ตอนที่ 114 ความประหลาดใจที่ไม่อาจเลี่ยงได้
“ผู้อำนวยการไช่ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนจัดการสั่งให้ฉันเข้าเมืองไปเพื่อจัดหาสิ่งของให้กับสำนักงานสหคามของเราหรอกหรือคะ ฉันคนเดียวขนของพวกนี้ไม่ไหว โรงงานทอฝ้ายเลยจัดคนมาเพื่อส่งฉันกลับมาค่ะ”
หานชีเยวี่ยเอ่ยพร้อมท่าทีสบายๆ อย่างหาสิ่งใดเปรียบ คนรอบข้างที่ได้ยินต่างก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล ถึงขนาดที่มีบางคนคิดว่าโรงงานทอฝ้ายนั้นไม่เลวเลยทีเดียว บริการดีเยี่ยมจริงๆ แต่เปลือกตาของผู้อำนวยการไช่กลับกระตุกยิกๆ ไม่น่าจะเสร็จสิ้นภารกิจเร็วขนาดนี้หรอกกระมัง?
เขาไม่ได้ให้อะไรกับสหายหานชีเยวี่ยไปเลย มีเพียงแค่คำพูดประโยคเดียว แต่สหายรุ่นเยาว์คนนี้กลับทำสำเร็จได้จริงๆ หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถทำให้โรงงานจัดสรรรถเพื่อมาส่งเธอกลับได้ นี่ถือเป็นการให้เกียรติอย่างถึงที่สุดแล้วกระมัง?
ต้องบอกให้รู้ว่า บรรดาหัวหน้าของโรงงานใหญ่ๆ ในเมืองนั้นหาใช่คนธรรมดาทั่วไปไม่ พวกเขาไม่เคยเก็บบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับล่างของสหคามไว้ในสายตาเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เจ้าหน้าที่ระดับล่างเลย ต่อให้เป็นตัวเขาที่เป็นถึงหัวหน้าของสหคามไปเอง บรรดาหัวหน้าเหล่านั้นก็หาได้จำเป็นจะต้องลงมาพบหน้าเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปขอสวัสดิการโดยไม่ได้เตรียมอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย
คนขับรถไม่รอให้หานชีเยวี่ยลงมือเอง เขาตรงเข้าช่วยขนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนออกจากเบาะหลังทีละชุดๆ หานชีเยวี่ยรีบร้อนจะเข้าไปช่วย แต่ไฉนเลยคนขับรถจะยอม
“ผู้จัดการโรงงานสั่งให้ผมมาส่งคุณ แล้วจะให้คุณลงมือเองได้ยังไงครับ”
คนขับรถพูดด้วยท่าทางสุภาพเป็นอย่างยิ่ง
ตอนที่อยู่บนรถ ใครหนอใช้ให้หานชีเยวี่ยได้ยินว่าเขามีลูกอายุขวบกว่าล่ะ?
เธอก็เลยหยิบลูกอมตรากระต่ายขาวให้เขาตั้งกำมือใหญ่
คนขับรถเป็นคนที่เคยติดตามผู้นำมาก่อน แน่นอนว่าเขาย่อมรู้วิธีสร้างภาพลักษณ์ให้หานชีเยวี่ย เพื่อให้เธอได้รับความสำคัญมากขึ้นในสหคาม
ผลปรากฏว่า เมื่อได้ยินคำพูดของคนขับรถ สายตาที่ผู้อำนวยการไช่ใช้มองหานชีเยวี่ยพลันเปลี่ยนไปทันที
ผู้จัดการโรงงานทอฝ้ายให้รถประจำตัวมาส่งหานชีเยวี่ยกลับมา คนขับรถก็สุภาพขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าโรงงานทอฝ้ายให้ความสำคัญกับหานชีเยวี่ยมาก
ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงราชการมานานหลายปี ผู้อำนวยการไช่จึงคิดอะไรได้มากขึ้นอีกนิด
ของมีจำนวนไม่น้อยเลย แต่เมื่อถูกมัดรวมกันมาเป็นชุดๆ จึงทำให้ขนลงมาสะดวกง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง คนขับรถใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ขนของทั้งหมดลงมาเรียบร้อย
“สหายชีเยวี่ย ของถูกขนลงมาหมดแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ผู้จัดการโรงงานบอกว่าจะใช้รถตอนบ่ายครับ”
ตอนที่คนขับรถเอ่ยปากพูดนั้น เขาตั้งใจหันมาพูดกับหานชีเยวี่ยโดยเฉพาะ และความหมายก็ชัดเจนจนไม่รู้ว่าจะชัดกว่านี้ได้อย่างไร
ผู้จัดการโรงงานจะใช้รถตอนบ่าย แต่ก็ยังตั้งใจให้เขามาส่งสหายชีเยวี่ยโดยเฉพาะ พวกคุณลองไตร่ตรองเอาเองแล้วกัน
“สหายเสี่ยวหลิว คุณลำบากวิ่งรถมาส่งถึงที่นี่ มาดื่มชาก่อนกลับสักหน่อยเถอะค่ะ” หานชีเยวี่ยรีบร้อนเชิญคน แต่พอพูดจบแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เธอเป็นเจ้าหน้าที่ของสหคาม ทว่าแม้แต่โต๊ะทำงานสักตัวก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ แล้วจะเชิญสหายเสี่ยวหลิวไปดื่มชาที่ไหนกัน?
