คำกล่าวนั้นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งดังก้องไปทั่วบริเวณสร้างความตกตะลึงแก่ฝูงชน
เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในที่นั้นเบิกตาค้างตะลึงจนมิอาจกล่าวคำ!
กายาศักดิ์สิทธิ์ไม่เพียงไม่ยอมมอบสิ่งของแต่กลับท้าทายบรรดาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้า!
หรือเขามั่นใจว่าจะสามารถยืนหยัดต่อกรกับมหาอำนาจค่อนแคว้นได้?
"บ้าไปแล้ว"
"ผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้บ้าเกินเยียวยา!"
ผู้ฝึกตนไม่ใช่น้อยกล่าวออกมาเยี่ยงคนเสียสติเริ่มล่าถอยไปด้านหลังทีละน้อย ราวกับล่วงรู้ถึงมหาสงครามที่กำลังจะเกิด!
"ฮ่าๆๆ..."
จักรพรรดิจิ่วหลีหัวเราะลั่นเสียงก้องกังวานในห้วงเวหา "มู่เสินฉวนเอ๋ยมู่เสินฉวน เจ้าช่างไร้ความยำเกรงสมข่าวลือจริงๆ!"
"เปิดหูเปิดตาข้าเสียจริง!"
"หึ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"จักรพรรดิต้าเซี่ยตวาดเสียงเย็นรอบกายพลันเปล่งประกายพลังมังกรทองคำ ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรแว่วมาพร้อมความเย็นยะเยือกและคมกระบี่สังหาร แล้วอุณหภูมิโดยรอบก็ลดลงไปหลายส่วน
"เป็นเพียงกายาศักดิ์สิทธิ์กลับบังอาจโอหังเช่นนี้ ไม่เห็นหัวพวกข้าแล้ว?"
"คิดหรือว่าพวกข้าปล่อยให้เจ้าเติบใหญ่ฝันเฟื่อง!"
"ในเมื่อไม่คิดจะมอบสิ่งใดเช่นนั้นก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!"
ผู้นำตระกูลเจียง ผู้อาวุโสหญิงชราตระกูลจีรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของหลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก้าวเท้าออกมาด้านหน้าจ้องเขม็งไปที่มู่เสินฉวน ราวกับพร้อมลงมือทันทีที่ผิดใจกัน!
"เฮ้อผู้นำตระกูลมู่ครานี้ช่างหุนหันพลันแล่นยิ่งนัก"
"ยอมมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเสียยังดีกว่าปล่อยเสือเข้าบ้าน"
สองผู้นำแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้แม้แต่พวกเขาก็หมดหนทางที่จะเข้าช่วยเหลือตระกูลมู่
นอกเหนือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลโบราณอื่นๆแล้ว
สองจักรพรรดินั้นหาผู้ใดเทียบเทียมได้เป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่งระดับเขตเทพสวรรค์ขั้นเก้าทั้งยังฝึกปรือคัมภีร์โบราณแห่งจักรพรรดิ และเคล็ดลับสุดยอดอีกหลายแขนงพลังต่อสู้สะท้านภพ!
ตราบใดที่เซียนไม่ลงมือก็แทบจะไม่มีผู้ใดกดข่มพวกเขาได้
ผู้นำตระกูลมู่ในวันนี้ชะตากำหนดไว้แล้วว่าจะต้องตาย!
เลือดต้องสาดกระเซ็นที่เขามารฝังฟ้าเป็นแน่...
"ไร้ประโยชน์ที่จะเอื้อนเอ่ย!"
"มาสู้กัน!"
มู่เสินฉวนจ้องมองด้วยสายตาดุดันตวาดเสียงเย็น
ทั่วร่างเขาเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นราวกับสุริยันทองคำที่กำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่งพลังโลหิตแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์อันท่วมท้นพลันทะลวงผ่านห้วงอากาศครรภ์กระบี่ต้ากลัวในมือยาวขึ้นสามฉื่อ แผ่กลิ่นอายไร้เทียมทานสะกดทุกสายตา
แม้แต่พญาคุนเผิงทองที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆยังต้องยอมจำนน พร้อมเอ่ยคำคำหนึ่งออกมา
"วีรบุรุษ!"
ด้วยความทะนงตนแห่งผู้นำเผ่าปักษาสีทองรุ่นเยาว์เช่นเขามองไปทั่วหล้าทั้งห้าแคว้น แทบจะไม่มีผู้ใดอยู่ในสายตา!
มู่ฮ่าวถือเป็นหนึ่ง
ผู้นำตระกูลมู่ก็ถือเป็นหนึ่ง!
กล้าที่จะใช้พลังในขอบเขตเอกะต่อกรกับสองจักรพรรดิสองตระกูลโบราณ และอีกหลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
ช่างมีจิตใจแห่งวิถีอันไร้เทียมทานมั่นใจว่ากวาดล้างศัตรูทั้งหมดให้ราบคาบ!
และในขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะปะทุ
โครม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพลันดังกึกก้องมาจากด้านข้าง
สุสานแห่งจักรพรรดิอู๋สื่อพังทลายลงมาแผ่นดินแยกออกและยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
เขตแดนโกลาหลที่ปกคลุมอยู่ในรัศมีหลายสิบลี้ก็พลันสลายไป
"ดูเร็ว!"
"สุสานของจักรพรรดิอู๋สือถล่มแล้ว!!!"
"แม้แต่เขตแดนโกลาหลก็ยังสลายไปแล้ว"
"เกิดอะไรขึ้น?"
เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในที่นั้นต่างตื่นตระหนกและพากันจับจ้องไปยังทิศทางนั้น
บรรดาเทพสวรรค์ที่เผชิญหน้ากับมู่เสินฉวนก็ตกตะลึงเช่นกันพลังจิตสัมผัสหลายสายพุ่งทะยานไปยังเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง!
