ตอนที่ 4: Calibrate เครื่องมือแพทย์ด้วยสายตาวิศวกร
บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการ High-Precision Lab เต็มไปด้วยความตึงเครียด ช่างเทคนิคและนักวิจัยต่างเดินกันให้วุ่นตามคำสั่งของเกริก อดีตผู้จัดการโรงงานวัย 60 ปีที่ตอนนี้กลายเป็ผู้นำศูนย์การทำงานไปโดยปริยาย
"พล! เอาหัววัดเซ็นเซอร์สนามแม่เหล็ก (Hall Effect Sensor) มาต่อขนานเข้ากับแผงสแกน MRI" เกริกสั่งการขณะกำลังถอดฝาครอบเครื่องสแกนชีวภาพด้วยความคล่องแคล่วราวกับเป็เครื่องจักรในโรงงานของเขาเอง
"จัดไปครับหัวหน้า!" พลหยิบสายสัญญาณและเครื่องมือช่างที่เขานำมาจากบ้านสวน เข้าไปต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสูงอย่างมีระบบ "ลุงหมอพิชิตไม่ต้องในะครับ หัวหน้าผมแกถอดประกอบเครื่องจักรความเที่ยงตรงสูงระดับไมครอนมาทั้งชีวิต เครื่องสแกนราคาหลักร้อยล้านนี่โครงสร้างฮาร์ดแวร์ข้างในก็ใช้หลักการฟิสิกส์พื้นฐานเหมือนกันนั่นแหละ!"
ดร.พิชิต ยืนเหงื่อตก มองดูทีมช่างบ้านสวนกำลังรบกับอุปกรณ์ชั้นนำของประเทศ "แต่... แต่นั่นมันเครื่องสแกนสมองนำเข้านะครับ! ถ้าแผงวงจรลัดวงจรขึ้นมา..."
"ถ้าเราไม่แก้แผงวงจรรับสัญญาณตอนนี้ เครื่องนี้ก็เป็ได้แค่นาฬิกาหรูที่บอกเวลาผิดครับ ดร." กานต์ที่กำลังช่วยเกริกป้อนโค้ดคำนวณใหม่หันมาพูด "ลุงเกริกกำลังปรับจูนตัวรับสัญญาณ ให้สามารถดักจับคลื่นความถี่ต่ำในระดับ 7.83 Hz (Schumann Resonance) ซึ่งเป็ความถี่เดียวกับสนามแม่เหล็กชีวภาพของร่างกายมนุษย์ขณะอยู่ในสภาวะชี่กงระดับลึก"
"7.83 Hz?" ดร.พิชิต ขมวดคิ้ว "นั่นมันความถี่คลื่นสมองระดับ Alpha/Theta และความถี่ธรรมชาติของโลกไม่ใช่เหรอ? มันเกี่ยวอะไรกับการสลายคลัสเตอร์ไวรัสในหลอดเืสมอง?"
เกริกวางไขควงลง เช็ดมือกับผ้าสะอาด แล้วหันมาอธิบายด้วยภาษาวิศวกรรมที่ชัดเจน
"เมื่อหลอดเืและท่อน้ำเหลืองเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ประจุไฟฟ้าที่ผนังเซลล์จะลัดวงจร" เกริกชี้ไปที่แบบจำลองหลอดเืบนจอภาพ "โมเลกุลของเืจะสั่นะเืด้วยความถี่ที่กระจัดกระจาย ไร้ระเบียบ (Chaotic Frequency) ยาต้านไวรัสหรือสารอาหารจึงถูกผลักออกจากผนังเซลล์เหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน การที่เราปรับเครื่องสแกนให้ดักจับคลื่น 7.83 Hz จะช่วยให้เรามองเห็น 'จุดที่ประจุไฟฟ้าลัดวงจร' ในสมองได้อย่างแม่นยำในระดับนาโนเมตร"
"หมายความว่า..." ดร.พิชิต เริ่มมองเห็นภาพตาม "เครื่องสแกนเดิมบอกแค่ว่า 'เืไม่ไหลผ่าน' แต่เครื่องที่ถูก Re-calibrate ใหม่จะบอกว่า 'ทำไมประจุไฟฟ้าตรงนั้นถึงผลักเืไม่ให้ไหลผ่าน' ใช่ไหมครับ?"
"ถูกต้องครับ ดร." เกริกพยักหน้า "เมื่อเรารู้พิกัดประจุลัดวงจร ผมจะไม่ต้องเดาทางในการส่งพลังงานสนามแม่เหล็กจากฝ่ามืออีกต่อไป ผมจะส่งคลื่นปรับสมดุลเข้าไปแก้ที่จุดเกิดเหตุโดยตรง เหมือนการส่งช่างเข้าไปซ่อมสายไฟที่ขาดในท่อแคบๆ"
"หัวหน้าครับ! เชื่อมต่อระบบเสร็จแล้ว!" พลร้องบอก "สัญญาณเซ็นเซอร์ผสานกันสมบูรณ์แล้วครับ!"
บนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ภาพการสแกนสมองของผู้ป่วยเคสวิกฤตเปลี่ยนไปจากเดิม ภาพสีแดงทึบที่เคยแสดงภาวะสมองบวม กลับถูกแทนที่ด้วยเส้นใยพลังงานสีฟ้าและสีเหลืองที่ยุ่งเหยิง ปรากฏจุดสีแดงเข้มกะพริบถี่ๆ อยู่ที่บริเวณแนวกั้นหลอดเืสมอง (BBB) และท่อน้ำเหลืองส่วนลึกใต้ฐานสมอง
"โอ้โห..." กานต์อุทาน "เห็นชัดเจนมาก! ท่อน้ำเหลืองส่วนลึกก้านสมองลัดวงจรเต็มระบบ ทำให้ของเสียและพายุภูมิคุ้มกันถูกกักไว้ในสมอง ออกไม่ได้เลย!"
เกริกถอนหายใจยาว สายตามุ่งมั่น เขาก้าวเดินตรงไปยังเตียงผู้ป่วยเคสวิกฤตที่นอนไม่ได้สติ สายยางและอุปกรณ์พยุงชีพรุมล้อม
"เอาล่ะ... เซ็นเซอร์พร้อม ระบบวัดค่าพร้อม" เกริกยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น ตั้งท่าเตรียมเดินพลังชี่กง "กานต์ ดร.พิชิต เฝ้าระวังตัวเลขความต้านทานไฟฟ้าบนจอให้ดี ถ้ามันเริ่มลดลง แปลว่าเรามาถูกทาง... พล! คอยคุมแรงดันอากาศในห้องอย่าให้ตก!"
"พร้อมครับหัวหน้า!" พลรับคำสั่งเสียงดัง
วิศวกรวัย 60 ปี ค่อยๆ หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าสู่กะบังลม ปรับจูนสนามแม่เหล็กชีวภาพในร่างกายให้เข้ากับความถี่ของเครื่องมือ... การซ่อมแซมระบบฮาร์ดแวร์มนุษย์ระดับควอนตัมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!