ในพริบตาที่ะโคำว่าเร่งความเร็ว เบื้องหน้าของฉู่ซิวก็ปรากฏม่านแสงเสมือนจริงขึ้นมา บนนั้นมีเงาร่างของบุคคลหนึ่ง เริ่มฝึกฝนหมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์
หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ คือวิชาพื้นฐานที่สุดของวิถียุทธ์ และเป็วิชาปูพื้นฐานที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต้องเรียนรู้ มีเพียงการฝึกวิชานี้เท่านั้น จึงจะสามารถสร้างเืลมจักรพรรดิมนุษย์ขึ้นภายในร่างกายได้ เล่ากันว่า วิชานี้ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิมนุษย์ ผู้บุกเบิกวิถียุทธ์
เหตุที่วิถียุทธ์ถูกกล่าวว่าเป็งานที่ต้องใช้ความอดทนสะสมปีแล้วปีเล่า ก็เพราะไม่ว่าจะเป็วิชาใด ล้วนต้องผ่านการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่านับหมื่นนับพันครั้ง เพื่อขัดเกลาเืลม เคี่ยวกรำเส้นเอ็นและกระดูก!
ดังนั้น แม้จะเป็ผู้ที่มีพร์สูงส่ง แต่หากขาดความเพียรพยายามและอดทนอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายย่อมเสียพร์ไปโดยเปล่าประโยชน์ เป็เพียงเื่เพ้อฝัน
บนม่านแสง เงาร่างที่ฝึกฝน "หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์" เริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และเร่งความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในท้ายที่สุดถึงขั้นเร็วเสียจนพร่าเลือนกลายเป็เงาตะคุ่ม
ในขณะเดียวกัน ฉู่ซิวรู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนสายหนึ่งที่ไหลเวียนไปตามเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างกาย การไหลเวียนของเืทั่วร่างเร่งเร็วขึ้น และััได้อย่างชัดเจนว่าพละกำลังในกล้ามเนื้อและกระดูกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฉู่ซิวพลันรู้สึกว่าร่างกายของตนโปร่งสบายและแจ่มชัดขึ้น เืลมภายในร่างกายไหลบ่าราวกับแม่น้ำ ประหนึ่งมีพละกำลังหลั่งไหลออกมาไม่สิ้นสุดและไม่มีวันหมด
[การเร่งความเร็วสิ้นสุดลง!]
เมื่อข้อความปรากฏขึ้นในสายตา ม่านแสงก็หายไป กระแสความร้อนที่พลุ่งพล่านในร่างกายก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
ฉู่ซิวกำหมัดทั้งสองข้าง รู้สึกได้ว่าพละกำลังเพิ่มขึ้นหลายระดับ!
ในขณะนี้ เขารู้สึกว่าตนเองสามารถชกวัวให้ตายได้ในหมัดเดียว ฉู่ซิวที่กำลังกระปรี้กระเปร่า รีบเปิดดูแผงข้อมูลส่วนตัวของตนทันที
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[ชื่อ : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายา ขั้นหนึ่ง (1 ตำลึง 1 เฉียน 6 เฟิน)]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (บรรลุขั้นต้น) ]
[ทักษะยุทธ์ : ไม่มี]
'ขยายเพื่อดูข้อมูลไร้ประโยชน์เพิ่มเติม'
เมื่อเห็นหนึ่งตำลึง หนึ่งเฉียน หกเฟิน ที่แสดงอยู่ในช่องขอบเขต ฉู่ซิวก็ดีใจเป็อย่างยิ่ง!
เืลมจักรพรรดิมนุษย์ หนึ่งตำลึง หนึ่งเฉียน หกเฟิน!
ในที่สุด ข้าก็กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว เืลมจักรพรรดิมนุษย์ครบสองตำลึง หมายถึงการก้าวเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลากายา และกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง!
ฉู่ซิวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวออกมา
สองปีแล้ว!
สองปี!
ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละ บวกกับการช่วยเหลือของระบบ ในที่สุดวันนี้หลังจากผ่านไปสองปี ข้าก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลากายาได้สำเร็จ และนี่เป็เพียงก้าวแรกเท่านั้น!
เมื่อมีระบบเร่งความเร็ว อนาคตของข้าจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่ขอบเขตขัดเกลากายาอย่างแน่นอน หลอมกระดูก ขัดเกลาอวัยวะ กายทองคำ ัคชสาร ะเืปฐี ในอนาคต ขอบเขตต่าง ๆ ในวิถียุทธ์เหล่านี้ ข้าจะก้าวเดินไปทีละก้าวและปีนขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดทีละขั้น!
ฉู่ซิวรีบเปิดหน้าต่างออกไปดูท้องฟ้า เห็นดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดไม้ ไม่ต่างจากตอนที่เขากลับมาถึงบ้านเลย!
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่า การเร่งความเร็ว เป็เพียงการเร่งกระบวนการฝึกฝน แต่ไม่ได้ใช้เวลาจริง ระบบนี้ช่างฝืนลิขิต์ยิ่งนัก!
