เรื่องการรักษาสูงจริงๆ” คุณหมอชมใหญ่
    ผมค่อยๆทายาลงไปบริเวณแผล
    “โอ้ เย็นดีจริงๆหายเป็นปลิดทิ้งเลย” ชาวบ้านคนนั้นบอก
    “เรียบร้อยแล้วครับ” จากนั้นเค้าก็ขอบคุณพวกผมและออกไป
    “เอาล่ะทีนี้ผมจะบอกวิธีการรักษาโรคระบาดนี้นะครับ มันรักษาไม่ยากหรอก” ผมบอกทุกคนที่อยู่ที่นี่
    “เจ้าหนุ่มรู้จักโรคนี้งั้นหรอ” คุณหมอถาม
    “ใช่ครับมันคือโรคน้ำกัดเท้า” ผมบอกออกไป
    “วิธีรักษาก็ง่ายๆ แค่ทำให้เท้าแห้งและสะอาดไว้ตลอดเวลา ส่วนตรงที่เป็นแผลก็ให้เอายานี่ทาเป็นประจำ ไม่เกิน 7 วันก็หายแล้วครับ ที่โรคนี้มันหายช้าเพราะมันชอบความชื่นครับ ยิ่งเอาเท้าไปแช่น้ำมันยิ่งหายช้าเข้าไปใหญ่” เมื่อคุณหมอได้ยินแบบนั้นหน้าเค้าซีดขึ้นมาทันที
    “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับคุณหมอ ยังดีที่โรคนี้มันไม่ถึงตาย” ผมได้แต่ปลอบใจ
    “ส่วนกรณีที่เป็นแผลและมีหนองให้ใช้น้ำเกลือล้างเอาครับ โดยเอาน้ำไปต้มให้เดือดใส่เกลือเล็กน้อยแค่นั้นก็ใช้ได้แล้วครับ” ผมบอกทุกคน
    “แต่เกลือมันแพงมากเลยนะ ใช้แค่น้ำธรรมดาไม่ได้เลยหรอคลาวด์” ลุงรอยด์ถามผม
    “ไม่ต้องห่วงครับ เกลือผมมีเยอะแยะ เดี๋ยวไปบอกให้พี่หลุยส์แบ่งมานี่หน่อยก็ได้ครับ” ผมบอกไป
    “การรักษาโรคน้ำกัดเท้ามันก็มีเท่านั้น ส่วนใหญ่ที่เป็นแผลและมีหนองกันน่าจะเกิดจากติดเชื้อมานานครับแค่นั้นล่ะ” ผมอธิบาย
    จากนั้นผมและคุณหมอก็ช่วยกันรักษาชาวบ้านที่เหลือและคอยให้ความรู้ซะใหม่ ความรู้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านพวกนี้ต้องรู้ไม่งั้นจะไม่สามารถดูแลรักษาด้วยตัวเองได้ ผมให้ลุงรอยด์ไปตามคนมาช่วยแจกยาให้ชาวบ้านเอากลับไปทาที่บ้าน โดยแบ่งใส่กระบุกเล็กๆไว้
    กว่าผมจะทำการรักษาพวกชาวบ้านเสร็จก็เป็นเวลาค่ำแล้วส่วนลุงรอยด์กลับบ้านไปทำงานแล้วให้ลูกน้องมาช่วยแจกยาแทน
    ผมเดินทางกลับบ้านเจ้าเมืองในตอนค่ำ ลุงรอยด์ให้พวกเราพักที่บ้านเจ้าเมืองกันทั้งหมด ส่วนทหารคนอื่นๆที่มากับผมไปช่วยคนในเมืองซ่อมแซมบ้านและบางส่วนไปช่วยแจกอาหาร ส่วนพี่ดันเต้เห็นว่าพรุ่งนี้จะไปช่วยล่าสัตว์เอามาเป็นอาหารเพิ่ม
    ผมเดินทางมาถึงบ้านเจ้าเมืองแล้ว ผมกำลังจะเดินเข้าบ้านก็มีเสียงเรียกผมจากด้านหลัง
    “นายเป็นใคร ขโมยงั้นหรอ หนอยแน่ เวลาแบบนี้ยังริอาจมาขโมยของบ้านข้า หาเรื่องตายแล้วมั้ยล่ะ” เด็กสาวคนหนึ่งกล่าวหาผม เธอมีผมสั้นสีน้ำตาล มองแว่บแรกผมนึกว่าเด็กผู้ชายซะอีกถ้าไม่ได้ยินเสียงเนี่ย
    “เอ่อผมไม่..” ผมยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ฟาดแส้ใส่ผมทันที
    เผียะ !! ผมนี่รีบหลบทันที ยัยนี่น่ากลัวชะมัด
    “แน่จริงก็อย่าหลบสิ” ดูเหมือนเธอจะโมโหที่ฟาดใส่ผมไม่โดน
    “เดี๋ย...”
    เผียะ !! เผียะ !! เผียะ !! เธอฟาดใส่ผมไม่ยั้งยัยนี่ไม่ฟังอะไรเลย
    “ยัยบ้าหยุดก่อนสิ ฟังที่ผมอธิบายก่อน” ผมชักจะโมโหเหมือนกัน
    “หนอยแกตายแน่เรียกใครว่ายัยบ้า จับได้เมื่อไหร่จะฟ้องท่านพ่อให้จับเข้าคุกซะเลย” เธอชี้หน้าด่าผมก่อนจะฟาดแส้ในมือใส่ผมอีกครั้ง
    “ย๊าก !!!” เธอตะโกนเสียงดัง
    “หยุด !!” เสียงสั่งให้หยุดมาจากด้านหลังเธอ ผมถึงกับถอนหายใจ เฮ้อ ตัวช่วยมาแล้ว
    จบ...
    รูปของน้องสาวหลุยส์
    ไวโอเลต

    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน