“อะ ...ไอ้เติ้ล .... บ๊ะแล้ว ๆ” ไอ้มอเตอร์สะกิดผม ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคุยกับไอ้หลอ
“ทำไมวะ”
“น้องคนนั้นไง น้องคนนั้นน่ะ” มันทั้งสะกิดทั้งหลิ่วตา
“ลูกสาวคุณทศอ่ะ” คุณทศ หรือทศนัย ชาญประเสริฐ ดารารุ่นใหญ่รับบทเป็พ่อของพระเอก ในชีวิตจริงเขามีลูกสาวคนเดียวกับเมียต่างชาติ ได้ข่าวว่าสวยมาก เรียนที่ต่างประเทศเกี่ยวกับจิตวิทยา บริหารธุรกิจและภาพยนตร์ และทำงานที่นั่น คนอะไรจะเก่งขนาดนั้นเรียนตั้งสามปริญญา หลัง ๆได้ข่าวว่าจะกลับมา คงอยากเป็นางเอกเหมือนที่พ่อเคยทำไว้มั้ง ผมไม่ได้สนใจนักหรอกเพราะมันไกลตัวเกินไป แต่สำหรับไอ้พวกนี้มันก็แค่เป็อาหารตา ดูของสวย ๆงาม ๆทำให้มีกำลังใจทำงานไปวัน ๆเท่านั้น
นี่ขนาดไม่สนใจนะ ..
“ไม่มองเป็บุญตาหน่อยหรือวะ ระดับนางฟ้าเลยนะเว้ย”
“นางฟ้าก็กินข้าว ขี้เหม็นเหมือนกันแหละวะ มึงก็เลิกไร้สาระแล้วช่วยกูทำงานซะ” อาจจะเพราะผมเพิ่งจะอกหักมาหมาด ๆก็เลยพาลไปทั่ว ผู้หญิงสำหรับผมตอนนี้คือยาขม ผมจะไม่เปิดใจรับใครเข้ามาอีกแล้ว
“มึงเป็อะไรวะ หงุดหงิดอะไร เมนส์ไม่มาหรือไง หรือเมียไม่ให้เอา”
“เกิดมาไม่เคยมึงเห็นผู้หญิงหรือไง พวกนี้หยิ่งจะตาย มันไม่มองมึงหรอก มึงจะไปไหนก็ไปป่ะ กูทำคนเดียวก็ได้”ผมไล่มัน
“เชี่ย ! มาทางนี้แล้วไอ้เติ้ล”
เหมือนว่าเธอคงถามอะไรไอ้หลอแล้วมันตอบไม่ได้หรือตอบไม่ถูก เธอถึงได้เดินมาทางนี้ สำหรับผมแล้วหน้าผู้หญิงทุกคนตอนนี้มันก็บล๊อกเดียวกันทั้งหมดนั่นแหละ ไม่มีกะใจจะมองใครทั้งนั้น ยิ่งเป็พวกไกลเกินเอื้อม จะมองให้ย้ำเตือนความเจ็บที่กำลังข่มมันไว้ทำไม คนสวยมักใจร้าย ...
“เมื่อกี้ได้ยินว่าใครขี้เหม็นหรือคะ” ชัดว่าสิ่งที่เธอเดินมาคงเจาะจงมาที่ผมโดยเฉพาะ อาจจะเพราะอารมณ์ฉุนเฉียวของผมเมื่อกี้ที่เผลอตะคอกใส่ไอ้มอเตอร์แรงไปหน่อย
“ซวยแล้วกู” ผมอุทานในใจหน้าก็ฝรั่งจ๋า ไม่คิดว่าจะพูดไทยได้ ก็พ่อเขาเป็คนไทยนี่หว่า ทำยังไงได้ล่ะ ก็ทำตัวเอง มีเื่กับคนพวกนี้มีแต่หาเื่ใส่ตัว ยิ่งเื่ขี้ ๆ เนี่ยฝรั่งไม่ค่อยโอเคซะด้วย
“ว่าไงคะ คุณเป็คนพูดใช่ไหม” ผมหันไปมองหน้าเธอ แล้วก็ต้องนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่ว่าผมอึ้งหรืออะไรเกินเบอร์
แต่เธอสวยเหมือนที่ไอ้มอเตอร์มันว่าไว้จริง ๆ ไม่ใช่สวยแบบลูกครึ่งที่เห็นได้ตามวงการบันเทิงไทย แต่สวยเหมือนดาราต่างประเทศที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ลูกครึ่งไทย เทียบกับใครดี ใช่คนนี้แหละครับ ...
ฟีบี้ เคท ...
