หลังอาหารเย็นวันนั้น เตียวเฟยหลิวเข้ามาพบลูกสาวถึงเรือน ชิวเพ่ยเพ่ยมองท่านแม่คนงามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีท่านแม่ของนางไม่แม้แต่จะห่างจากท่านพ่อ แต่วันนี้นางยอมมาหาถึงเรือนคนเดียวเสียนี่ เอ หรือมีเื่ใหญ่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า
“ท่านแม่มีอะไรหรือเ้าคะ ถึงได้มาหาข้าที่นี่” ชิวเพ่ยเพ่ยเอื้อนเอ่ยแ่เบาตามที่ได้รับการสอนสั่งจากอาจารย์สอนมารยาท
“ไม่มีอะไรมากหรอก ข้าแค่เห็นว่าเ้าเริ่มโตเป็สาวแล้วก็ตอนที่เ้าหมั้นหมายนี่แหละ แม่แค่อยากจะสอนเ้าบางเื่เท่านั้น”
“หืม ท่านแม่มีอะไรใหม่ ๆ มาสอนข้าเหรอเ้าคะ” ชิวเพ่ยเพ่ยผู้บ้าเรียนแววตาสว่างวาบขึ้นในทันใด
เตียวเฟยหลิวเห็นอากัปกิริยาของลูกสาวก็แทบเอาเท้าก่ายหน้าผาก ลูกสาวนางอะไรก็ดีหมด ยกเว้นเื่การบ้าเรียนนี่แหละ ไม่รู้ว่าเพราะติดนิสัยสามีนางมาหรือเปล่า เฮ้อ
“ตอนนี้เ้ามีคู่หมั้นแล้วใช่ไหม”
“เ้าค่ะ”
“แล้วเ้ารู้วิธีผูกมัดใจคู่หมั้นแล้วหรือยัง”
“ไม่เ้าค่ะ” ชิวเพ่ยเพ่ยคิดแล้วก็รีบตอบท่านแม่คนงามไปตามจริง นางไม่เคยสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นนอกจากท่านพ่อ ท่านปู่กับท่านตามาก่อน แล้วนางจะรู้วิธีการพวกนี้ได้อย่างไร
“ก็นั่นไง ในเมื่อเ้าไม่รู้ แม่ก็จะสอนเ้า ไม่อย่างนั้นคู่หมั้นของเ้าที่หน้าตาหล่อเหลาถึงขนาดนั้น ต้องถูกสตรียั่วยวนชวนเสียตัวเป็แน่” เตียวเฟยหลิวพูดจากประสบการณ์ที่สามีนางถูกผู้หญิงสารเลวเข้าหาเมื่อสมัยก่อน นางจึงต้องรีบมาติวเข้มให้ลูกสาวหัวอ่อนของนางยังไงเล่า
“อืม ถ้าอย่างนั้นท่านแม่รอข้าประเดี๋ยว ข้าขอตัวไปเอากระดาษกับพู่กันมาเขียนไว้กันลืมเสียก่อนเ้าค่ะ” พูดจบชิวเพ่ยเพ่ยก็วิ่งตื๋อเข้าไปในห้องหนังสือของนาง หยิบกระดาษกับพู่กันกลับมานั่งโต๊ะกับท่านแม่คนงามอีกครั้ง
เตียวเฟยหลิวมองท่าทางเตรียมพร้อมเรียนรู้ของลูกสาวก็ได้แต่เอือมระอา แต่นางก็ต้องพูดออกมาอยู่ดี
“ข้อแรก การมีคู่หมั้นหน้าตาดีแบบเ้าเป็เื่อันตรายมากรู้ไหมเพ่ยเพ่ย ดังนั้น เ้าต้องส่งคนไปเฝ้าเขาเอาไว้ อย่าให้มีหญิงใดเข้ามาอ่อยเขาได้เป็อันขาด เข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะท่านแม่ เดี๋ยวข้าจะส่งองครักษ์เงาไปสักสองคนหลังจากนี้นะเ้าคะ ท่านไม่ต้องกังวล” ชิวเพ่ยเพ่ยจดไปคุยไปกับแม่ของนาง อืม ท่านแม่นางช่างรอบคอบเสียจริง
“ข้อสอง หากเ้าได้อยู่กับคู่หมั้นสองต่อสอง ให้พยายามเบียดกระแซะเพื่อเพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนมเข้าใจหรือไม่ ข้ารับรองว่า ผู้ชายร้อยทั้งร้อยพอได้แตะนิดต้องหน่อยร่างนุ่มนิ่มของผู้หญิง เป็ต้องอ่อนระทวยทุกราย เ้าดูตัวอย่างพ่อของเ้าได้เลย” เตียวเฟยหลิวเชิดหน้าอย่างทะนงตัว สามีนางติดนางอย่างกับอะไรดี ก็เพราะนางมีดีให้ติดน่ะซี๊ คริคริ
