บทที่ 14 ไร้ยางอายสิ้นดี
ระหว่างทางโจวจินฮวาเอาแต่ด่าสวี่หรานกับพี่น้องตระกูลเหยียน ราวกับพวกเขาเป็คนชั่วร้าย ส่วนเธอเป็ผู้บริสุทธิ์
“พี่สะใภ้เป็ครูที่โรงเรียน นักเรียนทุกคนต่างก็ชอบเธอกันทั้งนั้น และ... แม่ แม่ยังขโมยเงินอีก เื่นี้มันไม่ถูกต้องเลยนะครับ” จ้าวซวนจู้พูด เพราะนิสัยของแม่เป็แบบนี้ เขาจึงมักจะถูกคนอื่นดูแคลนอยู่เสมอ
“ขโมยบ้าอะไรล่ะ! ฉันไม่ได้ขโมยเสียหน่อย นังนั่นมันเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์ มันทำให้เด็ก ๆ เสียคนกันไปหมด!” โจวจินฮวาสบถ ถ้าสวี่หรานไม่มายุ่งวุ่นวาย พี่น้องตระกูลเหยียนก็จะคงยังอยู่ในกำมือของเธอ และเธอก็ไม่ต้องมาเสียหน้าต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านแบบนี้
และเมื่อโจวจินฮวาถึงบ้าน สวี่หรานกับเหยียนฮ่าวก็เข้ามาพอดี โจวจินฮวาจ้องมองทั้งสองด้วยสายตาไม่พอใจที่ราวกับจะฆ่าคนให้ตายได้
“คุณเข้าไปในบ้านก่อนเถอะ เื่อื่นผมจะจัดการเอง” เหยียนฮ่าวให้สวี่หรานเข้าบ้านก่อน เขาพยายามป้องกันไม่ให้เธอเผชิญหน้ากับโจวจิน ฮวา
เพราะที่โรงเรียนขาดไม้บรรทัด เหยียนฮ่าวจึงใช้มีดเล็ก ๆ ค่อย ๆ เหลาไม้ต้นหนึ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะเอาไปเคลือบน้ำมันแล้ววางตากลมเอาไว้ มือของสวี่หรานบอบบางมาก เธอจะโดนหนามตำไม่ได้เด็ดขาด
ระหว่างกินข้าว โจวจินฮวามองเหยียนฮ่าวแล้วแค่นเสียงเยาะเย้ยออกมา “คนอกตัญญู!”
น้าจ้าวขมวดคิ้ว “ตอนนี้กินข้าวอยู่ เธอจะพูดเื่แบบนี้ขึ้นมาทำไม!”
“ฉันก็แค่พูด ก็พวกเขาเป็คนอกตัญญูจริง ๆ นี่!” เพียงโจวจินฮวาคิดว่าต่อไปเงินของเหยียนฮ่าวคงไม่ตกมาถึงมือตัวเองแล้วก็รู้สึกคับแค้นใจ
ตอนนั้นเองที่เหยียนฮ่าวพูดขึ้นมาว่า "พวกเราจะรีบย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"
เมื่อได้ยินดังนั้นโจวจินฮวาพลันรู้สึกโกรธเคืองอยู่ในใจ เธออยากจะไล่พวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้ แต่สวี่หรานก็พูดขึ้นว่า "ถ้าน้าสะใภ้อยากไล่พวกเราไปตอนนี้เลยก็ได้ แต่เดือนนี้ยังเหลืออีกตั้งครึ่งเดือน ดังนั้นค่าเช่ากับคูปองอาหารที่จ่ายไปแล้ว น้าสะใภ้เอามาคืนพวกเราครึ่งหนึ่งก็พอ แล้วพรุ่งนี้เช้าพวกเราจะออกไปเลย!" เธอไม่เชื่อหรอกว่าโจวจินฮวาที่ขี้เหนียวจะยอมคืนเงินที่ได้ไปแล้วให้!
โจวจินฮวาเงียบลงทันที เธอไม่้าคืนเงินที่ได้รับมาแล้ว อีกทั้งเวลาก็เหลือเพียงครึ่งเดือน จากนั้นเธอก็จะรอดูพวกเขาออกไปนอนกองกันข้างถนน!
พอตกกลางคืน เมื่อถึงเวลานอนสวี่หรานก็ตักน้ำมาถังหนึ่ง แล้วให้ เหยียนฮ่าวออกไปรอด้านนอกสักพัก หลังเหยียนฮ่าวเห็นถังน้ำก็รู้ว่าสวี่หรานคิดจะทำอะไร จึงออกไปยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างว่าง่าย เงาของสวี่หรานที่ทาบทับอยู่บนผ้าม่านทำให้เหยียนฮ่าวที่มองอยู่ใจเต้นแรง สวี่หรานเป็คนผิวขาว เพียงเขาจินตนาการก็เห็นลำคอและเรียวแขนที่ขาวผ่องของหญิงสาวแล้ว จากนั้นก็ไม่กล้าคิดไปไกลกว่านี้
สวี่หรานเช็ดตัวอยู่ในห้อง เธอทำความสะอาดร่างกายอย่างง่าย ๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะมีกลิ่นตัว และหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เรียกเหยียนฮ่าวให้เข้ามาได้ แต่หลังจากรอครู่หนึ่งก็ไม่เห็นเหยียนฮ่าวเข้ามา เธอจึงคิดว่าเขาไม่ได้ยิน เลยเปิดประตูออกไปบอก
"ทำอะไรอยู่ เข้ามาได้แล้ว" สวี่หรานพูด หากยืนนานกว่านี้เขาได้แข็งตายแน่
ทว่าเหยียนฮ่าวกลับส่ายหน้า "ผมยังไม่เข้าไปดีกว่า"
"หืม? ไม่หนาวเหรอ?" สวี่หรานสงสัย อากาศตอนกลางคืนของทางเหนือหนาวจะตายไป
เหยียนฮ่าวพูด "ผมรู้สึกร้อนน่ะ คุณเข้าไปก่อนเถอะ"
พูดจบเขาก็ปิดประตู ตอนนี้แค่ได้ยินเสียงของสวี่หราน เขาก็รู้สึกใจสั่นแล้ว มันเหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ามารบกวนจิตใจ
สวี่หรานที่อยู่ด้านในมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่ม อุณหภูมิกลางคืนลดลงมาก และหิมะก็ตกลงมาไม่หยุด ดังนั้นเมื่อถึงตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นหญิงสาวจึงแทบไม่อยากลุกไปไหน
"ถ้าตอนนี้คุณไม่รีบลุก จะไปโรงเรียนสายเอานะ" เหยียนฮ่าวเดินเข้ามาปลุกอีกฝ่าย
สวี่หรานพลิกตัวไปอีกด้านพร้อมส่งเสียงอู้อี้ "ขออีกห้านาที ขอร้องละ..."
เมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อและน้ำเสียงออดอ้อนของสวี่หราน เหยียน ฮ่าวก็ใจอ่อนยวบ เขาไม่กล้าปลุกอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา แต่หลังสายตาเหลือบไปเห็นลำคอขาวผ่องที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้า หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นทันที ก่อนจะรีบเปิดประตูแล้วเดินออกไป