สาวตาหวาน ปากนิดจมูกหน่อย ที่มีดวงตาแฝงความลี้ลับซ่อนไว้ให้ค้นหา
ผู้หญิงที่พ่อของผมตัดจากปกหนังสือไปใส่กรอบ ติดผนังที่ค่ายมวยและเป็ผู้หญิงคนเดียวที่แม่ผมไม่เคยว่าพ่อนอกใจ คนเดียวกันกับที่ผมเคยแอบหลงรักมาั้แ่เด็ก ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้หน้าตาไม่เหมือนคนไทย แต่สวยแบบสวยมากยังกับในนิยาย เอาไปฝันถึง ตามประสาเด็ก ๆ
แม่สาวคนนี้ถอดรูปนั้นมาแทบจะเป๊ะ ๆ
“นี่คุณ ! เลิกมองอย่างนั้นได้แล้ว” ผมสะดุ้ง
“คุณเป็พระเอกเื่นี้เหรอ” เธอถาม เธอคงไม่ค่อยรู้เื่จริง ๆนั่นแหละถึงขั้นไม่รู้ว่าใครเป็พระเอกนางเอกของเื่นี้ เรียนมาทางสายนี้ได้ยังไง ถึงไม่รู้ว่ากองนี้เื่อะไร ใครเป็พระเอกนางเอก
แต่ก็ตาถึงนะที่เทียบเราเป็พระเอก ...
“เอ่อ อะ ปะ ...เปล่าครับ”
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
“อะไรนะครับ”
“ฉันคงร่วมงานกับคนที่ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ไม่ได้หรอก”
“คุณเป็นางเอกใหม่เื่นี้เหรอครับ” ไอ้มอเตอร์ถามแทรกเข้ามา
“แล้วคุณว่าไงล่ะ คิดว่าฉันมาทำไม” นี่ผมทำลายสัมพันธไมตรีอันดีกับผู้หญิงในภาพของพ่อเรียบร้อยแล้ว
“ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับ พอดีมันปากหมาอย่างนี้แหละครับ จริงๆ มันไม่มีอะไรเลยครับ มันเป็คนดีครับ เป็คนดีมาก แหะ ๆ” ไอ้มอเตอร์รีบเข้ามากุลีกุจอพูดกับเธอ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แล้วรับบทเป็อะไรล่ะ” เธอถามผม ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่ สายตาอันเ้ามีเสน่ห์นั้น ผมแทบไม่กล้าสบตาเธอเลย
“เป็โจรครับ พวกผมเป็โจร ส่วนไอ้เติ้ลมันเป็หัวหน้าโจรครับ”
“เหรอ แล้วเจอกันนะ” แล้วเธอก็เดินเลี่ยงไป ทำไมต้องเจอกัน หรือว่าเธอต้องเข้าฉากกับโจร แต่ไม่น่าใช่นะ นางเอกที่เปิดกล้องวันนี้ไม่ใช่เธอนี่นา
“เกือบไปแล้ว” ไอ้มอเตอร์ถอนหายใจ
“มึงไม่ให้กูนินทาพวกดารา แต่มึงเล่นว่าเขาหนักกว่ากูอีก”
“ใครจะรู้ละวะว่าจะได้ยิน กูไม่ได้ตั้งใจ พูดไทยชัดยิ่งกว่าคนไทยอีก”
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
บทหัวหน้าโจรก็อย่าคิดว่าผมจะอยู่ในซีนของหนังสำคัญขนาดนั้นนะครับก็บอกแล้วว่าผมเป็สตั้นท์ ทุกคนโพกหน้าเห็นแต่ลูกกะตา ส่วนเวลาถอดผ้าออกก็เป็ตัวร้ายของเื่ ชื่อไอ้กาย มันเป็นักแสดงตัวร้ายที่ไม่ค่อยดังมาก แต่ก็ยังได้รับบทโจรที่อยู่ในสปอตไลท์ เมื่อก่อนมันชื่อชาย แต่คงเห็นว่าเชย ๆพอเริ่มเป็ที่รู้จักก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็กาย
พวกผมไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันเท่าไหร่ หมอนี่ออกแนวเล่นเบอร์ใหญ่ยิ่งกว่าดาราดัง เื่มาก ชอบแกล้งพวกผมให้เทคบ่อย ๆเพียงแค่มันไม่ชอบทีมสตั้นท์ของพี่ไช้ เพราะเป็คู่แข่งกับทีมสตั้นท์ของมันเองที่ไม่ค่อยมีงาน มีแต่ตัวมันที่มีชื่อเสียงเพราะหน้าตาทรงโจรมันได้