“เ้าค่ะท่านแม่ ว่าแต่ไอ้เบียดกระแซะนี่มันทำยังไงเ้าคะ?” ชิวเพ่ยเพ่ยงงงวยกับคำสอนของท่านแม่คนงาม
เตียวเฟยหลิวได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับลูกสาวผู้ไม่ประสีประสาตรงหน้า นางลุกขึ้นไปนั่งข้างลูกสาวแล้วสาธิตวิธีการเบียดกระแซะให้นางเห็นเป็บุญตา
ชิวเพ่ยเพ่ยที่เห็นการแสดงของท่านแม่คนงามถึงกับตาวาว โอ้ววว ทำเช่นนี้นี่เอง นางพยักหน้าหงึกหงักแล้วรับปากท่านแม่ว่าจะทำตามที่ท่านสอนสั่งอย่างดี
“ข้อสาม คนของเ้าก็คือของเ้าเพียงคนเดียว ห้ามให้หญิงใดเข้ามาพูดจาด้วยหรือทำผ้าเช็ดหน้าตกตรงหน้าเขา หรือล้มลงตรงหน้าเขาเพื่อให้เขาช่วย เข้าใจหรือไม่ หากใครกล้าแตะต้องคนของเ้า เ้าก็เตะผู้หญิงพวกนั้นออกไปให้ห่างเสีย เพื่อความปลอดภัยของคู่หมั้นเ้าเอง”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้ารับรองว่าหากเขาอยู่กับข้าแล้ว ข้าจะไม่ให้ผู้หญิงคนใดเข้าใกล้เขาแน่นอน ท่านแม่ไว้ใจข้าได้เลย” ชิวเพ่ยเพ่ยรับปากมารดาพร้อมทำหน้าจริงจังสำทับไปอีก
“ดีมาก ข้อสี่ หากคู่หมั้นเ้าขอชื่นใจก่อนแต่งงานนิด ๆ หน่อย ๆ เ้าก็อย่าเล่นตัวให้มากนัก ยอม ๆ ไปเสีย ถึงอย่างไรก็จะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว หัดเรียนรู้เอาไว้ก่อนแต่งงาน จะได้ไม่เคอะเขินเวลาเข้าหอ เข้าใจหรือไม่”
“เอ่อ ท่านแม่เ้าคะ ไอ้ชื่นใจนิด ๆ หน่อย ๆ นี่มันเป็ยังไงกันเ้าคะ” ชิวเพ่ยเพ่ยทำหน้างง
“โอ้ยยย ข้ามีลูกโง่ขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย ฮึ่ย เื่ง่าย ๆ แค่นี้เ้ายังไม่รู้ มีหวังคู่หมั้นเ้าต้องเสร็จนางจิ้งจอกตามรายทางแน่”
“อ้าว ท่านแม่ก็บอกข้ามาสิเ้าคะ ก็ข้าไม่รู้จริง ๆ นี่นา” ชิวเพ่ยเพ่ยมุ่ยหน้าอย่างจนใจ
“ก็เวลาคู่หมั้นเ้าขอกอด ขอหอม ขอจูบนั่นยังไงล่ะ ที่แม่พูดถึง เฮ้อ ข้าล่ะเหนื่อยใจกับเ้าจริง ๆ เพ่ยเพ่ย”
ชิวเพ่ยเพ่ยถึงกับอ้าปากหวอ ไอ้หยา ท่านแม่ของข้า ท่านให้ข้าทำแบบนั้นจริงเหรอ? แล้วทำไมอาจารย์สอนมารยาทข้าพูดตรงข้ามกับท่านเล่า อ่า เพ่ยเพ่ยเด็กดี จำเป็ต้องทำตามที่ท่านแม่สอนสั่ง ท่องไว้ ๆ
คืนนั้นกว่าที่เตียวเฟยหลิวจะติวลูกสาวเสร็จก็ดึกดื่นค่อนคืน ภรรยาผู้รักสามีรีบใช้วิชาตัวเบากลับห้องไปรับอ้อมกอดอุ่นแบบไม่เหลียวกลับมามองลูกสาวที่หน้าแดงก่ำจากบทเรียนท่านแม่เลยแม้แต่นิดเดียว ชิวเพ่ยเพ่ยนอนแทบไม่หลับ เพราะมัวแต่คิดทบทวนบทเรียนใหม่ที่ท่านแม่สอนนั่นแหละ