เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ตำรวจมาบ้าน

            “อะไรนะ?” ฮั่วต้าซานตัวเซเกือบล้มลงพื้น แต่สุดท้ายก็ทรงตัวได้ เขาพูดกับยายแก่ฮั่วที่น้ำตานองหน้าว่า “เฉินเทียนเหลยรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร?”

            ยายแก่ฮั่วรีบเอามือปิดปากฮั่วต้าซานไว้ พร้อมทั้งพูดเสียงเบาว่า ห้ามพูดเรื่องนั้นตลอดไป ต้องเก็บเป็นความลับไปจนตาย

            นางพูดต่อว่า เฉินเทียนเหลยหมายถึงเรื่องที่พวกเราจะขายฮั่วเสี่ยวเหวินให้เจ้าเป๋สามขาต่างหาก

            ฮั่วต้าซานเอามือแม่ออก “ทำผมตกใจหมด จะกลัวเรื่องฮั่วเสี่ยวเหวินไปทำไม พวกเรายังไม่ได้ขายเธอสักหน่อย”

            ยายแก่ฮั่วรู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้เป็นเหล็กกล้าได้ เธอฉลาดมาทั้งชีวิต เหตุใดลูกชายถึงไม่ได้เรื่องขนาดนี้?

            เห็นเฉินเทียนเหลยเดินออกมา หัวหน้าหมู่บ้านรีบเดินไปหาด้วยความเคารพนอบน้อม

            “ท่านเฉิน เชิญไปนั่งที่บ้านผมก่อนเถอะครับ”

            เฉินเทียนเหลยหยุดชะงักเล็กน้อย บอกว่าตัวเองมีเรื่องด่วน ขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่เข้าใจ เขาก็เดินห่างไปไกลแล้ว

            ป๋ายเข่อเหยียนจำหัวหน้าหมู่บ้านได้ เห็นเขาไล่ตามมาจึงรีบเอ่ยห้าม “หัวหน้าหมู่บ้าน ขอบคุณที่ช่วงนี้ช่วยดูแลฮั่วเสี่ยวเหวินให้นะคะ ไว้จัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราจะไปขอบคุณที่บ้าน”

            “ได้ครับ ผมจะกลับไปเตรียมตัว” ได้ยินป๋ายเข่อเหยียนบอกว่าเสร็จธุระแล้วจะมาที่บ้าน เขาจึงยอมจากไปอย่างพึงพอใจ

            “ท่านเฉิน หัวหน้าหมู่บ้านตั้งใจสวมชุดใหม่มาเชิญไปกินข้าว แต่คุณไม่สนใจอีกฝ่ายสักนิด ‘ท่าน’ ช่างใหญ่โตเสียจริงนะ!”

            เมื่อกลับขึ้นรถป๋ายเข่อเหยียนไม่ลืมหยอกล้อเฉินเทียนเหลยที่กำลังหน้าเครียด

            ถนนหมู่บ้านพื้นขรุขระไม่เสมอกัน ภายในรถส่ายไปมา ฮั่วเสี่ยวเหวินเด้งตัวขึ้นลงคล้ายลูกบอล ป๋ายเข่อเหยียนจึงบอกให้คนขับขับช้าลงหน่อย

            ยังไม่ทันถึงตำบล ฮั่วเสี่ยวเหวินก็อาเจียนไปแล้วสองครั้ง อาเจียนเสร็จแล้วก็รู้สึกวิงเวียนไปหมด

            ณ สถานีตำรวจ

            ไม่รู้ใครตะโกนว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มา ภายในสถานีตำรวจจึงเกิดความวุ่นวายทันที พวกเขาพากันคาดเดาว่าเป็น ‘นายทหาร’ คนใด

            ตอนที่เฉินเทียนเหลยเดินเข้ามาสวีเถียนตกใจเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบเข้ามาต้อนรับ “สหาย ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือ?”