"นี่มัน...ความผันผวนของวิถีห้วงมิติ!"
ผู้อาวุโสสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ท่านหนึ่งสังเกตเห็นจึงตวาดเสียงดัง
"ค่ายกลมิติ!"
"บรรดาลูกหลานของตระกูลมู่เพิ่งกลับเข้าไปในสุสานเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับพวกเขาแน่!!"
"เขตแดนสลายไปแล้ว..."
"นึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดแห่งตระกูลมู่จะใช้วิธีพิสดารเช่นนี้!!"
"แม้แต่ศิลาเทพโกลีก็ยังขนย้ายออกไปได้!"
"ตอนนี้พวกเขาคงไปถึงทะเลไร้สิ้นสุดแล้วกระมัง!"
เมื่อเขตแดนโกลาหลหายไปทุกคนก็คิดว่าเป็นการกระทำของลูกหลานตระกูลมู่ทันที!
ชั่วขณะนั้นสายตานับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปยังมู่เสินฉวนอีกครั้ง อากาศธาตุเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
...
ทะเลไร้สิ้นสุด เกาะเทพหลัก
ครืน! ฟุ่บ!
ห้วงมิติปั่นป่วนก่อระลอกคลื่นไร้รูปร่างขึ้นมากลางอากาศ
ร่างทั้งห้าพลันพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าดิ่งลงสู่เกาะเทพหลัก
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะย่ำเท้าลงพลังลึกลับก็เข้าปกคลุมพื้นที่หลายสิบลี้ทันใด
และในเวลานั้นเองภายในพื้นที่หลายสิบลี้นั้น บังเอิญมีเอกะของตระกูลมู่สองท่านปรากฏกาย
ผู้อาวุโสสาม มู่ผิงหยางขมวดคิ้วพลิกอ่านบัญชีตรวจสอบรายรับรายจ่ายของตระกูลทั้งสามสายในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ทันใดนั้นพลังที่ไม่อาจต้านทานก็โถมกระหน่ำลงมาโดยไร้สัญญาณซัดร่างเขาไปกระแทกตำหนักหลายแห่ง ก่อนจะหยุดลงในอีกกว่ายี่สิบลี้ต่อมา
อีกด้านหนึ่ง
มู่อู๋จี๋กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในศาลาริมน้ำก็โดนพลังแห่งความโกลาหลซัดกระเด็นไปเช่นกัน น้ำชากระฉอกเต็มหน้าส่วนร่างเขาพุ่งทะยานเหมือนดาวตก ชนเข้ากับภูเขาในอีกสิบกว่าลี้ [1]
สองผู้อาวุโสตระกูลมู่ลุกขึ้นมาจากกองซากปรักหักพังอย่างทุลักทุเลสายตาโกรธเคืองมองไปยังทิศทางหนึ่ง พร้อมตวาดเสียงดัง
"ใคร!"
"มู่เฉิน เมื่อกี้...ท่านพ่อของเจ้าเหมือนจะโดนซัดกระเด็นออกไปนะ? คนที่ชนภูเขาอยู่น่ะ"
มุมปากมู่หลางกระตุกสองสามครั้งชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง
"..."
มู่เฉินจ้องเขม็งรีบร่างพุ่งไปยังทิศทางที่มู่อู๋จี๋อยู่
"เอ่อ อวี่เซิง..."
"ท่านปู่ของเจ้าก็เหมือนจะโดน..."
ยังไม่ทันที่มู่หลางจะได้กล่าวจบมู่อวี่เซิงก็ยกมือขึ้น สร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณเล็กๆ ปิดปากเขาไว้
"อื้อ..."
พลังฟ้าดินไหลทะลักเข้าปากมู่หลางอย่างบ้าคลั่งหอบหายใจราวกับคนขาดอากาศ
มู่ฮ่าวและมู่เยว่เหยายิ้มอย่างจนปัญญาสายตาพร้อมใจกันมองไปยังที่แสนไกล เผยแววตากังวล
...
ณ หุบเขามารฝังฟ้า
"วิชาหยั่งรู้ต้นกำเนิดของเจ้านั่นไม่เลว!"
"ถึงกับใช้ค่ายกลมิติเคลื่อนย้ายศิลาศักดิ์สิทธิ์โลกาหลออกไปได้!!"
จักรพรรดิต้าเซี่ยเผยสีหน้าแปลกประหลาดก่อนกล่าวอย่างเย็นชา "แต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์ศิลาศักดิ์สิทธิ์นั่นข้าก็สนใจใช่ย่อย"
"ภายหลังข้าจะเดินทางไปยังทะเลไร้สิ้นสุดด้วยตนเอง!"
"เหอะ คิดว่ามีโอกาสหรือไร!"
"ข้าจะสังหารเจ้าเป็นคนแรก!"
แววตามู่เสินฉวนเย็นเยียบปล่อยจิตสังหารอันน่าสะพรึงออกมา ราวกับจะลงมือ!
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งมาจากระยะไกล
เป็นปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดระดับไฟศักดิ์สิทธิ์จากราชวงศ์จิ่วหลี!
สีหน้าเขาตื่นตระหนก คนยังไม่มาเสียงก็มาถึงก่อนแล้ว
"ท่านขอรับผู้สืบทอดของมหาจักรพรรดิปรากฏตัวแล้ว ที่หนานหลิง!"
"เขาถือไหอสูรกลืนสวรรค์ตรึงอสูรทักษิณไว้ที่หุบเขาโลหิตมังกร!"
—---------------------------------------------------
[1] 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร