(5 ปีก่อน)
“เด็กใหม่หรอเรา อยากเป็นางแบบมืออาชีพไหม”
“อยากค่ะ”
“นั้นเอาชุดนี้ไปใส่ นางแบบจะต้องใส่ชุดได้ทุกชุด โดยไม่มีข้อแม้”
“แต่ว่าชุดนี้มันโป๊ไปนะคะ”
“ทำไม อยากเป็นางแบบมากไม่ใช่หรอ ฉันก็กำลังให้งานเธออยู่”
“ถ้างานแบบนี้ ฉันขอปฏิเสธค่ะ”
พูดจบ ฉันก็โยนชุดนั้นไปที่โซฟาข้างๆผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุ ที่แอบอ้างจะให้งานฉันในฐานะนางแบบ ก่อนจะเดินออกมา แต่ทว่าตาลุงหื่นคนนั้นกลับคว้าแขนของฉันเอาไว้
“จะได้ไหน ไม่อยากเป็นางแบบแล้วหรือไง อย่าเื่มากนา มีชุดอะไรก็ใส่ๆไปเถอะ แปบเดียวเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“ฉันสะบัดมืออีตาลุงบ้ากามนั้นออก แล้วต่อยไปที่ตาขวาของมันอย่างจัง จนล้มลงไปกองกับพื้น แล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที”
“จับมัน!ๆ แกไม่มีวันเป็นางแบบได้หรอก คอยดู”
เสียงอีตาลุงะโตามหลังฉันมา พร้อมเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ฉันหันซ้ายหันขวามองหาช่องทางหนี แต่เจอกองขยะที่มีมีกล่องกระดาษกล่องใหญ่วางอยู่ ฉันไม่คิดอะไรมากตอนนั้น รีบหยิบกล่องขึ้นแล้วครอบตัวเองเอาไว้ทันที
“ไปไหนแล้วว่ะ”
“แกไปทางนั้น พวกแกไปทางนั้น”
เสียงชายร่างบึกบึน 3 คน วิ่งออกไปคนละทิศละทางด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
ฉันรีบลุกขึ้นก่อนจะเดินออกมาจากซอยนั้นได้ในที่สุด เสียงของอีตาลุงคนนั้นยังคงดังอยู่โซนประสาทของฉันอยู่เลย
ฉันเดินมาเรื่อยๆ เหมือนคนที่หมดแรง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กลางสะพาน วิวแม่น้ำที่กระทบแสงแดดยามเย็นมันชั่งอบอุ่นหัวใจจริงๆ ภาพครั้งนั้นที่คุณน้าใจดีช่วยชีวิตฉันไว้มันวิ่งเข้ามาในหัว
“ฉันจะต้องทำให้ได้ ฉันจะไม่ทำให้คุณน้าผิดหวังที่ช่วยฉันไว้ในครั้งนั้น ฉันจะเป็นางแบบอาชีพให้ได้เลยคอยดู!!!!!”
ฉันะโออกไปเสียงดัง จนได้ยินเสียงตัวเองสะท้อนกลับมา
ไฟในงานดับลง เสียงเพลงจากที่เป็เสียงเนิบๆ เปลี่ยนเป็เสียงที่ดูชวนตื่นเต้นขึ้น หลังจากชุดฟินนาเล่ชุดแรกเดินเสร็จ ไม่นานนักไฟก็กลับส่องไปที่จุดตรงกลางเวทีพร้อมกับหนุ่มหุ่นเซ็กซี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่อนบนที่เปลือยเปล่า ไฟค่อยๆเลื่อนมาที่ประตูทางขึ้น ก่อนที่ฉันจะก้าวเดินออกมาในชุดฟินนาเล่ ที่ทั้งรัดรูปและโชว์เนื้อหนังเล็กน้อย ก้าวเดินไปอย่างมั่นใจ ไฟที่สลัวๆภายในห้อง ทำให้มองหน้าทุกคนที่นั่งดูอยู่ไม่ออกว่ามีสีหน้ายังไงกันบ้าง ฉันก้าวฉับๆเดินไปยังหน้าเวที เพื่อโพสท่าอวดชุดที่ใส่ แล้วเดินกลับมายังชายที่กำลังนั่งโพสท่ารออยู่กลางที ค่อยๆนั่งลงบนตักของผู้ชายคนนั้น โพสท่าต่างๆตามที่พี่จิงโจ้สอนมา จิกตาไปยังคนดูทีละคนๆ จนมาถึงชายั์ตาสีเทาที่จ้องมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตาไปไหน ฉันเปลี่ยนท่าโพสไปเรื่อยๆ จนไฟค่อยๆดับลง และติดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับนางแบบคนอื่นๆกลับขึ้นมาเดินเรียงแถวเป็การสิ้นสุดโชว์ชุดจบในที่สุด และเสียงปรบมือก็ดังขึ้น และเสียงซุบซิบของคนดูรอบๆด้านล่างด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