ใบหน้าของเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกประดักประเดิด
ผู้อำนวยการไช่เห็นอาการอึกอักของหานชีเยวี่ย จึงรีบพูดเชิญว่า “สหายท่านนี้ช่วยสหายเสี่ยวหานของเรามาขนาดนี้ เชิญไปดื่มชาที่ห้องทำงานของผมก่อนกลับเถอะครับ! ”
แต่คนขับรถปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ขอรั้งอยู่ต่อที่นี่ เขาโบกมือลาแล้วจากไปอย่างรวดเร็วทันที หลังจากส่งสหายเสี่ยวหลิวไปแล้ว หานชีเยวี่ยมองผ้าปูที่นอนในลานสำนักงานสหคาม ก่อนพูดว่า “ผู้อำนวยการไช่คะ ของพวกนี้จะให้ขนไปไว้ที่ไหนดีคะ? ”
เทศกาลไหว้พระจันทร์ยังมาไม่ถึง คงไม่อาจแจกจ่ายสวัสดิการตอนนี้ได้ ดังนั้นคงต้องหาที่เก็บไว้ก่อน จนถึงตอนนี้ผู้อำนวยการไช่ยังคงไม่อยากจะเชื่อ หานชีเยวี่ยได้ของที่เธอต้องการมาได้สำเร็จจริงๆ
“สหายชีเยวี่ย ค่าใช้จ่ายพวกนี้จัดการยังไงหรือ? ”
หานชีเยวี่ยพูดด้วยท่าทางกระดากอายว่า “ยังค้างชำระอยู่ค่ะ มันเป็นเงินก้อนใหญ่ ฉันไม่มีเงินมาจ่ายพอหรอกค่ะ”
จริงๆ แล้วแค่ร้อยห้าสิบหยวน หานชีเยวี่ยย่อมจ่ายได้อยู่แล้ว แต่เธอไม่คิดจะทำแบบนั้นแน่ เรื่องของราชการ สามารถค้างชำระไว้ก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลังได้ เพราะอย่างไรเสีย การจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี อาจทำให้ถูกสงสัยเอาได้ง่ายๆ
หานชีเยวี่ยพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำแล้วไม่คุ้ม
เมื่อได้ยินว่าค้างชำระอยู่ ผู้อำนวยการไช่ยิ่งประหลาดใจมากกว่าเดิม สหคามของพวกเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับโรงงานทอฝ้ายเท่าไหร่นัก แต่โรงงานทอฝ้ายกลับยอมถึงขนาดให้ค้างชำระได้ ดูท่าแล้ว สหายหานชีเยวี่ยจะมีพอมีหน้ามีตาในโรงงานทอฝ้าย
“เสี่ยวหลี่ว์ นายพาคนมาเก็บของพวกนี้ไปไว้ในห้องประชุมก่อน”
หลังจากสั่งการเสร็จ ผู้อำนวยการไช่ก็รู้สึกว่าตนเองก็ควรจะให้เกียรติหานชีเยวี่ยบ้าง
“คนที่แอบดูเรื่องสนุกอยู่ในห้องทำงานออกมาให้หมด สหายที่ยืนอยู่ตรงนี้คือสหานชีเยวี่ย เธอเป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่ของสหคามเรา ทุกคนมาทำความรู้จักกันหน่อย”
เสียงของผู้อำนวยการไช่ดังก้อง ทุกคนในสหคามต่างก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน ผลปรากฏว่าเพียงพริบตาเดียวก็มีคนปรากฏตัวออกมาไม่น้อยเลยทีเดียว
“หลังจากสหายหานชีเยวี่ยมารายงานตัว ผมก็มอบหมายให้เธอไปจัดการเรื่องสวัสดิการในวันเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้ พวกคุณก็รู้ว่าสหคามของเรายากจน ไม่มีอะไรจะเอาไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นได้”