ฉู่ซิวดีใจจนเนื้อเต้น ใจพองโต ใช้เงินเพียงยี่สิบตำลึง ก็ทำให้เขากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้โดยตรง
ในตอนนี้ เขาสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า การเปลี่ยนโชคชะตาฝืนลิขิต์ เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ฉู่ซิวที่ตื่นเต้นอย่างมาก เปิดแผงข้อมูลส่วนตัวอีกครั้ง
เร่งความเร็วต่อ!
[การเร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไปต้องใช้ (100 ตำลึงเงิน), (โอสถขัดเกลากายา x1) ยืนยันหรือไม่?]
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น ความดีใจและปรีดาในใจของฉู่ซิวก็ค่อย ๆ จางหายไป และคิ้วก็เริ่มขมวดเข้าหากัน
เพราะเงินของเขาไม่พอ!
แม้ฉู่ซิวจะเป็ผู้นำตระกูล แต่เนื่องจากตระกูลถูกดูแลโดยท่านอาผู้ใจดี (ประชด!) ดังนั้นเงินรายเดือนที่เขาเบิกได้จึงมีเพียงสิบตำลึง
สิบตำลึง สำหรับครอบครัวธรรมดาในยุคนี้ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องกังวลเื่อาหารการกินไปตลอดทั้งปี แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้ว มันไม่ใช่จำนวนที่มากเลย
การเคี่ยวกรำเส้นเอ็นและกระดูกทำให้าเ็ได้ง่าย การซื้อสมุนไพรจึงเป็ค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อย ส่วนพวกอาหารบำรุงเืลมนั้น ยิ่งมีราคาสูงลิ่ว!
ใน่สองปีที่ผ่านมา ค่าสมุนไพรและอาหารบำรุงได้ผลาญเงินรายเดือนของฉู่ซิวจนหมดสิ้น หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้บ้าง เขาคงไม่สามารถหาเงินยี่สิบตำลึงมาเร่งความเร็วครั้งก่อนได้
ในตอนนี้ เขามีเงินติดตัวอยู่ห้าสิบกว่าตำลึง แต่การเร่งความเร็วในขั้นถัดไป กลับต้องใช้หนึ่งร้อยตำลึง หากเป็เพียงเื่เงินทอง ก็ยังพอว่า ทรัพย์สมบัติที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ นำออกมาขายบางส่วนก็น่าจะรวบรวมได้ครบ
อีกอย่าง ตอนนี้เืลมของเขาครบหนึ่งตำลึงแล้ว พรุ่งนี้ย่อมผ่านการสอบระดับอำเภอและกลายเป็ถงเซิงแน่นอน...
เมื่อได้ตำแหน่งทางราชการมาครอง ก็จะสามารถกุมอำนาจในตระกูลได้อย่างสมบูรณ์ เงินเพียงร้อยตำลึงย่อมไม่ใช่เื่ใหญ่!
ต่อให้เป็พันตำลึงก็เป็เื่เล็กน้อย!
ทว่าการเร่งความเร็วในขั้นถัดไป ไม่ได้้าเพียงแค่เงินทอง...
เงื่อนไขอีกข้อหนึ่งต่างหาก ที่ทำให้เขารู้สึกหมดแรงอย่างแท้จริง...
โอสถขัดเกลากายา!
สิ่งนี้ไม่ได้ราคาแพง แต่มีราคาแต่ไม่มีของขาย!
ขอบเขตแรกของวิถียุทธ์คือขอบเขตขัดเกลากายา และโอสถขัดเกลากายาก็เป็ยาดีเพียงชนิดเดียวที่ใช้บำรุงเืลมและขัดเกลาร่างกายในขอบเขตนี้!
ประกอบกับผู้คนทั่วหล้าต่างฝึกยุทธ์ ด้วยจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ที่มหาศาล โอสถขัดเกลากายาย่อมเป็ที่้ามากกว่าจำนวนที่มี ของที่หายากเช่นนี้ ย่อมถูกจัดสรรให้ชนชั้นสูงก่อนเป็อันดับแรก โอสถขัดเกลากายาที่หลุดรอดมาถึงตลาดจึงมีน้อยนิดยิ่งนัก!
ฉู่ซิวถอนหายใจ ดูท่าวันนี้คงเร่งความเร็วไม่ได้แล้ว คงต้องรอจนถึงพรุ่งนี้หลังจากกุมอำนาจในตระกูล แล้วลองดูว่าสามารถใช้เส้นสายของตระกูลเพื่อจัดหาโอสถขัดเกลากายาได้หรือไม่!
เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะได้กุมอำนาจในตระกูล ฉู่ซิวก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง ก่อนหน้านี้การสอบระดับอำเภอเปรียบเสมือนกำแพงั์ที่ไม่อาจข้ามได้ แต่ตอนนี้เขากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลากายาที่มีเืลมครบหนึ่งตำลึงแล้ว!