“เก่งมากคุณน้อง พี่เลือกไปผิดคนจริงๆ โชว์สวยและแซ่บเวอร์”
“ขอบคุณค่ะ”
“รีบไปเปลี่ยนชุดๆ”
หลังกลับมาหลังเวที พี่จิงโจ้ก็ปรบมือดีใจใหญ่สำหรับโชว์กะทันหันที่ฉันพึ่งแสดงจบไป
“กลับก่อนนะคะ”
“ไปก่อนนะคะพี่”
เสียงรุ่นน้องและคนอื่นๆต่างทยอยกันกลับ เหลือเพียงฉันที่ยังคงนั่งรอห้องเปลี่ยนจากนางแบบคนก่อนหน้าอยู่
“ฉันกลับก่อนนะคะพี่ วันนี้พี่เจ๋งมากเลย”
“กลับดีๆล่ะ”
นางแบบอีกคนเปลี่ยนชุดเสร็จ หันมาทักทายก่อนจะขอตัวกลับ ฉันเลยลุกเข้าไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเปลี่ยนชุกรัดติ้วชุดนี้ออกสักที แต่ทว่า ซิบด้านหลังมันดันติด
“ติดอะไรเนี่ย”
“เธอ เธอมีใครอยู่ด้านนอกไหม มาช่วยหน่อยสิ”
ฉันะโเสียงดังออกไป ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา ฉันเอื้อมมือไปปลดซิบตู้เปลี่ยนเสื้อผ้าออก เพื่อให้อีกคนสามารถเข้ามาได้
“เข้ามาเลยๆ นี่ตรงนี้ไม่รู้ว่ามันติดอะไร ปลดไม่ออก”
ฉันใช้มือจับไปที่ซิบด้านหลังให้นางแบบคนนั้นช่วยดูให้หน่อย มือของเขาจับมาที่ซิบแล้วพยายามลองรูดดู ฉันได้แต่ยืนนิ่งให้เขาทำ ไม่นานนักซิบก็รูดลงได้
“รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลย ขอบคุณ……”
ฉันหันกลับไปเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณน้องนางแบบคนนั้นที่ช่วย แต่กลับไม่เป็ไปอย่างที่ฉันคิด ฉันรีบเอามือขึ้นมาปิดหน้าอกโดยทันที
“นายเข้ามาได้ไงเนี่ย นี่มันห้องแต่งตัวนางแบบผู้หญิงนะ”
“ก็เธอเรียกให้ฉันช่วย”
“ฉันไม่ได้หมายถึงนาย ฉันหมายถึงคนอื่นนะ”
“ตรงนั้นไม่มีคนอื่น นอกจากฉัน”
“นั้นนายก็ออกไปได้แล้ว”
พูดจบฉันก็ผลักนายสิบทิศออกไป รูดซิบตู้เปลี่ยนชุด แล้วรีบทำธุระด้านในให้เสร็จ
“ยังไม่ไปอีกหรอ”
“ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ”
“แต่ฉันว่า เราไม่น่าจะมีธุระอะไรที่ต้องคุยกันอีกแล้วนะ”
ฉันพูดจบ หยิบกระเป๋าแล้วหันหลังจะเดินจากมา แต่เท้ากลับก้าวไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคที่เขาพูด มาหลังจากนั้น
“เดินแบบฝรั่งเศส ของนักดีไซเนอร์แฟลิเบอลี และเดินแบบที่เมืองคานา”
0_0
“อะไรนะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”
“ฉันจะให้เธอไปเดินแบบให้กับนักดีไซเนอร์แฟลิเบอลี และเดินแบบที่เมืองคานาอย่างที่เธอ้า และจะเป็หนึ่งในนางแบบไปเดินแบบแฟชั่นต่างประเทศที่จัดขึ้นตลอดทุกครั้งที่อย่างที่เธอ้า”
“เงื่อนไขล่ะ”
“ถ้าสนใจ พรุ่งนี้มาที่บริษัทฉัน เวลา 10 โมงเช้า”
พูดจบก็เดินผ่านหน้าฉันออกไป ปล่อยให้ฉันยังยืนงงๆกับคำพูดครึ่งๆกลางๆของเขา
เช้าวันถัดมา ฉันกับเ้างามก็มาตามนัดโดยไม่ต้องสงสัย ใครจะไม่สนใจเงื่อนไขดีๆแบบนั้นล่ะ อย่างน้อยก็ขอฟังข้อแลกเปลี่ยนแล้วค่อยตัดสินใจก็ไม่สาย ไม่แน่เขาอาจจะเห็นฉันเดินแบบแล้วประทับใจ อยากดึงฉันเขาเป็นางแบบของบริษัทเขาก็ได้ ใครจะไปรู้
“เชิญทางนี้ครับ”