            “แจ้งความ”

            “ได้ ตามผมมา เชิญคนอื่นไปพักทางนั้นก่อน” สวีเถียนยังคงมีท่าทีเหมือนเดิม แข็งกระด้างจริงจังเป็นแม่พิมพ์

            ป๋ายเข่อเหยียนพาฮั่วเสี่ยวเหวินไปนั่งพักที่ห้องโถงต้อนรับ หยางเสวียเหวินเป็นคนยกชาเข้ามาให้ด้วยตัวเอง

            ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเอือมระอา ตอนเธอมาคนเดียวเขาไม่มีท่าทีจะสนใจด้วยซ้ำ ตอนนี้ทำมาเป็นมีใจรักบริการ ช่างเป็นพวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจริงๆ

            สวีเถียนทำงานไวมาก ป๋ายเข่อเหยียนเพิ่งดื่มชาได้ไม่กี่อึก เฉินเทียนเหลยก็ออกมาแล้ว

            เห็นสวีเถียนกับพวกของเฉินเทียนเหลยเดินจากไปไกล หยางเสวียเหวินก็หัวเราะบอกว่าปกติเหล่าสวีดูเป็นคนจริงจัง แต่พอเจอนายทหารชั้นผู้ใหญ่แล้วกลับประจบเก่งไม่เบา

            ตำรวจร่างเตี้ยนายหนึ่งถากถางว่า “หากเป็นเรื่องประจบแล้วล่ะก็ ไม่มีใครเก่งกว่าหยางเสวียเหวินอยู่แล้ว!”

            หยางเสวียเหวินไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาหัวเราะพลางพูดว่าเชิญอิจฉาไปเถอะ

            สวีเถียนหยิบกระเป๋าข้อมูลการสมรสของบุตรสาวบ้านฮั่วทั้งหมดออกเดินทางไปกับรถจิ๊ปเพื่อไปยังหมู่บ้านต่างๆ

            ทีแรกแต่ละบ้านตั้งท่าจะปฏิเสธ เฉินเทียนเหลยจึงนำปืนที่พกติดตัวออกมา อีกฝ่ายกลัวจนเข่าอ่อน รีบสารภาพทุกอย่าง

            เห็นแก่ที่บุตรสาวบ้านฮั่วแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้วจึงแค่ปรับเงินอย่างเดียว

            พวกของเฉินเทียนเหลยกลับมายังบ้านของจางเจียหมิงอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาได้พบกับละครฉากใหญ่เข้าพอดี ภาพข้างหน้าที่พวกเขาได้เห็นคือยายแก่ฮั่วกำลังดึงเสื้อของหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมกับร้องไห้จะเป็นจะตาย ด้านข้างเป็นฮั่วต้าซานที่กำลังคุกเข่าขอร้องอยู่เช่นกัน

            หัวหน้าหมู่บ้านออกแรงสะบัดมือยายแก่ฮั่ว เขาปัดเสื้อผ้าตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ “ตอนนั้นฉันเคยบอกว่าอย่างไร อย่ายุ่งกับฮั่วเสี่ยวเหวิน หล่อนมีเฉินเทียนเหลยหนุนหลัง แต่เจ้าล่ะ?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินแอบปรบมือให้หัวหน้าหมู่บ้านในใจ เขาซ้ำเติมได้สวยงามมาก แม้จะไม่ชอบนิสัยของหัวหน้าหมู่บ้าน แต่เธอรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เขาทำให้สองแม่ลูกบ้านฮั่วขายหน้า

            หลังจากเฉินเทียนเหลยไปแจ้งความ ยายแก่ฮั่วคิดว่ามีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่ช่วยได้ จึงให้ลูกชายไปตามเขามา

            เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินว่าเฉินเทียนเหลยไปแจ้งให้ตำรวจมาจับสองแม่ลูกบ้านฮั่ว เขาจึงหมดความสนใจในผลประโยชน์ที่ยายแก่ฮั่วเสนอทันที ต่อให้เขาจะมีความสามารถเพียงใดก็ไม่มีทางสู้ผู้พันได้

            เห็นหัวหน้าหมู่บ้านทำท่าจะกลับ ยายแก่ฮั่วจึงตัดสินใจเล่นบทน่าสงสาร นางร้องไห้แทบขาดใจ ฮั่วต้าซานก็เข้าถึงบทบาทเช่นกัน เขาคุกเข่าขอร้องหัวหน้าหมู่บ้านด้วยท่าทางน่าเวทนาไม่ต่างกัน

            ละครฉากนี้ถูกพวกของฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาเห็นพอดี หัวหน้าหมู่บ้านกระอักกระอ่วนเล็กน้อย บอกว่าทำให้ท่านเฉินหัวเราะแล้ว

            เห็นเฉินเทียนเหลยพาตำรวจมาด้วยจึงรู้ว่าจบสิ้นแล้ว ยายแก่ฮั่วเลยสงบสติอารมณ์ลง “ทั้งหมดเป็นฝีมือของฉันเพียงผู้เดียว คุณตำรวจจะจับก็จับฉันเถอะ”