ถึงแม้ผู้อำนวยการไช่จะพูดอย่างกระตือรือร้น แต่สายตาของทุกคนไม่จับจ้องอยู่ที่หานชีเยวี่ยก็จับจ้องอยู่ที่ผ้าปูที่นอนที่กองอยู่บนพื้น
นี่มันผ้าปูที่นอนเชียวนะ ถ้าไปซื้อที่สหกรณ์ ราคาผืนละห้าหยวนห้าสิบเชียว แถมยังต้องใช้คูปองซื้ออีกต่างหาก
เงินน่ะพอจะหาได้ แต่คูปองน่ะหายากมากเหลือเกิน
ทว่าตอนนี้ สหายหานชีเยวี่ยกลับหาผ้าปูที่นอนมาได้มากมายขนาดนี้ แถมบางผืนยังเป็นลายดอกโบตั๋นสีแดงสด เหมาะสำหรับงานแต่งงานอีกด้วย
“ผ้าปูที่นอนพวกนี้ไม่ต้องใช้คูปอง เป็นสหายหานชีเยวี่ยที่คิดหาทางหามาให้พวกเรา ไม่ใช่ว่าพวกเราควรปรบมือขอบคุณเธอสักหน่อยหรือ?”
เมื่อได้ยินว่าหานชีเยวี่ยหาผ้าปูที่นอนมาได้มากมายโดยไม่ต้องใช้คูปอง ทุกคนต่างก็ประหลาดใจ ทว่าก็ยังคงปรบมือให้เธอ
หานชีเยวี่ยรีบพูดด้วยท่าทีเกรงกเกรงใจ “ผู้อำนวยการไช่ ท่านชมเกินไปแล้วค่ะ นี่ก็เป็นเพราะโรงงานทอฝ้ายให้เกียรติสหคามของเรา ถึงได้มีน้ำใจมอบของเหล่านี้ให้เรา! ”
ไม่ต้องพูดถึงผู้อำนวยการไช่ที่ไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่แม้แต่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ไม่เชื่อเหมือนกัน
ล้ออะไรกันเล่นหรือ?
ก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจะใช้เส้นสายหาสวัสดิการมา แต่แม้แต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจ รับผิดชอบงานเรื่องนี้ก็ยังไม่เคยได้พบหน้าเลย ทว่าหานชีเยวี่ยไม่เพียงแต่หาของมาได้ เธอยังสามารถทำให้คนอื่นเอารถมาส่งเธอโดยเฉพาะได้อีก เห็นได้ชัดว่าหน้าตาของหานชีเยวี่ยใหญ่กว่าหน้าตาของสหคาม
“ต่อไปนี้ หวังว่าสหายรุ่นเก่าในสหคาม จะช่วยเหลือเธอ และดูแลสหายชีเยวี่ยให้ดี! ให้เธอได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัวใหญ่ของเรา”
คำพูดคำนี้ของผู้อำนวยการไช่ ทุกคนเข้าใจความหมายของมันดี เขาหมายถึงอย่าไปหาเรื่องเธอเพราะความไม่พอใจต่างๆ นานา! จริงๆ แล้ว หลังจากที่หานชีเยวี่ยแสดงฝีมือให้เห็นแบบนี้ ทุกคนก็รู้สึกว่า ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากหานชีเยวี่ย เพราะฉะนั้นต้องเอาใจเธอไว้ก่อน
“ผู้อำนวยการ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกให้เจ้าหน้าที่การเงินของเราไปที่โรงงานทอฝ้ายเพื่อจ่ายหนี้ก้อนนี้เมื่อไหร่ดีคะ ปล่อยให้ค้างไว้นานก็คงไม่ดีเท่าไหร่”
“เรื่องนี้วางใจได้ ฉันจะจัดการให้เอง”
ผู้อำนวยการไช่พูดพลางให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน หลังจากนั้นเขาก็ให้คนไปเตรียมห้องทำงานให้หานชีเยวี่ย จากนั้นก็ค่อยเรียกหานชีเยวี่ยไปคุยที่ห้องทำงานของเขา ประจวบเหมาะที่หานชีเยวี่ยมีเรื่องอื่นที่ต้องรายงาน ดังนั้นเธอจึงไม่เกรงใจ เดินตามผู้อำนวยการไช่ไปที่ห้องทำงานทันที