ฉันเดินตามเลขาของเขาไปด้านในห้อง ซึ่งตลอดทางเดินเข้ามาด้านใน บริษัทของเขาใหญ่มาก ไม่แปลกใจที่เป็อันดับต้นๆของประเทศที่ใครก็อยากร่วมงานด้วย ห้องทำงานของเขาก็กว้างพอๆกับห้องฉันได้เลยล่ะมั้ง
“นั่งตรงนี้รอสักครู่นะครับ”
ฉันกับเ้างามนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามโต๊ะทำงาน มองไปรอบๆห้อง สามารถมองเห็นมุมจากที่สูงไปทั่วทุกที่ได้จากตรงนี้ มุมจากที่สูงนี้มันดีอย่างนี้เองสินะ
ไม่นานนัก เสียงประตูก็เปิดออก พร้อมกับผู้ชาย 2 คน ที่กำลังเดินเข้ามา
“เดี๋ยวนายจัดการตามนี้ล่ะกัน”
“ครับ”
เมื่อนายสิบทิศเห็นฉันนั่งรออยู่ ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่า เขาจะมีท่าๆเก๊กเพิ่มขึ้นไปอีก หน้านิ่งๆนั้น ยิ่งดูขรึมกว่าเดิมอีก
“มาแล้วหรอ ไปเอาสัญญามา”
เขาหันไปพูดกับเลขาคนสนิท ก่อนจะเดินมานั่ง
“ฉันจะให้เธอเป็นางแบบของบริษัท เธอสามารถไปเดินแบบต่างประเทศในฐานะตัวแทนของบริษัทตามที่เธออยากไปร่วมได้ และสามารถไปเดินแบบของนักดีไซเนอร์แฟลิเบอลี และเดินแบบที่เมืองคานาตามที่บริษัทจัดให้ได้ แต่มีข้อแม้อยู่เื่หนึ่ง”
ฉันตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ อยากตอบตกลงซะตอนนี้เลยจริงๆ
“เธอต้องมาเป็แฟนฉันปลอมๆเป็เวลา 6 เดือน”
“อ่ะ! ล่อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย นายจะให้ฉันไปเป็แฟนปลอมๆของนายเนี่ยน่ะ ฝันไปเถอะ”
“อุ๊ย! แกหยิกฉันทำไมเนี่ย!”
อยู่ๆยัยเ้างามก็หยิกฉัน
“คุณสิบทิศคะ ขอฉันคุยกับดาวเหนือสักครู่นะคะ”
พูดจบก็ดึงฉันมามุมๆหนึ่งของห้อง เมื่อคิดว่าคนอื่นไม่ได้ยินแน่ จึงหันมาคุยกับฉันด้วยเสียงเบาๆ
“ดาวเหนือแกจะไม่รับโอกาสนี้ไว้จริงๆหรอ แกลองคิดดู แกต้องพยายามแค่ไหนถึงจะสามารถไปเดินแบบนักแฟชั่นที่แกใฝ่ฝันมาตลอด อีกทั้งไปเดินคานาอีก แกนี้มันโอกาสทองชัดๆ กะอีแค่เป็แฟนปลอมแค่ 6 เดือน คุ้มยิ่งกว่าคุมอีกนะ”
“แต่ฉันไม่อยากมีชื่อเสียงฉันปนปี้เพราะไปคบกับนายนั้นหรอกนะ”
“เขาต่างหากที่ต้องเป็คนพูด”
v_v*
“แกเพื่อนใครเนี่ย”
“เออะนา ท่องไว้ๆ ความฝันๆๆ”
เมื่อเกลี่ยกล่อมฉันเสร็จ ก็จูงมือฉันกลับมานั่งที่เดิม
“ก็ได้ ฉันตกลง แต่มีข้อแม้นะ”
“ว่ามา”
“ระหว่างที่คบกับปลอมๆ นายต้องให้พื้นที่ส่วนตัวฉัน ตามที่ฉัน้า”
“ฉันก็มีข้อแม้เหมือนกัน ระหว่างที่เธอคบกับฉันอยู่ ห้ามคบหรือยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่น ไม่งั้นสัญญาจะเป็โมฆะ และมีเบี้ยปรับตามข้อตกลงในนี้”
“ฉันขาดทุนหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่รับก็ตามใจ ยังมีอีกหลายคนที่รอรับโอกาสนี้อยู่”
ก็ได้ว่ะไอดาวเหนือ ยังไงก็คุ้มที่จะเสี่ยง ฉันเลยหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นลงในกระดาษหน้าสุดท้าย ตรงคำว่าคู่สัญญา แล้วยื่นกลับไปให้นายสิบทิศเซ็นต่อตรงคำว่าผู้ว่าจ้าง หลังจากเซ็นเสร็จก็ลุกขึ้นยืนพร้อมยื่นมือมาที่หน้าฉัน ฉันลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปจับมือเขา
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน”ฉันพูด
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน”เขาพูด