“วันนี้มึงเล่นเป็ตัวกู ขอท่าสวย ๆกระฉับกระเฉงหน่อยนะ แล้วก็เวลาถีบน่ะให้มันเต็มตีนหน่อย กลัวเพื่อนเจ็บหรือไง” มันทักผม เป็เชิงเหมือนรู้ดีด้วย
“มึงไม่เล่นเองเลยละ มึงก็เป็สตั้นท์เก่าไม่ใช่เหรอ” กวนมากวนกลับไม่โกง
“อย่ามาปีนเกลียวไอ้น้อง เอ็งมันแค่สตั้นท์อนุบาลให้ทำอะไรก็ทำ กูเล่นหนังมาก่อนมึงไม่ต้องเปลืองแรงเองหรอก” ความจริงมันไม่ได้ฟิตเหมือนเมื่อก่อน ถึงจะรูปร่างฟิตเพราะเพาะกายมา ก็ไม่ได้เล่นบทผาดโผนมาหลายปีแล้ว หลัก ๆไม่เล่นเป็บทอาเสี่ยบ่อนการพนัน ก็พวกดาวร้ายจอมบงการ แทบไม่ได้ต่อยตีกับใคร
“ปากดี ขนาดมีบริษัทสตั้นท์ของตัวเองผู้กำกับหนังยังไม่จ้างเลย” ไอ้มอเตอร์บ่นหลังจากที่มันผละไปแล้ว
“ช่างมันเหอะ มันดัง” ผมว่า
“แม่งเอ๊ย ดังแค่นี้ทำเป็หยิ่ง เหยียดเข้าไปสิ” ไอ้มอเตอร์บ่นไม่หยุด
“อ้าวเฮ้ย ไอ้เติ้ล ไอ้มอเตอร์” พี่ไช้ทักแล้วเดินเข้ามาหา
“พระเอกแม่งยังไม่มา ฉากสู้กับพระเอกเลื่อนไปก่อนนะคงเย็น ๆนู่นแหละ”
“เปลี่ยนพระเอกเลยไหมพี่” ไอ้มอเตอร์แซว
“กูบอกพวกมึงแล้วยังไง ว่าอย่านินทาดารา เดี๋ยวก็ไล่ออกซะหรอกไอ้มอเตอร์ มึงอยากตกงานยกแก๊งค์หรือไง”
“ขอโทษครับพี่ไช้ ก็มันอดแซวไม่ได้นี่ เตรียมกองั้แ่ตีสี่ จะเที่ยงแล้วยังไม่มา”
“ช่างเขาเหอะน่า ยังไงเราก็ได้ตังค์ พวกเอ็งก็แสตนบายไว้ละกัน พกวอกันไว้ด้วย” พี่ไช้บอกแล้วเดินเลี่ยงไป ก่อนจะหันกลับมาเหมือนนึกขึ้นมาได้
“เอ้อ ! ไอ้เติ้ลเมื่อกี้พี่เห็นต่ายมาหาน่ะ กำลังหาเอ็งอยู่หรือเปล่า เมื่อกี้ว่าจะทักแต่พี่ติดคุยผู้กำกับอยู่ น่าจะเดินอยู่แถว ๆนี้ล่ะมั้ง” มันทำให้ผมแปลกใจและใจเต้นในคราวเดียว
“เหรอพี่” ตอบรับไปอย่างนั้น ทั้งที่ยังสงสัยอยู่ ว่าเธอจะมาหาผมทำไม ในเมื่อเมื่อคืนก็ชัดเจนแล้วว่าเธอแทบจะไม่มีเยื่อใยให้ผม หรือว่าไอ้ไฮโซนั่นทิ้งไปแล้ว มันคงไม่เร็วขนาดนั้นมั้ง และถึงจะเป็อย่างนั้น เธอก็คงไม่กลับมาหาผมให้เสียเวลาหรอก คนอย่างเธอหาได้ดีกว่านั้น
“อ้าว ไอ้นี่แฟนมาหาก็ไปซี่ ยืนบื้อทำมิวสิคอยู่ได้” ไอ้มอเตอร์ตบเชิงผลักจนผมเซ
“กูละอิจฉามึงจริง ๆ ได้แฟนสวยเป็นางเอก ทำยังไงกูถึงจะมีวาสนาเหมือนมึงวะ”
“อย่ามีเลยเชื่อกู เป็ทุกขลาภ”
“มึงก็พูดได้สิวะ นอนกอดกันทุกคืน” กอดกันทุกคืนเหรอ หลายเดือนแล้วที่ผมแทบไม่ได้เจอเธอเลย เธออ้างแต่ติดถ่ายหนัง ถ่ายละคร ถ่ายแบบ เจอกันอีกทีก็บอกเลิกที่ร้านราดหน้า
“อ้าวไอ้เติ้ล กูเห็นแฟนมึงเดินด้อม ๆมอง ๆอยู่หลังกองอ่ะ ตามหามึงอยู่หรือเปล่า” ไอ้หลอเดินเข้ามาทักอีกคน
“ไปสิวะ แหมทำเป็เล่นตัว” ไอ้มอเตอร์แหย่แกมยุ ผมได้แต่สงสัยว่าเธอมาหาผมทำไม แม้ไม่อยากเจอหน้าตอนนี้
แต่ก็ควรจะเจอกันให้หายคาใจไม่ใช่เหรอ