เมื่อมีระบบเร่งความเร็ว ขอเพียงมีเงินและทรัพยากรเพียงพอ เขาก็สามารถเร่งความเร็วเพื่อข้ามกระบวนการฝึกฝนที่ยาวนานได้โดยตรง ซึ่งรวดเร็วกว่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ไม่รู้กี่เท่า!
การเปลี่ยนโชคชะตาฝืนลิขิต์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังมีอะไรให้ต้องไม่พอใจอีกเล่า?
เหตุใดต้องรีบร้อนอยากจะรวยทางลัดในคราวเดียว!
"ต้องปล่อยให้ร่างกายได้ย่อยและปรับตัวบ้าง..." ฉู่ซิวรำพึงพลางเอนตัวลงนอนบนเตียงด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่ง
วันรุ่งขึ้น ณ สำนักยุทธ์
การสอบระดับอำเภอกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด บนแท่นสูงเ้าสำนักยุทธ์กำลังยิ้มประจบพลางสนทนาบางอย่างกับนายอำเภอและเหล่าขุนนางท้องถิ่น
ภายในลานประลองยุทธ์ เหล่าศิษย์เรียงแถวรอคอย เพื่อรับการตรวจวัดเืลมทีละคนภายใต้การกำกับดูแลของเ้าหน้าที่อำเภอ
กลางลานมีหินั์สีดำสนิทก้อนหนึ่งตั้งอยู่ เมื่อศิษย์เดินมาถึงหน้าหิน ให้วางฝ่ามือลงบนนั้นและโคจรเืลมทั่วร่าง
จากนั้นค่าตัวเลขน้ำหนักของเืลมจะปรากฏขึ้น หินก้อนนี้มีชื่อว่าศิลาจักรพรรดิมนุษย์เสวียนอู่ สามารถสั่นะเืและตอบสนองต่อเืลมจักรพรรดิมนุษย์ในร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ เล่ากันว่า หินนี้ถูกสร้างขึ้นจากการชโลมด้วยเืของจักรพรรดิมนุษย์
"ซุนเฟิง เจ็ดเฉียนเก้า ไม่ผ่าน!"
"หลี่เชียน เก้าเฉียนสาม ไม่ผ่าน!"
"หานชง หนึ่งตำลึงเก้าเฟิน ครบหนึ่งตำลึง! ได้เลื่อนขั้นเข้าสู่สำนักอำเภอ ยินดีด้วย!"
เมื่อมีผู้ตรวจพบว่าเืลมครบหนึ่งตำลึง เหล่าเ้าหน้าที่อำเภอก็ร่วมแสดงความยินดีพร้อมกัน
ในขณะนี้ ความภาคภูมิใจของผู้ที่ได้รับคำยินดีถูกเติมเต็มอย่างมาก ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ตรวจและผู้ที่ไม่ผ่าน ต่างส่งสายตาอิจฉามาให้ ขณะเหล่าศิษย์ที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีเืลมครบหนึ่งตำลึง ต่างแสร้งทำเป็สงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเมื่อตนผ่านการทดสอบ จะได้รับคำยินดีจากเ้าหน้าที่และเป็ที่อิจฉาของทุกคน
"ฉู่เฉิงเยี่ย หนึ่งตำลึงสองเฟิน ครบหนึ่งตำลึง! ได้เลื่อนขั้นเข้าสู่สำนักอำเภอ ยินดีด้วย!"
"ฮ่า ๆ พี่ฉู่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก!"
"สมกับเป็ผู้นำตระกูลฉู่จริง ๆ !"
เมื่อฉู่เฉิงเยี่ยผ่านการทดสอบ เสียงโห่ร้องชื่นชมก็ดังขึ้นระงมในกลุ่มคน อย่างไรเสียตระกูลฉู่ก็เป็ตระกูลใหญ่ในอำเภออันอู่ที่ทุกคนรู้จักดี และการสอบระดับอำเภอในวันนี้ยังเป็การตัดสินตัวเลือกที่แท้จริงของผู้นำตระกูลฉู่ด้วย!
ฉู่เฉิงเยี่ยกำลังจะกลายเป็ผู้นำตระกูลฉู่คนต่อไป ทุกคนจึงไม่ลังเลที่จะกล่าวคำประจบสอพลอ แม้แต่เหล่าเ้าหน้าที่อำเภอ เมื่อเผชิญหน้ากับเขา ก็ยังโน้มตัวลงเล็กน้อย เมื่อเผชิญกับคำเยินยอมากมาย ฉู่เฉิงเยี่ยย่อมลำพองใจเป็ธรรมดา
ขณะเดินกลับมาเมื่อเห็นฉู่ซิว ใบหน้าของเขาก็ประดับด้วยรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความทะนงตัว เขายักคิ้ว สายตาแฝงไปด้วยความท้าทาย ฉู่ซิวปรายตามอง ในใจรู้สึกระอาอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าเ้าหมอนี่จะยังยิ้มออกหรือไม่ในอีกสักครู่
ครู่ต่อมา เ้าหน้าที่อำเภอก็เรียกชื่อของฉู่ซิว
"ฉู่ซิว ก้าวออกมา"