            ฮั่วต้าซานพุ่งตัวเข้าไปหาตำรวจอย่างรวดเร็ว สวีเถียนตกใจ คิดว่าเขาจะลงมือโจมตี

            “อย่าจับแม่ผม ผมทำเองทั้งหมด ผมยอมสารภาพทุกอย่าง”

            ฮั่วต้าซานไม่ได้เรื่องมาครึ่งชีวิต เพิ่งจะดูได้เรื่องขึ้นมาบ้างก็ตอนนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกตื้นตันใจแทนยายแก่ฮั่วไม่น้อย เฉินเทียนเหลยโบกมือพร้อมกับพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาตัวไปทั้งคู่”

            หลังจากสวมกุญแจมือ สองแม่ลูกบ้านฮั่วก็นิ่งเงียบไป ระหว่างที่กำลังเดินผ่านฮั่วเสี่ยวเหวิน ฮั่วต้าซานถามขึ้นมาว่า “ทีนี้พอใจหรือยัง? ครอบครัวถูกจับเข้าคุกหมดแล้ว มีความสุขหรือไม่?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า “ฉันเคยพูดแล้วว่าจะแก้แค้น”

            เฉินเทียนเหลยให้คนขับรถพาพวกสวีเถียนกลับไปส่งที่สถานีตำรวจ ส่วนตัวเองไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านต่อ

            หลังจากสองแม่ลูกบ้านฮั่วถูกจับ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้รู้สึกมีความสุขเช่นที่เคยคิดไว้ เธอเพียงรู้สึกโล่งใจ ขอแค่จางเจียหมิงกลับมา เธอก็จะได้ใช้ชีวิตในหมู่บ้านอย่างสงบสุขกับเขาแล้ว

            ทุกคนค่อยๆ เดินไปบนถนน ฮั่วเสี่ยวเหวินทอดถอนใจ ภาพฉากในอดีตได้ปรากฏขึ้นมาในใจราวกับภาพยนตร์

            ฮั่วต้าซานอวดดีขนาดนี้ ทว่าอยู่ต่อหน้าคุณลุงแล้วกลับเปราะบาง ยังไม่ทันทำอะไรก็พ่ายแพ้ราบคาบ

            มิน่าเล่าทุกคนถึงได้อยากเป็นทหารยศสูงผู้ร่ำรวย อำนาจช่างเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจจริงๆ

            หัวหน้าหมู่บ้านรู้ข่าวไวมาก เมื่อได้ยินว่าพวกเฉินเทียนเหลยจะมาแล้วก็รีบออกมารอรับหน้าบ้าน

            “ท่านเฉินมาแล้ว เชิญเข้าไปนั่งข้างใน”

            จัดการเรื่องของบ้านฮั่วจบ เฉินเทียนเหลยอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย บอกว่าไม่ต้องเรียกว่าท่าน เรียกว่าเหล่าเฉินก็พอ

            “จะได้อย่างไร?” หัวหน้าหมู่บ้านขอพบกันครึ่งทาง “ถ้าอย่างนั้นเรียกว่าสหายแล้วกันครับ”

            เจ้าอ้วนเดินออกมาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทหารสองคนก็ไม่กล้าเข้ามาชวนไปเล่น เขาหันหลังกลับทันที

            “มา เจ้าอ้วน มาทักทายคุณอาเฉิน” หัวหน้าหมู่บ้านรีบเอ่ยแนะนำตัวหลานชายกับเฉินเทียนเหลย “นี่คือหลานชายของผม หลี่กั๋วเฟิง”

            “สวัสดีครับคุณอาเฉิน” เจ้าอ้วนพูดอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เฉินเทียนเหลยลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู

            อาหารที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหลากหลายมาก มีทั้งปลาและเนื้อ ดูแล้วน่าจะมีแค่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่กินได้

            บนโต๊ะอาหารหัวหน้าหมู่บ้านคีบกับข้าวให้เฉินเทียนเหลยไม่หยุด คีบจนเต็มชาม จนเขาต้องยอมกินกับแทนข้าว

            “เสี่ยวเหวิน เธอกินนี่สิ” เจ้าอ้วนเลียนแบบ เขาคีบเนื้อไก่ให้ฮั่วเสี่ยวเหวินหนึ่งชิ้น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน