“เฮื่อออออออ......”
ปณยาถอนหายใจออกมาแรงๆเมื่อมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวแต่ไม่ใช่โรงแรมเดิมที่เธอเคยมาเมื่อครั้งก่อนโน้น และในการมาพบปะพูดคุยกับลูกค้าที่ได้ชื่อว่าเป็มาเฟีย ซึ่งเป็ผู้ที่เธอจะต้องดูแลเื่งานในวันนี้ เธอต้องมาเพียงลำพังคนเดียว
ปณยาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกความกล้าให้กับตัวเอง ถึงเธอจะเคยผ่านการทำงานกับลูกค้ามาหลากหลายรูปแบบแต่การที่มีลูกค้าระดับมาเฟียเช่นนี้ ครั้งนี้แหละเป็ครั้งแรกของเธอเลยจึงประหม่า หวาดหวั่น เป็ของธรรมดาอยู่แล้ว
“เขาก็คน เราก็คนเขาก็แค่มาเฟียเอง จะกลัวทำไมกัน เรามาทำงานของเรา ก็ต้องทำให้เต็มที่อะนะ”
ปณยากล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาอย่างเป็การให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะไปประสบพบเจอกับลูกค้าผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็มาเฟียแต่ถึงจะให้กำลังใจตัวเองมากขนาดไหน เธอก็ยังไม่วายที่จะประหม่า หวาดหวั่นหวาดกลัวอยู่ดี
แต่ถึงจะประหม่า หวาดหวั่น หวาดกลัวยังไงเสียเธอก็จะต้องไปเจอเขา ไปพูดคุยเื่งานกับเขาให้ได้เื่ในวันนี้ในเมื่อเธอต้องรับผิดชอบงานนี้ด้วยความจำใจ เธอก็จะต้องทำงานนี้ให้ดีที่สุดและเขาคงไม่เลวร้ายอะไรหรอก เธอภาวนาเช่นนั้น
“เอาวะ สู้เว้ย”
ปณยาปลุกใจตัวเองให้สู้ก่อนจะเดินตัวตรง ท่าทางมุ่งมั่นเข้าไปภายในโรงแรมหรูเธอเดินเข้าไปหาพนักงานโรงแรม ที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อถามทางไปลิฟต์ที่จะไปยังชั้นคาเฟ่ของโรงแรม
“สวัสดีคุณปณยาคุณมอร์แกนให้ผมมารับคุณไปที่ห้อง”
ปณยายังไม่ทันที่จะจะแจ้งแก่พนักงานต้อนรับของโรงแรมก็มีผู้ชายชาวต่างชาติ หน้านิ่ง สวมสูทสากล เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน น่าเกรงขามทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลังยังไงบอกไม่ถูก
‘นี่เราจะมาคุยงานหรือจะมาสู้รบกันแน่วะเนี้ยโอ๊ย! คุณพระคุณเ้าช่วยลูกให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด’
ปณยารู้สึกหวาดหวั่นมากจนต้องบอกกล่าวกับตัวเองอยู่ภายในใจ เพื่อให้มีกำลังใจและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมอร์แกน เพราะนี่แค่ลูกน้องของเขาเองนะเธอยังรู้สึกหวาดหวั่นขนาดนี้แล้ว หากอยู่ต่อหน้าเขาเธอจะหวาดหวั่นหวาดกลัวมากขนาดไหน
‘มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีสิน่า’
ปณยาพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้หวาดกลัว เพราะเธอมาทำงาน เธอไม่ได้มาสู้รบตบมือกับเขาสักหน่อยอีกอย่างเธอไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตของเขา ยังไงเสียเขาคงจะไม่ทำอันตรายเธอหรอก
“ค่ะ สวัสดีค่ะโอเคค่ะ”
ปณยากล่าวทักทายอัลฟอโล่และตามด้วยตอบรับคำพูดของอัลฟอโล่ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อปณยากล่าวจบอัลโลโล่ก็เดินนำเธอไปยังลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยัง ‘ห้อง’ ที่อัลฟอโล่แจ้งแก่ปณยาในตอนแรก
ปณยาไม่รู้หรอกว่า ‘ห้อง’ที่อัลฟอโล่แจ้งเธอมานั้นคือห้องอะไร แต่เธอคิดเอาเองว่าน่าจะเป็ห้องอาหารหรือไม่ก็คงจะเป็ห้องบอลรูมเล็กของทางโรงแรมเพราะในคราวที่มาพูดคุยเื่งานกันในครั้งก่อนเขาก็ใช้ห้องที่ว่ามานั้นพูดคุยเื่งานกัน
ติ๊งงงง......
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังบอกแก่คนทั้งสองที่โดยสารลิฟต์ว่าได้มาถึงยังชั้นที่คนทั้งสอง้าแล้ว และพอประตูเปิดออกดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง และกะพริบตาถี่ๆ ทั้งภายในใจเต้นแรงรัวเร็วเมื่อเห็นว่าชั้นที่ลูกน้องของมอร์แกนพามาเพื่อจะคุยงานเป็ห้องพักไม่ใช่ห้องอาหาร หรือห้องบอลรูมอย่างที่เธอเข้าใจ
“ดะ เดี๋ยวนะคือคุณมอร์แกนไม่ได้ที่จะคุยงานกับฉันที่ห้องบอลรูม หรือห้องอาหารหรือ?”
ปณยาเบรกการเดินของอัลฟอโล่เอาไว้ ก่อนที่อัลฟอโล่จะเดินนำเธอไปยังห้องพักที่มอร์แกนกำลังรออยู่ เพราะเธอมองว่าการพูดคุยงานกันจะต้องพูดคุยในที่ซึ่งไม่ใช่ห้องพักอันเป็ส่วนตัวอย่างนี้ มันไม่เหมาะไม่ควรอีกอย่างเธอเป็ผู้หญิง มาเพียงลำพังคนเดียวยังไงเสียเธอต้องเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอเป็สำคัญ
“คุณมอร์แกนสะดวกคุยงานที่ห้องพักถ้ายังไงอย่ามัวพูดคุยกันอยู่เลย คุณมอร์แกนรออยู่”
ปณยาต้องเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากันจนเป็เส้นตรงเมื่อได้ยินคำพูดที่อัลฟอโล่หันมากล่าว ถึงอัลฟอโล่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบสุภาพ แต่ในน้ำเสียงที่ได้ยิน ก็ทำให้เธอไม่อาจที่จะปฏิเสธการคุยงาน ณห้องพักนั้นได้เลย เพราะฉะนั้น เธอจึงต้องเดินตามอัลฟอโล่ไปแต่โดยดี
๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